พพ. ยอมรับตัวเลขหินเกลือพิมพ์ผิด ชี้โครงการน้ำสงครามทำตามมติ ครม.

ผู้จัดการรายวัน 6 มกราคม 2537

ตามที่ข่าวธุรกิจ-สิ่งแวดล้อม หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน ประจำฉบับวันพุธที่ 3 พฤศจิกายน 2536 ได้เสนอรายงานข่าวโครงการน้ำสงครามเรื่อง “ชำแหละ EIA เขื่อนน้ำสงคราม หมกเม็ดผลกระทบแผ่นดินเค็ม” ที่รวบรวมความคิดเห็นของนักวิชาการสิ่งแวดล้อมเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมของโครงการฯ ซึ่งเป็นการแสดงความคิดเห็นในเวทีการไต่สวนสาธารณะด้านเทคนิควิชาการ ที่จัดโดยคณะผู้ชำนาญการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม (สผ.)

กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน (พพ.) กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการได้ส่งเอกสารชี้แจงข้อมูลที่ปรากฎในรายงานข่าวบางประเด็น ซึ่ง “ผู้จัดการรายวัน” เห็นว่าควรตีพิมพ์เผยแพร่เพื่อความชัดเจนของข้อมูลและให้โอกาสผู้เป็นเจ้าของโครงการได้ชี้แจงข้อเท็จจริง

“พพ.ขอเรียนชี้แจงต่อประเด็นต่างๆ ที่กล่าวถึงในบทความหมกเม็ดผลกระทบแผ่นดินเค็ม” ของหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวันประจำวันพุธที่ 3 พ.ย. 2536 หน้า 6 ดังต่อไปนี้

ประเด็นที่ 1 การลอกข้อมูลปริมาณเกลือหินในบริเวณพื้นที่โครงการน้ำสงครามจากข้อมูลกรมทรัพยากรธรณีมาอย่างหมกเม็ด

คำชี้แจง-ในร่างรายงานของการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการน้ำสงคราม (มิถุนายน 2535) หน้า 5-164 ได้กล่าวไว้ว่า “จากการสำรวจคาดว่าบริเวณพื้นที่โครงการพบว่า มีปริมาณเกลือหินสำรองไม่ต่ำกว่า 3 ล้านตัน” พพ.ขอยอมรับว่าตัวเลขดังกล่าวผิดจริง เนื่องจากปริมาณสำรองเกลือหิน (Probable Reserve) จากการอ้างถึงของบริษัทนั้นที่ถูกคือ 3 ล้านล้านตัน ดังนั้น ข้อผิดพลาดจึงเกิดขึ้นจากการพิมพ์หน่วยผิด โดยตกหลักล้านไป ซึ่งมีโอกาสผิดพลาดได้ง่าย เนื่องจากเป็นข้อผิดพลาดจากการพิมพ์ ซึ่งจะต้องแก้ไขในรายงานขั้นสุดท้ายประกอบกับการพิจารณาจากการนำเสนอในรายงานแล้วเชื่อว่าบริษัทวิศวกรที่ปรึกษาไม่ได้มีเจตนาที่จะหมกเม็ดข้อมูลตามที่อ้างถึง

เนื่องจากเป็นข้อมูลที่คัดลอกมาจากกรมทรัพยากรธรณี แต่เกิดจากความผิดพลาดในการจัดพิมพ์รายงาน จึงทำให้หน่วยน้ำหนักผิดพลาด ซึ่งถ้าจะพิจารณาเรื่องเดียวกันในหน้า 5-166 “ปริมาณสินแร่เกลือหินทั้งหมดซึ่งอยู่ใต้ผิวดินในพื้นที่ของทั้ง 2 แอ่ง ซึ่งกว้างขวางถึง 50,000 ตร.กม. คาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 10 ล้านตัน” ก็เป็นการพิมพ์ผิดพลาดจาก 10 ล้านล้านตันเป็น 10 ล้านตัน เช่นเดียวกันซึ่งพพ.ต้องให้บริษัทดำเนินการแก้ไขต่อไป

