ผลกระทบจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน‬ต่อชุมชนและทรัพยากรธรรมชาติในเขตพะลึน

6 กันยายน 2558

ร่วมจัดโดย มูลนิธิสิทธิมนุษยชนแห่งแดนมอญ (Human Rights Foundation of Mon Land – HURFOM), มูลนิธิฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ (FER/TERRA)
 

กำหนดการประชุม
ผลกระทบจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน ต่อชุมชนและทรัพยากรธรรมชาติในเขตพะลึน

วันอาทิตย์ที่ 6 เดือนกันยายน พ.ศ. 2558 เวลา 13.00 – 16.00 น.

13.00 – 13.15 น.    กล่าวเปิดโดย Nai Mon Aye ประธาน Mon Association of Thailand (MAT)

13.15 – 14.30 น.    อภิปราย “ผลกระทบจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน ต่อชุมชนและทรัพยากรธรรมชาติในเขตพะลึน” โดย
1.    พระ Goon Nonda         ตัวแทนชุมชนเขตพะลึน จากวัดอันแตง
2.    นายวีรวัธน์  ธีรประสาธน์    ประธานมูลนิธิฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ(FER)
3.    นายมนตรี  จันทวงศ์    โครงการฟื้นฟูนิเวศในภูมิภาคแม่น้ำโขง(TERRA)
4.    นางสาวจริยา  เสนพงศ์    Greenpeace (ประเทศไทย)
ดำเนินรายการโดย นาย คะซาวมอน  (HURFOM)

14.30 – 16.00 น.    เปิดอภิปรายทั่วไป รับฟังความเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมประชุม
ดำเนินรายการโดย นาย คะซาวมอน  (HURFOM)

ภายในบริเวณห้องประชุม
1.    จัดแสดงนิทรรศการ ความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ และระบบนิเวศของเขตพะลึน
2.    จัดฉายวีดิทัศน์ (10.00-13.00 น.) เช่น  Touching the Fire (ผลิตโดย HURFOM), ข่าวโรงไฟฟ้าถ่านหินที่บ้านอันแตง (โดย TPBS), สารคดีสั้น “ปลายทางหมาก สุดขอบเลนที่อันแตง” (โดย TERRA)
3.    แสดงรายงานการศึกษา  ความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรธรรมชาติ และความมั่งคั่งของชุมชนในพะลึน โดยชุมชนท้องถิ่น, มิถุนายน 2558 (รายงานที 4 ภาษาได้แก่ ภาษามอญ, พม่า, อังกฤษ, ไทย)

ร่วมจัดโดย
1.    มูลนิธิสิทธิมนุษยชนแห่งแดนมอญ (Human Rights Foundation of Mon Land – HURFOM)
2.    มูลนิธิฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ (FER/TERRA)


Press briefing:

ผลกระทบจากโรงไฟฟ้าถ่านหินต่อชุมชนและทรัพยากรธรรมชาติ
ในเขตพะลึน, เมืองเย, รัฐมอญ ประเทศเมียนมา
วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2558 เวลา 13.00 – 16.00 น. ณ วัดสุธรรมวดี
ร่วมจัดโดย มูลนิธิสิทธิมนุษยชนแห่งดินแดนมอญ, มูลนิธิฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ

ที่มา
เขตพะลึน ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองเย เมืองท่าที่สำคัญทางตอนใต้ของรัฐมอญ ประเทศเมียนมา ในจำนวน 7 หมู่บ้านของพะลึนทางตะวันตก หมู่บ้าน คือ หมู่บ้านอังแตง หมู่บ้านนิเกรอะ หมู่บ้านเคาะเคลีย หมู่บ้านนินู่ หมู่บ้านซายแกรม หมู่บ้านบาลายแซม และหมู่บ้านเกาะเกรอย มีประชากรอยู่ประมาณ 1,462 ครัวเรือน ส่วนใหญ่เป็นชุมชนมอญ มีวัดเป็นศูนย์กลางของชุมชนที่คอยดำรงรักษาความเชื่อทางศาสนาและประเพณีวัฒนธรรมชาติพันธุ์ และด้วยระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติที่ยังสมบูรณ์ ปราศจากมลพิษ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งน้ำจากภูเขาพะลึนและฝนที่ยังไม่โดนหมอกควันมลพิษปนเปื้อน และยังคงปลอดภัยในการบริโภคสำหรับทั้งคนและสัตว์ ป่าชายเลนที่ยังมีต้นไม้ที่เริ่มหาได้ยากในพื้นที่ปากแม่น้ำอื่นๆ หาดเลนที่แผ่กว้างไกล อันเต็มไปด้วยปู หอย และท้องทะเลที่ยังมีสัตว์และพืชน้ำอย่างมั่งคั่ง ส่งผลให้ชุมชนที่นี่ยังคงสามารถดำรงวิถีชีวิตที่พึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติได้จนถึงปัจจุบัน

