Key Issues

โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินในพม่า
ประชาสังคมอาเซียน
โครงการ ทวายมักถูกกล่าวถึงในมิติของผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจเป็นสำคัญ โดยที่มิติของทรัพยากร สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวืตของประชาชนในพื้นที่ ยังไม่เป็นที่รับรู้กันมากนัก อีกทั้งการพัฒนาเขตนิคมอุตสาหกรรมซึ่งจะเป็นไปในลักษณะเดียวกับ 'นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด' ที่จังหวัดระยอง อันประกอบไปด้วยกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี โรงกลั่นน้ำมัน โรงแยกก๊าซ โรงไฟฟ้าถ่านหิน ฯลฯ จึงเป็นคำถามสำคัญว่า ทวายจะเป็นขุมทรัพย์แห่งใหม่ หรือจะเป็นเหยื่อรายต่อไปจากมาบตาพุด
โครงการสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขงสายหลักทางตอนล่างหลายแห่งถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาใหม่อีกครั้ง ทั้งในประเทศลาว บริเวณชายแดนไทย-ลาว และในประเทศกัมพูชา โครงการเขื่อนขนาดใหญ่เหล่านี้ได้สร้างความหวั่นเกรงถึงผลเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อระบบนิเวศของแม่น้ำ และวิถีชีวิตของชุมชนในลุ่มแม่น้ำโขง
แม่น้ำโขง – สายน้ำที่ยาวที่สุดในอุษาคเนย์ และยาวเป็นอันดับสิบของโลก จากต้นกำเนิดบริเวณเทือกเขาหิมาลัย แม่น้ำโขงไหลผ่านถึง 6 ประเทศ จากที่ราบสูงทิเบต ผ่านภาคตะวันตกเฉียงใต้ทางมณฑลยูนนาน ประเทศจีน ไหลสู่ พม่า ลาว ไทย กัมพูชา ก่อนจะออกสู่ทะเลจีนใต้ที่ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำประเทศเวียดนาม รวมความยาวทั้งสิ้น 4,909 กิโลเมตร
สาละวิน – แม่น้ำที่ยังคงไหลอิสระสายเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังคงความบริสุทธิ์มากที่สุดสายหนึ่งในโลก จากเทือกเขาหิมาลัยในบริเวณที่ราบสูงธิเบต สาละวินไหลผ่านมณฑลยูนนานในประเทศจีน สู่ที่ราบสูงรัฐฉาน รัฐคะเรนนี และรัฐกะเหรี่ยงในประเทศพม่า และผ่านชายแดนไทย-พม่าที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนก่อนที่จะวกกลับเข้าสู่พม่าที่สบเมย และไหลออกสู่ทะเลอันดามัน ที่เมืองเมาะละแหม่ง มีความยาวประมาณ 2,820 กิโลเมตร ยาวเป็นอันดับที่ 26 ของโลก และครอบคลุมพื้นที่ลุ่มน้ำถึง 324,000 ตารางกิโลเมตร
โครงการเขื่อนจำนวนมากในลุ่มแม่น้ำโขงมีสาเหตุสำคัญมาจากข้ออ้างด้านความต้องการด้านพลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของประเทศไทย เวียดนาม และจีน ในขณะที่ประเทศลาว พม่า และกัมพูชา ถูกประเมินว่าเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้า เพื่อส่งออกไปขายยังประเทศที่มีความต้องการไฟฟ้าสูง แต่หากพิจารณาอย่างรอบคอบก็จะพบกับคำถามต่าง ๆ มากมาย เช่น มีความคุ้มค่าจริงหรือในการสร้างเขื่อนแต่ละเขื่อนเพื่อผลิตไฟฟ้าขาย? อะไรคือผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่จะเกิดขึ้นจากการสร้างเขื่อน? อะไรคือความเสี่ยงของการลงทุนทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจ? ใครคือผู้รับผลกระทบและผู้รับความเสี่ยงที่แท้จริง?