การจัดหาน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคและในการเกษตรในการวางโครงการนั้นขอยืนยันว่าได้กำหนดหลักเกณฑ์ให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ดินเค็มเป็นวัตถุประสงค์หลัก แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีพื้นที่ดินเค็มปรากฎอยู่ในพื้นที่โครงการบ้าง โดยมีอยู่เพียง 724 ไร่ เท่านั้น จากพื้นที่รับน้ำของโครงการนี้ประมาณ 572,300 ไร่หรือคิดเป็น 0.13%

อนึ่ง มีผู้กล่าวอ้างว่าในพื้นที่โครงการมีโดมเกลืออยู่หลายแห่งตามข้อมูลที่ได้รับในปัจจุบันจากแหล่งเดียวกันปรากฎว่า โดมเกลือหินที่อยู่ใต้ผิวดินมากที่สุดนั้นจะอยู่ลึกจากผิวดินไป 100 เมตร ซึ่งไม่น่าจะมีผลต่อโครงการ

ประเด็นที่ 2 ผลกระทบต่อวงจรชีวิตของคนท้องถิ่น

คำชี้แจง-ผลกระทบต่อชีวิตนั้นได้มีการศึกษาโดยการสุ่มตัวอย่างตามหลักวิชาการทางสถิติครอบคลุมไว้ในในการศึกษาด้านคุณภาพชีวิต (หน้า 6-1 ถึง 6-130) แต่อย่างไรก็ตาม พพ.ก็จะได้พิจารณาศึกษาผลกระทบด้านวิถีชีวิตของแต่ละครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากพื้นที่น้ำท่วม พื้นที่ทำกินและผลกระทบทางอ้อมอื่นๆ อย่างละเอียดในชั้นการก่อสร้างโครงการต่อไป

ประเด็นที่ 3 ในรายงานไม่มีแผนที่แสดงพื้นที่ที่จะถูกน้ำท่วมถึงและไม่มีการคำนวณค่าใช้จ่ายในการแก้ปัญหา

คำชี้แจง-แผนที่บริเวณน้ำท่วมนั้นบริษัทได้นำเสนอไว้ในรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้วยแล้วดังได้แสดงไว้ในรูปที่ 6.3-1 ถึง 6.3-1/2 (หน้า 6-91 ถึง 6-92) ส่วนค่าใช้จ่ายในการชดเชยืที่ดินและทรัพย์สินบริเวณพื้นที่น้ำท่วมนั้นบริษัทได้สรุปไว้ตั้งแต่ระดับน้ำท่วม 141 ถึง 147 ม.รทก. โดยได้แสดงรายละเอียดตัวเลขเป็น 7 กรณีของระดับน้ำท่วม เพิ่มระดับน้ำท่วมครั้งละ 1 เมตร ในตารางหน้า 6-107 และมีรายละเอียดประเภทค่าใช้จ่าย ณ ระดับเก็บกัก 143.5 ม.รทก. อยู่ในหน้า 6-128

อนึ่ง การชดเชยที่ดินและทรัพย์สินของพื้นที่น้ำท่วมที่เกิดจากอาคารบังคับน้ำบ้านซ่งขมิ้นนั้น ก็มีรายละเอียดเช่นเดียวกันซึ่งแสดงไว้ในหน้า 6-119 (ตั้งแต่ระดับ 146 ถึง 152 ม.รทก. โดยเพิ่มทุกๆ 1 เมตร)

ประเด็นที่ 4 ขณะที่ทำการศึกษาถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อมยังไม่ชัดเจน พพ.กลับให้มีการออกแบบในรายละเอียดแผนระยะที่ 1 และจะเสร็จในอีก 6 เดือน

