กฟผ.ผุดโรงไฟฟ้า'มายตง'เล็งMOUพม่า-จีนสร้างพลังน้ำ7พันเมก

15 กรกฎาคม 2558 | ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

"ณรงค์ชัย" เผยไทยเตรียมลงนามเอ็มโอยู ไทย, จีน, เมียนมา พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำสาละวินตอนบน "มายตง" 7,000 เมกะวัตต์ ส่งไฟฟ้าขายไทยได้ภายในปี 2558 นี้ คาดใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 5 ปี

นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน เปิดเผยถึงความคืบหน้าในความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างไทยกับเมียนมา ว่า ภายในสิ้นปี 2558 นี้ จะลงนามความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ระหว่างรัฐบาลทั้ง 3 ประเทศ คือ ไทย, จีนและเมียนมา ในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ บนแม่น้ำสาละวินตอนบน คือโครงการมายตงขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้า 7,000 เมกะวัตต์ได้ หลังจากที่ทางเมียนมา มีการยกเลิกโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำท่าซางที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกันออกไป โดยโครงการมายตง ฝ่ายไทยจะให้ทาง บริษัท กฟผ.อินเตอร์เนชั่นแนล หรืออีแกตไอ เป็นผู้ดำเนินการลงทุน ในขณะที่ฝ่ายจีน คือ บริษัท Three Gorges Corporation ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่เป็นผู้ลงทุน โดยถือหุ้นร่วมกันฝ่ายละ 40% ในขณะที่รัฐ บาลของเมียนมาจะถือหุ้น 20%

"คาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการก่อสร้าง 5 ปี นับจากวันที่มีการลงนามในสัญญาร่วมกัน โดยไฟฟ้าที่ผลิตได้ในช่วงแรก ประมาณ 700 เมกะวัตต์ จะส่งให้กับทางเมียนมาที่ยังคงมีความขาดแคลนในเรื่องของไฟฟ้าอยู่ ส่วนที่เหลือทั้งหมด ประมาณ 6,300 เมกะวัตต์ จะขายกลับมายังประเทศไทย ซึ่งจะอยู่ในแผนการรับซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2558 ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี และนายณรงค์ชัย พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพลังงาน ได้เดินทางไปลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยเรื่องพลังงาน กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไฟฟ้าเมียนมา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเมียนมาที่กรุงเนปยีดอ เพื่อมุ่งเน้นให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและข้อมูลด้านนโยบายพลังงานที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ และเพื่อเสริมสร้างความร่วมมืออันดีระหว่างกันของทั้ง 2 ประเทศ โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ร่วมกัน

โดยเอ็มโอยูจำนวน 2 ฉบับนั้น ฉบับที่ 1 เป็นบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงพลังงานไทยและกระทรวงพลังงานเมียนมาว่าด้วยเรื่องพลังงาน โดยขอบเขตความร่วมมือคือ ทั้ง 2 ประเทศจะร่วมมือกันด้านปิโตรเลียมต้นน้ำและปลายน้ำ เช่น การพัฒนาท่อส่งก๊าซในประเทศและข้ามชายแดน การสำรวจและผลิตการพัฒนาขีดความสามารถในการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) การปรับปรุงโรงกลั่นน้ำมัน และการพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าปิโตรเคมีที่มีความเป็นไปได้ร่วมกัน

และสำหรับฉบับที่ 2 บันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงพลังงานไทยและกระทรวงไฟฟ้าเมียนมา ว่าด้วยเรื่องพลังงานไฟฟ้า โดยขอบเขตความร่วมมือคือ ทั้ง 2 ประเทศจะร่วมมือกันด้านพลังงานไฟฟ้า เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า ซึ่งประกอบด้วยระบบการผลิตไฟฟ้าจากเขื่อนพลังน้ำและอื่นๆ ระบบส่งและระบบจ่ายไฟฟ้า และขยายความร่วมมือด้านการผลิตไฟฟ้าที่มีอยู่และความตกลงทวิภาคีที่ทำก่อนหน้านี้ โดยมุ่งสนับสนุนความต้องการไฟฟ้าภายในเมียนมา เป็นลำดับแรก รวมถึงการส่งเสริมการค้าและการเชื่อมโยงไฟฟ้าระหว่าง 2 ประเทศ ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องนำไปสู่ความสำเร็จในข้อตกลงเรื่องของโครงการมายตง.

ที่มา: http://www.ryt9.com/s/tpd/2205229