เป็นที่ทราบกันดีในนานาประเทศว่า การก่อสร้างและดำเนินการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มักมีปัญหาเรื่องความล่าช้า การใช้งบประมาณเกินกว่าที่กำหนดไว้ และถูกต่อต้านจากสาธารณชนอย่างกว้างขวาง นอกจากนี้ ยังไม่มีมาตรการปลอดภัยในการจัดการกับกากนิวเคลียร์ที่สามารถแผ่กัมมันตรังสีได้นับพัน ๆ ปี แต่ประเทศในภูมิภาคแม่น้ำโขง เช่น ประเทศไทย พม่า และเวียดนาม ก็ประกาศแผนการที่จะสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั้งสิ้น
โครงการเขื่อนน้ำเทิน 2 ตั้งอยู่ในที่ราบสูงนากาย (Nakai Plateau) แขวงคำม่วน ประเทศลาว บริเวณป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เขื่อนจะทำให้เกิดอ่างเก็บน้ำขนาด 450 ตารางกิโลเมตร และทำให้ประชาชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ต้องอพยพโยกย้ายมากกว่า 6,200 คน นักมนุษยวิทยาพบว่า มีชนพื้นเมืองบางกลุ่มในลุ่มน้ำนี้ ใช้ภาษาที่ไม่เคยถูกค้นพบมาก่อนในโลกด้วย และเขื่อนจะส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงประชาชนอีกกว่า 100,000 คนที่อาศัยพึ่งพิงแม่น้ำเซบั้งไฟด้วย เพราะการเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าจะปล่อยน้ำจากอ่างเก็บน้ำสู่แม่น้ำเซบั้งไฟ เขื่อนน้ำเทิน 2 มีมูลค่าการลงทุน 1,300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีกำลังการผลิต 1,070 เมกะวัตต์ ซึ่งไฟฟ้าที่ผลิตได้จะส่งขายให้ประเทศไทย
โครงการผันน้ำระหว่างประเทศ ถูกผลักดันอย่างเร่งรีบอีกครั้ง ทั้งในลุ่มน้ำโขงและลุ่มน้ำสาละวิน นับตั้งแต่ นายสมัคร สุนทรเวช เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อเดือนมกราคม 2551 การประกาศนโยบายที่จะผันน้ำจากแม่น้ำโขงมาใช้ในภาคอีสานทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำข้อเสนอโครงการผันน้ำต่าง ๆ ที่ได้มีการศึกษาไว้ก่อนหน้านี้มาปัดฝุ่นใหม่ ซึ่งครอบคลุมทั้งลุ่มแม่น้ำโขง ลุ่มน้ำสาละวิน และลุ่มน้ำอื่น ๆ ในประเทศด้วย
แม่น้ำสงครามเป็นแม่น้ำสาขาที่สำคัญสายหนึ่งของแม่น้ำโขง ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นแม่น้ำที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ มีความหลากหลายของชนิดพันธุ์และระบบนิเวศที่เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของปลา ชุมชนสองฟากฝั่งบริเวณลุ่มน้ำสงครามตอนล่างมีวิถีชีวิตและเศรษฐกิจที่พึ่งพิงการทำประมง และมีลักษณะทางนิเวศวัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
หลังการสิ้นสุดลงของสงครามเย็น อันนำมาซึ่งการผ่อนคลายทางการเมืองในประเทศภูมิภาคแม่น้ำโขง ยังผลให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคแม่น้ำโขง เป็นไปอย่างก้าวกระโดด ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา รัฐบาลแต่ละประเทศต่างมุ่งเน้นนโยบายการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างเข้มข้น เพื่อนำพาประเทศเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแบบตลาดการค้าเสรี ทรัพยากรป่าไม้และที่ดิน อันเป็นฐานยังชีพของประชาชนส่วนใหญ่ในภาคชนบท ถูกใช้เป็นต้นทุนสำหรับการพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม รวมทั้งสวนป่าเชิงพาณิชย์ ที่มุ่งปลูกพืชเชิงเดี่ยวในพื้นที่ขนาดใหญ่ เพื่อเป็นวัตถุดิบให้กับอุตสาหกรรมสวนป่า
ประเด็นอื่นๆ