แถลงการณ์: เรียกร้องให้รัฐบาลไทยและรัฐบาลพม่า ชะลอเขื่อนสาละวินในรัฐฉาน

แถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลไทยและรัฐบาลพม่า ชะลอเขื่อนสาละวินในรัฐฉาน 
 
9 มิถุนายน 2559 | เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำสาละวิน
 

ตามที่ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ รัฐบาลไทยและรัฐบาลพม่าจะหารือแผนความร่วมมือด้านพลังงานระหว่าง 2 ประเทศ ที่ก่อนหน้านี้ไทยได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจกับพม่า ใน การรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำมายตง กำลังการผลิต 6,000 เมกะวัตต์ และพม่ามีการปรับโครงสร้างกระทรวงพลังงานใหม่ หลังจากมีการเลือกตั้ง โดยจะหารือเรื่องที่ไทยมีสัญญารับซื้อจากพม่า ภายใต้แผนการรับซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศ ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (พีดีพี 2015) ที่จะซื้อในสัดส่วน 15-20% 

เครือข่ายภาคประชาชนที่ทำงานติดตามโครงการเขื่อนบนแม่น้ำสาละวิน มีความกังวลอย่างยิ่งต่อแผนการสร้างเขื่อนบนแม่น้ำสาละวินในพม่า โดยเฉพาะในพื้นที่ชนกลุ่มน้อย หรือกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งเขื่อนมายตง หรือเขื่อนเมืองโต๋น จะก่อสร้างกั้นลำน้ำสาละวินที่ไหลผ่านใจกลางของรัฐฉาน ห่างจากชายแดนไทย ที่อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เพียงราว 40 กิโลเมตรเท่านั้น นอกจากนี้ทางท้ายน้ำ คือแม่น้ำสาละวินที่ไหลเป้นพรมแดนไทย-พม่า บริเวณ อ.แม่สะเรียง และอ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ข้อกังวลดังกล่าวสรุปได้ดังนี้

  1. เขื่อนมายตง จะสร้างบนพื้นที่ภาคกลางของรัฐฉาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ประชาชนกว่า 300,000 คน เคยอาศัยอยู่ แต่ถูกกวาดล้างโดยรัฐบาลทหารพม่า ในช่วงปี 2539 โดยส่วนหนึ่งได้หนีภัยความตายมายังชายแดนไทย ที่ จ.เชียงใหม่ และยังคงไม่สามารถกลับคืนสู่ถิ่นฐานจนกระทั่งวันนี้ การก่อสร้างเขื่อนในบริเวณดังกล่าวจึงเท่ากับว่าทำให้บ้านของผู้ลี้ภัยเหล่านี้จมอยู่ใต้น้ำอย่างถาวร และยิ่งทำให้ความไม่สงบในรัฐฉานรุนแรงมากยิ่งขึ้นจากการลงทุนของไทย 
  2. พม่าหลังการเลือกตั้ง กำลังเดินสู่ถนนสายประชาธิปไตย และนางอองซานซูจี รัฐมนตรีที่ปรึกษาแห่งรัฐของพม่า ได้เสนอให้มีการเจรจากับกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ และขณะนี้กระบวนการสันติภาพในพม่า กำลังดำเนินอยู่ หากประเทศไทยเข้าไปลงนามสัญญากับรัฐบาลพม่าในโครงการลงทุนขนาดใหญ่ในเวลานี้ อาจทำให้กระบวนการสันติภาพในรัฐฉานล้มแหลวลง ซึ่งขัดแย้งกับความคาดหวังของประชาคมโลก  นอกจากนี้เป็นการละเมิดสิทธิของประชาชนในรัฐฉานซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ เท่ากับฉวยโอกาสในขณะที่เจ้าของบ้านไม่อยู่
  3. แม่น้ำสาละวินเป็นแม่น้ำนานาชาติที่ยังคงไหลอย่างอิสระ เป็นมรดกของภูมิภาคที่ 3 ประเทศ ควรร่วมกันรักษา ในประเทศไทยไม่มีอีกแล้วที่จะพบแม่น้ำที่ไหลอย่างเป็นธรรมชาติ และปกคลุมด้วยผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ ไม่สมควรที่ประเทศไทยจะลงทุนสร้างเขื่อน ที่จะเกิดผลกระทบรุนแรงและกว้างขวางต่อระบบนิเวศที่สำคัญระดับนานาชาติ
  4. ตามที่คณะรัฐมนตรีไทยมีมติเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2559 ว่า

“รัฐควรมีหน้าที่ส่งเสริมให้เอกชนมีความรับผิดชอบต่อสังคมและเคารพหลักพื้นฐานด้านสิทธิมนุษยชนในการลงทุนทั้งที่เกิดในประเทศไทยและการลงทุนของผู้ลงทุนสัญชาติไทยในต่างประเทศ รวมทั้งทำการศึกษาผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนของโครงการต่างๆ รวมถึงจัดทำรายงานประจำปีหรือเปิดเผยข้อมูลที่มีสาระเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน”

ดังนั้นพวกเราขอเรียกร้องให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำตามมติคณะรัฐมนตรีทันที  

เครือข่ายฯ เรียกร้องให้ระงับโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำใดๆ บนแม่น้ำสาละวิน อย่างน้อยจนกว่าประชาชนในทั้ง 2 ประเทศจะสามารถมีส่วนร่วมต่อการจัดการทรัพยากรร่วมกันได้อย่างแท้จริง

และในโอกาสที่นางอองซานซูจีจะเดินทางมาประเทศไทยระหว่างวันที่ 23-25 มิถุนายนนี้ เครือข่ายขอเรียกร้องให้นางอองซานซูจี ในฐานะที่เป็นบุคคลสำคัญในรัฐบาลพม่าได้เห็นความสำคัญของวิถีชุมชนและทรัพยากรในลุ่มน้ำสาละวิน ที่มีความหลากหลายและมีทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญระดับนานาชาติ จึงควรปกป้องให้พ้นจากการลงทุนที่ขาดธรรมาภิบาล

Media: