“เครือข่ายประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า ยื่นจดหมายถึงนายกฯ และรัฐมนตรีพลังงาน เรียกร้องยกเลิกแผน PDP2015 เพื่อให้จัดทำแผนใหม่”

7 กันยายน 2558 | เครือข่ายประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของไทย

เวลา 10.00 น. วันที่ 7 กันยายน 2558 ที่กระรวงพลังงาน เอนเนอร์ยีคอมเพล็กซ์ อาคารบี "เครือข่ายประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของไทย" จำนวนประมาณ 25 คน จากพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ อาทิ จ.กระบี่ อ.เทพา จ.สงขลา ลุ่มน้ำสาละวิน จ.แม่ฮ่องสอน จ.อุบลราชธานี ได้เดินทางมายื่นจดหมายเปิผนึกถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

 

นายอิสคาเรส หะยีเด ตัวแทนเครือข่ายคนสงขลาปัตตานีไม่เอาถ่านหิน กล่าวว่า แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2558-2579 (แผนพีดีพี 2015) จะนำไปสู่การก่อสร้างโรงไฟฟ้าจำนวนมากถึง 57,459 เมกะวัตต์ในระยะ 20 ปีข้างหน้า โดยอ้างถึงความจำเป็นต่อความมั่นคงพลังงานไฟฟ้าของประเทศ ซึ่งจากการตรวจสอบเนื้อหาของแผนฯ ฉบับนี้ ทำให้พบความไม่ชอบมาพากลหลายประการ ที่สำคัญคือแผนพีดีพี 2015 จะนำไปสู่การลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่เกินความจำเป็น เป็นการลงทุนที่ไม่เกิดประโยชน์ กลายเป็นภาระทางการเงินของผู้บริโภคในระยะยาวคิดเป็นเงินกว่า 6.7 แสนล้านบาท

 

"เครือข่ายประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากแผนพัฒนาการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้ได้รับปัญหาโดยตรงจากโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน และเขื่อนขนาดใหญ่ (ทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน) จึงขอเรียกร้องให้กระทรวงพลังงานยกเลิก แผนพีดีพี 2015 เพื่อให้จัดทำแผนใหม่ ด้วยกระบวนการที่มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ใช้ในการวางแผน และตรวจสอบการวางแผนได้อย่างโปร่งใส

 

นางสาวคำปิ่น อักษร กลุ่มคนฮักน้ำของ จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า โรงไฟฟ้าที่จะก่อสร้าง ใหม่จำนวนมากในแผนฯ ส่วนหนึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำและถ่านหินที่จะถูกก่อสร้างขึ้นในประเทศเพื่อนบ้าน และส่งไฟฟ้าเข้ามาใช้ในประเทศไทย ถือเป็นการส่งออกปัญหาสิ่งแวดล้อมและความขัดแย้งกับชุมชนไปยังประเทศ เพื่อนบ้าน ขณะเดียวกัน โครงการเช่นเขื่อนขนาดใหญ่บนแม่น้ำโขงและแม่น้ำสาละวิน แม้จะสร้างในประเทศเพื่อนบ้าน แต่ก็ก่อให้เกิดปัญหาต่อระบบนิเวศข้ามพรมแดน และสร้างผลกระทบย้อนกลับมาที่ประชาชนไทย

 

จากนั้นนายธนรัช จังพานิช ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านยุทธสาสตร์พลังงาน กระทรวงพลังงาน เป็นแทนมาผู้รับหนังสือ

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่มีการอ่านจดหมายเปิดผนึกที่หน้าอาคารกระทรวงพลังงาน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ มาปฏิบัติหน้าที่จำนวนหนึ่ง และนำรถ สน.บางซื่อ จอดที่ข้างทางเข้าเอนเนอร์ยีคอมเพล็กซ์ แต่เมื่อเสร็จสิ้นกิจกรรมจึงได้แยกย้ายกลับโดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ

อ่านจดหมายเปิดผนึกได้ที่ 
http://www.thaiclimatejustice.org/knowledge/view/126