ชาวบึงกาฬ "งงเป็นไก่ตาแตก" น้ำโขงทะลักกลางฤดูแล้งท่วมแปลงผักเสียหายยับ ไร้คำเตือนจากภาครัฐ

3 กุมภาพันธ์ 2559 | มติชนออนไลน์

Source: http://www.matichon.co.th/news/23864

 
เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านที่อาศัย และทำการเกษตรริมแม่น้ำโขง ต.หอคำ อ.เมือง จ.บึงกาฬ พบว่า ระดับน้ำ ในแม่น้ำโขงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนน้ำท่วมแปลงพืชผักที่ชาวบ้านปลูกไว้ริมแม่น้ำโขงจนเกิดเสียหายทั้งหมด
 
นางจินตนา เกษรสมบัติ เจ้าของสวนผัก ในพื้นที่ดังกล่าว กล่าวว่า ระดับแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นอย่างเฉียบพลัน ทำให้ท่วมพื้นที่แปลงผักริมตลิ่งแม่น้ำโขงโดยไม่ทันได้ตั้งตัว สวนผักเสียหายอย่างมาก ทั้งนี้ประชาชนในพื้นที่ไม่ได้รับการแจ้งเตือนจากหน่วยงานใดๆล่วงหน้าเลยว่าจะเป็นแบบนี้ หลายคนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ตอนนี้กำลังคิดอยู่ว่าจะทำอย่างไรกันดี อยากให้หน่วยงานรัฐเข้ามาช่วยเหลือเยียวยาในเรื่องนี้ด้วย
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเหตุการณ์เดียวกันนี้ ได้เกิดขึ้นในพื้นที่ อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ เช่นเดียวกัน โดย ระดับน้ำโขงเพิ่มสูงขึ้น และไหลเอ่อท่วมพื้นที่แปลงปลูกผักริมโขงของชาวบ้าน เช่น มันเทศ ถั่วลิสง เป็นพื้นที่บริเวณกว้าง
 
นายนิชล ผลจันทร์ ชาวบ้านบุ่งคล้า กล่าวว่า ระดับน้ำโขงเพิ่มขึ้นประมาณ 2 -3 วัน แล้ว ระดับน้ำโขงที่สูงขึ้นได้เอ่อเข้าท่วมพื้นที่เพาะปลูกบนหาดทราย โดยเฉพาะหาดท่าสำราญ ซึ่งเป็นหาดทรายขนาดใหญ่และมีความสำคัญในขตอำเภอบุ่งคล้า เนื่องจากปีนี้ระดับน้ำโขงแห้งลงอย่างรวดเร็ว และทำให้มีหาดทรายเป็นบริเวณกว้างตั้งแต่เดือนธันวาคม ชาวบ้านจึงได้แบ่งพื้นที่หาดทรายปลูกมันเทศ ถั่วลิสง และพืชผักสวนครัวหลายสิบรายโดยหวังว่าจะเป็นอาหารและรายได้ แต่ปรากฏว่าน้ำโขงจากทางตอนบนได้ไหลลงมาท่วมจนเสียหายอย่างมาก นายนิชลกล่าวเพิ่มเติมว่านอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อแพสูบน้ำประปาของหมู่บ้านตำบลบุ่งคล้า ถูกน้ำท่วมและไม่สามารถใช้งานได้ เนื่องจากไม่ได้เตรียมการป้องกันไว้
 
“จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ชาวบ้านวิพากษ์วิจารณ์ว่าเหตุที่น้ำขึ้นเฉียบพลันดังกล่าวน่าจะมาจากการปล่อยน้ำของเขื่อนแม่น้ำโขงในจีนในช่วงปลายเดือนก่อน” นายนิชลกล่าว
 
ทางด้านเพจเฟสบุค “หยุดเขื่อนไซยะบุรี” ได้ลงเผยแพร่รูปภาพแม่น้ำโขงบริเวณแก่งคุดคู้ อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ที่พบว่าระดับน้ำโขงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในวันที่ 30 มกราคม ยังมีเต๊นท์ที่ร้านค้ากางไว้ให้บริการนักท่องเที่ยวในฤดูแล้งที่น้ำลดตั้งแต่เดือนธันวาคมเป็นต้นมา
 
อนึ่ง เมื่อวันที่ 23 มกราคม มีรายงานข่าวว่าเขื่อนจิงหง หรือ เขื่อนเชียงรุ้ง ในมณฑลยูนนาน ประเทศจีน ได้เพิ่มปริมาณการปล่อยน้ำออกจากเขื่อนจาก 800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเพื่อให้มีประมาณน้ำเพียงพอที่ต่อการเดินเรือขนส่งสินค้าจากท่าเรือกวนเหว่ย ประเทศจีน มายังเชียงแสนได้ จากสาเหตุดังกล่าว ได้ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นเฉียบพลัน และได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อพื้นที่เกษตรริมโขงของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งโขงนับพันกว่าชุมชนในเขต 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง