ค้านไอเดียปลูกยูคาฯ วุฒิพงศ์ฟุ้งรายได้งาม

โพสต์ทูเดย์ 12 กุมภาพันธ์ 2551

สมาชิกสภาที่ปรึกษาฯ ค้านแนวคิดปลูกป่ายูคาฯ

นายเพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สป.) กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับเหตุผลของนายวุฒิพงศ์ ฉายแสง รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่นำมาสนับสนุนการปลูกป่ายูคาลิปตัส ว่าจะไม่มีปัญหากระทบต่อระบบนิเวศน์

“ประเทศไทยเริ่มปลูกไม้ชนิดนี้มาตั้งแต่ปี 2520 แต่ปลูกกัน 5-10 ไร่ แต่ช่วงหลังๆ ปลูกกันเป็นล้านไร่ การปลูกป่ายูคาฯ ทำให้ต้นไม้และสัตว์อย่างอื่นอาศัยอยู่ได้ ผมกำลังสงสัยว่า การส่งเสริมให้ปลูกไม้ ยูคาฯ เป็นหน้าที่ของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ตรงไหน หรือเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทับซ้อนกับใครหรือไม่” นายเพิ่มศักดิ์ กล่าว

นายเพิ่มศักดิ์ กล่าวอีกว่า มี ผลการวิจัยออกมาชัดเจนว่า พื้นที่ ที่ปลูกยูคาฯ นั้นมีผลกระทบ คือ 1.ขาดความหลากหลายทางชีวภาพ เพราะมีแต่ยูคาฯ ไม่มีพืช หรือสัตว์ชนิดอื่น 2.ขาดน้ำ 3.ดินขาดแร่ธาตุ ปลูกพืชอย่างอื่นไม่ได้

ด้านนายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ในพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยพืชชนิดอื่นอยู่แล้ว ก็ไม่เหมาะสมที่จะปลูกไม้ ยูคาฯ ใครต้องการจะปลูกไม้ชนิดนี้ต้องตัดสินใจเอาเอง แต่ปัญหาเวลานี้คือ เกษตรกรไม่มีที่ส่วนตัวเพื่อ จะปลูก

ด้านนายวุฒิพงศ์ ก็ออกมาย้ำอีกครั้งว่า มีงานวิจัยยืนยันว่าการส่งเสริมการปลูกป่ายูคาฯ จะทำให้เกษตรกรได้ประโยชน์ เพราะสามารถนำมาผลิตเชื้อเพลิงเหลว เพื่อแก้ไขวิกฤตพลังงาน

“มีนักวิจัยไทยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน พัฒนาสายพันธุ์ต้นยูคาฯ จนได้สายพันธุ์ ผลผลิตสูงที่ปรับตัวเข้ากับระบบนิเวศน์ประเทศไทยได้แล้ว โดย จะไม่มีผลกระทบใดๆ” นายวุฒิพงศ์ กล่าว

นอกจากนี้ การปลูกไม้ยูคาฯ ยังทำให้เกิดรายได้เพิ่มจากการปลูกข้าวสูงถึง 6 พันบาท/ไร่/ปี จากผลผลิตเนื้อไม้ยูคาฯ 5 ตัน/ไร่/ปี ซึ่งมีราคารับซื้อในอุตสาหกรรมผลิตกระดาษตันละ 1.2 พันบาท

“ผมต้องการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน จึงเห็นว่าการปลูกพืชโตเร็วอย่างยูคาฯ เป็นแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่ไม่ต้องพึ่งเชื้อเพลิงฟอสซิล” นายวุฒิพงศ์ กล่าว

ขณะที่นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน รมว.ทส. กล่าวว่า จะเสนอโครงการอุโมงค์ผันน้ำโขงที่เคยศึกษารายละเอียดไว้ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทราบในวันที่ 12 ก.พ.

นายอดิศักดิ์ ทองไข่มุกต์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กล่าวว่า รายละเอียดที่เสนอ ครม. จะระบุแนวเส้นทางของอุโมงค์ เช่น จุดเหมาะสมในการทำอุโมงค์ พื้นที่ที่จะได้รับประโยชน์ เทคนิคในการผันน้ำ และงบประมาณ