อาชีพหลักของคนในเขตพะลึน คือ การทำสวนหมาก (ซึ่งมีผลไม้หลายชนิดปลูกร่วมด้วย เช่น ทุเรียน มังคุด มะพร้าว ส้ม มะนาวยักษ์ ลูกเนียง จำปาดะ ขนุน), การทำนา, การประมง (รวมถึงการแปรรูปผลผลิตการประมงที่สำคัญคือ การทำปลาแห้งและการทำกะปิ การสำรวจรายได้โดยชุมชนในระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคม 2558 พบว่า ชาวบ้านมีรายได้รวมจากการขายหมากประมาณ 91,167,273 บาทต่อปี(จากจำนวนครอบครัวที่ปลูกหมาก 712 ครอบครัว), รายได้รวมจากการประมง(เฉพาะหมู่บ้านเคาะเคลียและหมู่บ้านนิเกรอะจำนวน 108 ครอบครัว) ประมาณ 71,900,000 บาทต่อปี และรายได้รวมจากการขายข้าวประมาณ 13,625,182 บาทต่อปี (จากจำนวนครอบครัวที่ทำนา 286 ครอบครัว) อาชีพเสริมอื่น ๆ ได้แก่ การขายผลไม้จากสวนหมาก, การเก็บของป่าเช่น เห็ด หน่อไม้ พืชผักตามธรรมชาติ, การหาปลาและสัตว์น้ำอื่นๆในเขตหาดเลนและป่าชายเลนเพื่อบริโภคและรายได้, การทำหลังคาโดยใช้ใบจากต้นจาก ในป่าชายเลน, การทำน้ำตาลจากต้นตาล เป็นต้น

พื้นที่ในเขตพะลึน บริเวณหมู่บ้านอันแตง ถูกประกาศให้เป็นพื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 1,280 เมกะวัตต์ โดย บมจ. ทีทีซีแอล จากประเทศไทย (เดิมคือ บมจ. โตโย-ไทย คอร์ปเปอร์เรชั่น) ต้องใช้พื้นที่ประมาณ 937.5 ไร่ เพื่อสร้างทั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินและท่าเรือที่จะยื่นออกไปในทะเลยาว 5 กิโลเมตร พื้นที่ตั้งโรงไฟฟ้านี้เป็นแหล่งปลูกข้าวที่สำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่งในพะลึน ซึ่ง บมจ. ทีทีซีแอล ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง(MOA)กับกระทรวงพลังงานไฟฟ้าเพื่อสร้างโรงไฟฟ้าเมื่อ วันที่ 9 เมษายน 2558 ที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายจะเริ่มก่อสร้างในปี 2559 และผลิตไฟฟ้าได้ในปี 2562

ตั้งแต่ชาวบ้านในเขตพะลึนทราบแผนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งนี้ตั้งแต่เดือนเมษายน 2557 ซึ่งมีตัวแทนจาก บมจ. โตโย-ไทย คอร์ปเปอร์เรชั่น มาชี้แจงโครงการ ชาวบ้านในเขตพะลึนก็แสดงความเห็นคัดค้านไม่เห็นด้วยในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่นี่มาโดยตลอด เนื่องจากจะทำลายทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดของชาวบ้าน ทั้งในพื้นที่ภูเขา ทะเล ป่าชายเลน ทุ่งนา และชุมชน  และล่าสุดในเช้าวันที่ 5 พฤษภาคม 2558 ที่ผ่านมา ชาวบ้านในเขตพะลึนและประชาชนในเขตเมืองเยที่คัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกว่า 6,000 คน ได้มาร่วมมาชุมนุมกันที่ลานหน้าวัดหมู่บ้านอังแตง เพื่อแสดงจุดยืนของประชาชนในพื้นที่ในการคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินของบมจ. ทีทีซีแอล จากประเทศไทย ถือได้ว่าการชุมนุมครั้งนี้เป็นการชุมนุมที่ใหญ่ที่สุดในรัฐมอญในหลายรอบปีที่ผ่านมา

การจัดการประชุมในวันที่ 6 กันยายน 2558 จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างการรับรู้ของชุมชนมอญในประเทศไทย และสังคมไทยโดยรวม ให้ได้ตระหนักถึงผลกระทบจากการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน โดยบริษัทที่มาจากประเทศไทย ต่อชุมชนและทรัพยากรธรรมชาติในเขตพะลึน

ติดต่อประสานงาน: อารียา ติวะสุระเดช โทร 081-7526928