รมว.วิทย์หนุนอีสานปลูกยูคาลิปตัส

กรุงเทพธุรกิจ 11 กุมภาพันธ์ 2551

โดย จุฑารัตน์ ทิพย์นำภา

เตรียมตั้งคณะทำงานศึกษาความเป็นไปได้ สั่งการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ สำรวจพื้นที่เหมาะสมรองรับ ด้านมก.ยกงานวิจัยรับรองสวนยูคาลิปตัสไม่กระทบระบบนิเวศน์

นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวถึงแนวคิดสนับสนุนให้ประชาชนในภาคอีสานปลูกต้นยูคาลิปตัสแทนทำนาข้าว ซึ่งให้ผลผลิตไม่แน่นอนและราคาตกต่ำว่า

โดยจะตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ ด้านเทคโนโลยีรวมถึงพื้นที่ปลูกที่เหมาะสม เบื้องต้นจะส่งผู้เชี่ยวชาญไปศึกษาดูงานที่แคนาดา ซึ่งเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าในเรื่องเชื้อเพลิงชีวภาพ

นอกจากนี้จะมอบหมายให้สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก.) สำรวจพื้นที่ลุ่มน้ำ 25 แห่งทั่วประเทศ เพื่อจัดหาพื้นที่ระบบนิเวศน์ป่าฝน ที่เหมาะสมในการปลูกต้นยูคาลิปตัส โดยจะประสานข้อมูลกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ต่อไป

ยูคาลิปตัสเป็นพันธุ์ไม้โตเร็ว มีศักยภาพในการผลิตเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ รวมทั้งเป็นวัตถุดิบส่งโรงงานผลิตเยื่อกระดาษ ที่ผ่านมาได้สนับสนุนให้ประชาชนในพื้นที่ภาคอีสานใต้ เช่น ร้อยเอ็ด และบุรีรัมย์ ปลูกต้นยูคาลิปตัสเสริมบริเวณคันนา โดยช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรจากราคาขายตันละ 1,200 บาท

“หากสามารถผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพจากไม้ยูคาลิปตัสได้จริง กระทรวงก็พร้อมสนับสนุนให้ใช้ประโยชน์ในโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ เช่น การผลิตพลังงานไอน้ำใช้กับโครงการรถไฟรางคู่ ซึ่งจะประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้มหาศาล” นายวุฒิพงศ์ กล่าว

นายนิคม แหลมสัก ภาควิชาวนผลิตภัณฑ์ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ความเห็นว่า การปลูกต้นไม้โตเร็วเพื่อใช้ประโยชน์ในการผลิตผลิตภัณฑ์และเชื้อเพลิงชีวภาพ เป็นแนวโน้มที่ทั่วโลกให้ความสนใจ เนื่องจากเป็นพืชโตเร็วซึ่งมีศักยภาพการใช้งานมากกว่าพืชอาหาร อีกทั้งมีแนวโน้มเป็นเชื้อเพลิงทางเลือก ที่ทดแทนเชื้อเพลิงจากฟอสซิล

ยูคาลิปตัสปลูกในไทยมากว่า 10 ปี มีงานวิจัยที่พิสูจน์แล้วว่า "ไม่"ส่งผลกระทบต่อดินและน้ำอย่างที่หลายคนคิด โดยผลจากการศึกษาคุณภาพดินก่อนปลูกและหลังปลูกไม่พบการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด พืชแต่ละชนิดต้องการธาตุอาหารเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นต้นยูคาลิปตัส ต้นยางพารา หรือต้นสัก โดยพืชทุกชนิดไม่มีอันตราย แต่การปลูกให้ได้ผลต้องขึ้นอยู่กับการจัดพื้นที่ปลูกให้ถูกต้อง

ส่วนการนำไม้ยูคาลิปตัสมาผลิตเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพนั้น มีความเป็นไปได้ ยกตัวอย่างโซนยุโรปตอนใต้ มีการตั้งโรงงานผลิตเชื้อเพลิงจากไม้ในระดับอุตสาหกรรม ขณะที่เทคโนโลยีนี้ในไทยยังอยู่ขั้นตอนของการพัฒนาระบบในห้องปฏิบัติการ และกำลังเข้าสู่ขั้นตอนโรงงานต้นแบบ

ด้าน ดร.เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สป.) แย้งว่า การปลูกต้นยูคาลิปตัสส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากต้นยูคาลิปตัสจะดูดซับสารอาหารต่างๆ ในดิน และความชุ่มชื่นของน้ำจนหมด รวมทั้งยังแย่งสารอาหารจากพืชที่ปลูกใกล้เคียงด้วย ทำให้ความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์เสื่อมโทรม

ยกตัวอย่างพื้นที่ภาคตะวันออกที่มีการปลูกต้นยูคาลิปตัสจำนวนมาก กลายเป็นพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูงขึ้น ฝนทิ้งช่วง ไม่ตกต้องตามฤดูกาล ดังนั้น จึงควรพิจารณาถึงพืชพลังงานอื่น ไม่จำเป็นต้องเป็นต้นยูคาลิปตัส