โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ทางเลือกที่ไทยยังไม่พร้อม

กรุงเทพธุรกิจ 16 กรกฎาคม 2550

ภาวะโลกร้อนปัญหาเร่งด่วน ซึ่งนานาประเทศทั่วโลกต่างให้ความสำคัญ และร่วมผนึกกำลังแก้ไขปัญหาก่อนสู่ภาวะวิกฤติ กลายเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ถูกหยิบยกอ้างถึงความจำเป็นในการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศไทย ด้วยเหตุผลที่ว่า โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณที่น้อยกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหิน

ล่าสุดกระทรวงพลังงานได้บรรจุแผนการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ.2550-2564 (พีดีพี 2007) โดยคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2563 ผลิตกระแสไฟฟ้าจำนวน 2,000 เมกะวัตต์ เพื่อจ่ายเข้าสู่ระบบในอีก 10 ปีข้างหน้า

ชวลิต พิชาลัย รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน กล่าวยืนยันถึงความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องมีโรงไฟฟ้าเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าเพียงพอ ก่อนเกิดภาวะขาดแคลนในอนาคต เนื่องจากปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกปี เมื่ออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจโตขึ้น 1% ปริมาณการใช้ไฟฟ้าก็เพิ่มขึ้น 1.14% โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ จึงเป็นหนึ่งในแหล่งพลังงานทางเลือก หากพิจารณาจากต้นทุนการผลิตกระแสไฟฟ้าจะได้ต้นทุนไฟฟ้าต่อหน่วยต่ำที่สุด คือ 2.08 บาท/หน่วย เมื่อเทียบกับต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าถ่านหินซึ่งอยู่ที่ 2.12 บาท/หน่วย ขณะที่ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์จะสูงถึง 20.20 บาท/หน่วย

"การผลิตกระแสไฟฟ้าในโรงงานนิวเคลียร์ ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซที่สร้างภาวะเรือนกระจก ที่เป็นต้นเหตุสำคัญทำให้เกิดภาวะโลกร้อนจนมีอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น หากมีการควบคุมการปล่อยกากกัมมันตภาพรังสี หรือของเสียที่ดีเพียงพอแต่แผนการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ขณะนี้อยู่ในขั้นการศึกษาเบื้องต้นเตรียมจะนำเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการนโยบายและพลังงานแห่งชาติภายในเดือนต.ค.นี้"

แม้ในมุมมองของภาครัฐจะเห็นว่า โรงไฟฟ้านิวเคลียร์คือทางเลือกพลังงานในอนาคต แต่ในส่วนของภาคประชาชนอย่าง วิฑูรย์ เพิ่มพงศาเจริญ เลขาธิการมูลนิธิฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ เห็นว่า ใน 10 ปีข้างหน้าประเทศไทยยังไม่จำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ เพราะเมื่อคาดการณ์จากพีดีพี 2007 แล้วกำลังผลิตติดตั้งที่ต้องการมีมากเพียงพอกับความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในปี 2560 อีกทั้งประเทศไทยเป็นระบบเศรษฐกิจแบบรวม ไม่มีการแข่งขันด้านราคา ดังนั้น ต้นทุนในการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะถูกผลักให้เป็นค่าไฟฟ้าที่แพงขึ้น ซึ่งท้ายสุดผู้บริโภคต้องผู้แบกรับภาระโดยปริยาย

"ผมรับไม่ได้จริงๆ เวลามีคนพูดว่า ต้นทุนค่าไฟจากโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ถูกที่สุด เพราะตัวเลขต้นทุนของนิวเคลียร์ที่ว่า 2.08 บาทต่อหน่วย เป็นการคิดเฉพาะต้นทุนเชื้อเพลิงเท่านั้น ไม่ได้รวมต้นทุนอื่นเลย แต่ถ้าผมถามว่า ขยะมีต้นทุนเชื้อเพลิงไหม หากบอกว่ามันไม่มีเลย ตัวเลขจึงต้องเป็นศูนย์ ดังนั้นอยากให้เลิกพูดว่านิวเคลียร์ถูกที่สุดได้แล้ว เพราะเท่ากับเป็นการโกหกหรือคนพูดไม่รู้จริง"

ทั้งที่ราคาการก่อสร้าง การลงทุนโรงงานนิวเคลียร์ คือ 2 ใน 3 ของราคาทั้งหมด ส่วนในค่าเชื้อเพลิงนิวเคลียร์เพียงแค่ 1 ใน 3 ถ้าเอาแค่ค่าเชื้อเพลิงมาเรียกว่าไม่พูดทั้งหมด เพราะต้นทุน 2 ใน 3 นั้นผู้บริโภคต้องรับภาระในการจ่ายเช่นเดิม

นายวิฑูรย์ ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า รู้สึกแปลกใจว่าทำไมถึงมีการเร่งการอนุมัติแผนพีดีพีขณะนี้ แม้ว่าแผนพีดีพีจะปรับได้ทุกปี แต่ก็ผูกพันงบประมาณถึง 2 ล้านล้านบาท ถือเป็นงบมหาศาลของประเทศ ซ้ำยังเป็นการพิจารณาในรัฐบาลชั่วคราว จึงขาดความชอบธรรม เพราะไม่มีระบบการตรวจสอบ อย่างไรก็ตามหากมีการตัดสินใจดำเนินการก่อตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จริง คงต้องตามดูว่า "ไทย" ประเทศที่ถูกขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำ จะศักยภาพทำได้หรือไม่ หรือจะลงเอยเหมือนสนามบินสุวรรณภูมิเกิดปัญหาแบบไม่รู้จบ

ด้าน ผศ.ดร.จิรพล สินธุนาวา อาจารย์ประจำคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การสร้างโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ก่อให้การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ซึ่งหากเป็นการเผาไหม้ของน้ำมันเชื้อเพลิงที่เผาไหม้จะมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สะสมอยู่ในชั้นบรรยากาศประมาณ 200 ปี แต่หากเป็นการเผาไหม้จากกากที่ได้จากการผลิตพลังงานไฟฟ้านิวเคลียร์นั้น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะอยู่เป็นแสนปี ดังนั้นจึงไม่สอดคล้องกับเหตุผลทางเลือกสร้างโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ นอกจากนี้หากปรับปรุงพลังงานชีวมวลและลดการใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่าร้อยละ 60 โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลดก๊าซเรือนกระจกได้เพียงร้อยละ 10 เท่านั้น

หากนำงบประมาณไปใช้ในการลงทุนผลิตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะต้องใช้งบประมาณมากกว่าในการลงทุนในด้านการอนุรักษ์พลังงาน การประหยัดพลังงานมากกว่าถึง 7 เท่า และระยะเวลาในการสร้าง หากศึกษาจากประเทศที่เคยสร้างมามักจะเกินระยะเวลานานกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้สิ้นเปลืองงบประมาณมากขึ้นไปอีก

 

แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีความพยายามเสนอโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เป็นทางเลือกพลังงานของประเทศตลอดแต่ภายใต้ข้อเสนอดังกล่าวยังคงมีคำถามในเรื่องของต้นทุนที่ขัดแย้งกัน และปัญหาในการกำจัดกากเชื้อเพลิง ยูเรเนียม ที่ยังไม่มีความชัดเจน จนนำมาสู่การคัดค้านในที่สุด