ผลกระทบโรงไฟฟ้าถ่านหิน ต่อชุมชนรัฐมอญ ประเทศพม่า

8 กันยายน 2558 | ไทยรัฐออนไลน์

ลิ้งค์ข่าว http://www.thairath.co.th/clip/26350

บริเวณหมู่บ้านอังแตง ในเขตพะลึก เมืองเย รัฐมอญ ประเทศพม่า ถูกประกาศให้เป็นพื้นที่ก่อสร้างโรงงานไฟฟ้าถ่านหินขนาด 1พัน 280 เมกะวัตต์ ซึ่งต้องใช้พื้นที่กว่า 900 ไร่ เพื่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินและท่าเรือที่ยื่นออกไปในทะเลยาว 5 กิโลเมตร โดยจะเริ่มก่อสร้างในปีหน้า และผลิตไฟฟ้าในปี 2562

ด้านชาวบ้านในรัฐมอญ ต่างคัดค้าน เพราะเกรงว่าโรงไฟฟ้าจะทำลายทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศน์ที่อุดมสมบูรณ์ เช่น นาข้าว กว่า 700 ไร่ และพื้นที่ปลูกหมาก ผลผลิตที่มีชื่อเสียงของพะลึน เป็นแหล่งรายได้สำคัญของชาวบ้าน กว่า 91 ล้านบาทต่อปี และอาชีพประมง

พระนอนแต แห่งวัดอังแตง เปิดเผยว่า ชาวบ้านเริ่มทราบว่าจะมีโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้า เมื่อ ปีที่แล้ว และเห็นด้วยที่จะสร้างโรงไฟฟ้าในพื้นที่ โดยหน่วยงานภาครัฐได้ลงนามบันทึกข้อตกลงการก่อสร้าง เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2558 โดยไม่มีการทำประชาพิจารณ์ ที่สำคัญอาจทำลายวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวอังแตง

ด้านนางสาว นีมาอู ตัวแทนเยาวชนจากหมู่บ้านอังแตง กล่าวว่า ปัจจุบันชาวบ้านใช้ไฟฟ้าจากเครื่องปั่นไฟ ที่พระสงฆ์และชาวบ้านร่วมกันบริหารและจัดตั้งขึ้นมา ก็เพียงพออยู่แล้ว ไม่ต้องการให้มีโรงงานไฟฟ้าถ่านหินขนาดใหญ่เข้ามาแทรกในชุมชน อีกทั้งยังมีท่าเรือยื่นออกไปในทะเล ที่อาจกระทบต่ออาชีพประมง  หากมีการก่อสร้างโรงงานไฟฟ้า แทนที่ นาข้าวและสวนหมาก ชาวบ้านต้องไร้อาชีพและขาดรายได้อย่างแน่นอน

วันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา ชาวบ้านอังแตงได้ยื่นจดหมายถึงคณะกรรมมาธิการการลงทุนแห่งสหภาพพม่า เรียกร้องให้หยุดการลงทุนโครงการดังกล่าว ชาวบ้านในรัฐมอญ กว่า 6 พันคน ยังได้ร่วมชุมนุมเพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านโรงงานไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งถือว่าเป็นการชุมนุมที่ใหญ่ที่สุดในรัฐมอญในรอบหลายปีที่ผ่านมา