คำชี้แจง-พพ.ในฐานะองค์การของรัฐบาลจำเป็นจะต้องดำเนินการตามมติครม. เมื่อคราวประชุมครม.สัญจร ณ จังหวัดขอนแก่น เมื่อ 8 เมษายน 2532 ซึ่งมีมติให้พพ.ดำเนินการศึกษาและออกแบบรายละเอียดเพื่อพัฒนาโครงการนี้ ดังนั้น พพ.จึงได้ดำเนินการให้มีการศึกษาและออกแบบรายละเอียดตั้งแต่ปี 2533 และการออกแบบโครงการนี้ยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ ดังนั้นงบประมาณ 47 ล้านบาทในปี 2537 จึงไม่ใช่งบก่อสร้าง แต่เป็นงบเพื่อใช้เตรียมการเพื่อดำเนินการชดเชยที่ดินเฉพาะบริเวณอาคารบังคับน้ำเฉพาะปี 2537 เท่านั้น

ประเด็นที่ 5 ในพื้นที่อ่างเก็บน้ำแม้จะไม่พบว่าเป็นที่ตั้งบ้านเรือนจริง หากพื้นที่มหาศาลนั้นกลับเป็นพื้นที่ป่าบุ่งป่าทาม ซึ่งเป็นแหล่งทำมาหากินเลี้ยงชีพของราษฎร 8 หมื่นคน

คำชี้แจง-พื้นที่ป่าบุ่งป่าทามตามอ้างของผู้ชำนาญการว่าเป็นแหล่งทำมาหาเลี้ยงชีพอันสำคัญยิ่งของราษฎร 8 หมื่นคนนั้น จากตัวเลขดังกล่าวไม่มีข้อสมมุติฐานที่มาว่าได้มาจากแหล่งใดและวิธีการใด ซึ่งเข้าใจว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นค่าคาดการณ์ หากมีราษฎร 8 หมื่นคนที่พึ่งพาป่าบุ่งป่าทามน้ำสงครามตามอ้างจริงแล้วจะคิดเป็นจำนวนสูงถึง 35% ของประชากรในโครงการ ซึ่งพพ.ได้ตรวจสอบข้อมูลในภาคสนามแล้ว ปรากฎว่าลำน้ำสงครามนั้นตามศักยภาพจริง แล้วมีตลิ่งสูง พบแต่ป่าไผ่และไม้มีหนามอยู่บางส่วนของตลิ่งซึ่งแตกต่างจากน้ำมูลตอนล่าง

ประเด็นที่ 6 โครงการพัฒนาลุ่มน้ำสงครามหนึ่งในโขง-ชี-มูล

คำชี้แจง-โครงการน้ำสงครามไม่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการโขง-ชี-มูลแต่อย่างใด แต่เป็นโครงการตั้งอยู่ในอีกลุ่มน้ำหนึ่งคือลุ่มน้ำสงคราม ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งไหลลงแม่น้ำโขงที่บ้านชัยบุรี 1 อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ซึ่งโครงการน้ำสงครามจะเก็บกักน้ำบนลำน้ำใหญ่และลำน้ำสาขา โดยปริมาณน้ำดังกล่าวจะใช้เพื่อประโยชน์ในการเพาะปลูกของพื้นที่สองฝั่งลำน้ำ และน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคสำหรับหมู่บ้านที่ตั้งอยู่บริเวณดังกล่าวประสบปัญหาน้ำท่วมในฤดูฝนและขาดแคลนน้ำในช่วงฝนทิ้งช่วง ตลอดจนขาดแคลนน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภคและการเพาะปลูกในฤดูแล้ง

โครงการพัฒนาลุ่มน้ำสงคราม

โครงการน้ำสงครามเป็นโครงการที่ได้บรรจุไว้ในแผนปฏิบัติการโครงการพัฒนาลุ่มน้ำโขงมาตั้งแต่ปี 2524 จนปี 2532 ได้มีมติครม.ออกมาเมื่อวันที่ 8 เมษายน ให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม รับไปดำเนินการศึกษาและออกแบบและดำเนินการก่อสร้างโครงการลุ่มน้ำสงคราม กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน (พพ.) ก็ได้ดำเนินการว่าจ้างบริษัทวิศวกรที่ปรึกษา ซึ่งประกอบด้วย AEC, PALCON และ SWHP เมื่อปี 2533 ดำเนินการจัดทำรายงานการศึกษาทั้งด้านวิศวกรรมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม

