ไฟเขียวสัมปทานลงทุนเขตเศรษฐกิจทวาย

7 สิงหาคม 2558 | เดลินิวส์
 

“คณะกรรมการร่วมระดับสูงไทย-เมียนมา ไฟเขียวสัมปทานโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายระยะแรก พร้อมคุย     สามฝ่ายระหว่างไทย เมียนมา และญี่ปุ่น ร่วมการพัฒนาโครงการทวายระยะต่อไป”

รายงานข่าวจากคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา       ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีและนายอูญาณ ทุน รองประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาได้เป็นประธานร่วมการประชุมคณะกรรมการร่วมระดับสูงระหว่างไทย-เมียนมาเพื่อการพัฒนาที่ครอบคลุมในเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายและพื้นที่โครงการที่เกี่ยวข้องครั้งที่ 4 ณ นครเนปิดอว์ โดยที่ประชุมเห็นชอบสาระสำคัญของร่างสัญญาสัมปทานโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายระยะแรกและบันทึกความเข้าใจฉบับเพิ่มเติมซึ่งได้ผ่านการพิจารณาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของเมียนมาและได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการเขตเศรษฐกิจพิเศษของเมียนมาแล้ว
 
สำหรับโครงการดังกล่าวมีโครงการย่อย ประกอบด้วย ท่าเรือขนาดเล็ก พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมระยะแรกและการบริหารจัดการถนนสองช่องทางโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก โรงงานผลิตไฟฟ้าชั่วคราว อ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ระบบโทรคมนาคมภาคพื้นดินและพื้นที่อยู่อาศัยระยะแรก ซึ่งภายหลังการประชุมได้มีการลงนามในสัญญาสัมปทานโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายระยะแรกระหว่างคณะกรรมการบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย และกลุ่มธุรกิจไทย คือบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) บริษัทสวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) และบริษัทแอลเอ็นจี พลัส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
 
ทั้งนี้ที่ประชุมยังอนุมัติแผนแม่บทการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายในระยะสมบูรณ์ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากเนด้าเพื่อใช้เป็นกรอบในการพัฒนาโครงการร่วมกับประเทศญี่ปุ่นต่อไป พร้อมทั้งเห็นชอบให้มีโครงการคลังเชื้อเพลิงลอยน้ำ เป็นส่วนหนึ่งในโครงการทวายซึ่งเป็นไปตามกรอบความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างไทยเมียนมาที่ได้ลงนามไปก่อนหน้านี้และเห็นชอบในหลักการให้สามารถใช้เงินบาทไทยเป็นสกุลเงินในการทำธุรกรรมด้านการค้าการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษของเมียนมาโดยให้มีคณะทำงานร่วมด้านการเงินจากทั้งสองประเทศร่วมจัดทำข้อเสนอต่อไป
 
นายอูญาณ ทุน กล่าวว่า โครงการทวายระยะแรกคาดว่าจะมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 1,600ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ใช้เวลาก่อสร้าง 8 ปีและก่อให้เกิดการจ้างงานต่อคนในพื้นที่ประมาณ 300,000 ตำแหน่งภายในปี2568โดยจะเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมสู่พื้นที่ภูมิภาคที่มุ่งเน้นการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชนอย่างยั่งยืน
 
นอกจากนี้ยังได้ประชุมสามฝ่ายระหว่างไทยเมียนมา และญี่ปุ่น มีข้อสรุปว่าญี่ปุ่นยืนยันที่จะเข้าร่วมการพัฒนาโครงการทวายต่อไปและเพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม จำเป็นต้องมีการหารือในระดับคณะทำงานกลุ่มย่อยจากทั้งสามประเทศอย่างต่อเนื่องต่อไป

ที่มา: เดลินิวส์