ความลับของสายน้ำแห่งเทือกเขาพะลึน

23 สิงหาคม 2559 | มนตรี จันทวงศ์

แม้ว่าฝนจะตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องมาร่วม 10 วันแล้ว หากแต่ลำห้วยทุกสายจากเทือกเขาพะลึน ยังคงให้สายน้ำที่ใสสะอาด เราไม่พบลำห้วยไหนที่มีน้ำขุ่นแดงหรือน้ำป่าไหลบ่าลงมาเลยครับ สายน้ำที่ใสสะอาดราวกับกระจกนี้ เป็นตัวบ่งชี้อย่างชัดเจนถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศบนเทือกเขาพะลึน ถึงแม้ว่าบนเทือกเขานี้ แทบทั้งหมดถูกเปลี่ยนเป็นสวนหมากและสวนผลไม้นานาชนิด แต่รูปแบบการปลูกและการดูแลรักษาของชุมชนที่นี่ ได้สร้างสรรให้สวนหมากและผลไม้ทั้งภูเขา มีระบบนิเวศไม่ต่างป่าที่สมบูรณ์ดีดีนี่เอง
 
ระบบนิเวศของสวนหมากและผลไม้ ยังส่งผลต่อเนื่องที่คาดไม่ถึงอีกประการหนึ่ง กล่าวคือ โครงสร้างหินของเทือกเขาพะลึน เป็นหินแกรนิต (Granite) ที่กำลังแปรสภาพเป็นหินไนส์ (Gneiss) และมีการผุกร่อนแตกเป็นก้อนเล็กก้อนน้อย ชาวบ้านนำมาใช้ซ่อมถนนระหว่างหมู่บ้านครับ ดังนั้นหากระบบนิเวศบนเทือกเขาพะลึน ต้องเปลี่ยนแปลงไปในทางใดทางหนึ่ง ที่ทำให้ระบบนิเวศโดยรวมเสื่อมโทรมลงและไม่สามารถทำหน้าที่ที่เป็นป่าสมบูรณ์ดังเช่นปัจจุบันได้แล้ว โอกาสที่จะเกิดภูเขาถล่มลงมายังหมู่บ้านต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่เชิงเขา ในช่วงที่มีฝนตกหนักต่อเนื่องกันหมายวัน มีความเป็นไปได้สูงมาก
 
หมู่บ้านที่ตั้งอยู่เชิงเขาของเทือกเขาพะลึนทั้งหมด จัดว่าอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติดินโคลนถล่ม แต่วิถีการสร้างสวนหมากและผลไม้ที่ยังคงความสมบูรณ์ของป่าธรรมชาติไว้ได้นั้น คือคำตอบสำคัญที่ได้ช่วยรักษาทั้งภูเขาและชุมชนต่อเนื่องมานานหลายชั่วอายุคนแล้ว และนี่คือความลับของสายน้ำแห่งพะลึน
 
(หมายเหตุ เทือกเขาพะลึน ตั้งอยู่ในเขตพะลึน ของเมืองเย รัฐมอญ ประเทศพม่า ชุมชนในพื้นที่นี้กำลังเผชิญหน้ากับโครงการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 1,280 เมกะวัตต์ โดยบริษัท TTCL จากประเทศไทย ซึ่งประกาศว่าจะเริ่มลงมือก่อสร้างในไตรมาสสุดท้ายของปี 2559 นี้แล้ว)
 
สวนหมาก ที่ปลูกทดแทนใหม่บนเทือกเขาพะลึน (7 ตค. 2558)
 
สภาพสวนหมาก-ผลไม้ ที่ยังคงระบบนิเวศสมบูรณ์ไม่แพ้ป่าธรรมชาติ (20 สค. 2558)
 
น้ำในลำห้วยจากพะลึน ยังคงใสสะอาด แม้จะมีฝนตกหนักมาเกือบ 10 วัน (14 สค. 2559)
 
ผลหมาก แหล่งรายได้สำคัญของชาวบ้าน (7 ตค. 2558)
 
ชาวบ้านนำหินแกรนิต(Granite) และหินไนส์ (Gneiss) จากเทือกเขาพะลึน เพื่อทำการซ่อมแซมถนนในช่วงฤดูฝน (18 สค. 2559)
 
ท้องทุ่งนา จากเทือกเขาพะลึน (7 ตค. 2558)