ร่างรายงานการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการน้ำสงครามแล้วเสร็จเดือนมิถุนายน 2536 พพ.จึงส่งร่างดังกล่าวให้สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม (สผ.) พิจารณาให้ข้อคิดเห็น เดือนสิงหาคม 2536 ต่อมาสผ.และคณะกรรมการผู้ชำนาญการฯ ได้จัดให้มีการไต่สวนสาธารณะด้านเทคนิควิชาการ เรื่องข้อคิดเห็นทางวิชาการต่อโครงการน้ำสงครามเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2536

องค์ประกอบหลักของโครงการจะมีประตูน้ำ 3 แห่ง คือประตูน้ำปากแม่น้ำสงคราม ประตูน้ำบ้านซ่งขมิ้น และประตูน้ำบ้านหัวภูธร

ประตูน้ำสงครามจะสร้างที่บริเวณบ้านแก้วปัดโป่ง เป็นอ่างเก็บน้ำห่างจากปากแม่น้ำเข้ามา 8 กม. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการชลประทานในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งจะมีระบบชลประทานสูบน้ำ 35 แห่ง เพื่อพื้นที่ 394,500 ไร่ และป้องกันการไหลย้อนของแม่น้ำโขงเข้ามาในน้ำสงครามช่วงฤดูฝน

ประตูน้ำบ้านซ่งขมิ้นเป็นอ่างเก็บน้ำที่จะสร้างบนลำน้ำอูนเพื่อเก็บน้ำไว้ในสำหรับพื้นที่ชบประทาน มีสถานีสูบน้ำย่อย 3 แห่ง เพื่อพื้นที่ราว 45,100 ไร่

นอกจากนี้มีระบบผันน้ำมาจากลุ่มน้ำอูนมายังลุ่มน้ำก่ำซึ่งมีสถานีสูบน้ำอยู่ที่บ้านงิ้วและคลองผันน้ำมายังทะเลสาบหนองหาน จากนั้นจึงสูบน้ำจากหนองหานและน้ำก่ำมาใช้เพื่อพื้นที่ชลประทาน 3 พื้นที่รวม 132,700 ไร่ และจะต้องมีการก่อสร้างประตูน้ำบ้านหัวภูธรเพื่อพัฒนาพื้นที่ชลประทานท้ายหนองหานด้วย

ส่วนแผนการก่อสร้างแบ่งเป็น 2 ระยะ ในระยะแรกซึ่งจะเริ่มในปีงบประมาณ 2537 ขั้นต้นก่อสร้างประตูปากแม่น้ำสงคราม อ่างเก็บน้ำและระบบสูบน้ำ 20 แห่ง ขั้นที่ 2 ก่อสร้างระบบสูบน้ำ 15 แห่ง รวมเวลา 9 ปี ภายใต้งบประมาณ 5,821 ล้านบาท

ระยะที่ 2 เริ่มประมาณปี 2546 หลังจากที่ระยะแรกเสร็จสิ้นแล้วโดยก่อสร้างประตูน้ำบ้านซ่งขมิ้นพร้อมสถานีสูบน้ำ ระบบผันน้ำ ประตูน้ำบ้านหัวภูธรและระบบสูบน้ำ 10 แห่ง รวมระยะเวลา 4 ปีในงบประมาณ 2,415 ล้านบาท

ทั้งนี้ เมื่อรวมทั้งงบประมาณก่อสร้างและค่าชดเชยที่จะต้องจ่ายแก่ราษฎรทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบแล้วจะสูญเสียเม็ดเงินถึง 8,900 ล้านบาท

ลุ่มน้ำสงครามเป็นลุ่มน้ำสาขาของแม่น้ำโขงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นลุ่มน้ำขนาดใหญ่รองลงมาจากลุ่มน้ำมูลและชี มีพื้นที่ครอบคลุม 25 อำเภอ และ 3 กิ่งอำเภอใน 4 จังหวัดคือ อุดรธานี หนองคาย สกลนคร และนครพนม พื้นที่ลุ่มน้ำรวม 12,700 ตร.กม.