นักวิชาการเมืองจิงโจ้ชี้ชัด ”โรงไฟฟ้านิวเคลียร์”คือมหันตภัย

สำนักข่าวประชาธรรม 5 พฤศจิกายน 2550

กรุงเทพฯ/นักวิชาการมหาวิทยาลัยซิดนีย์แจง การพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทำให้เกิดการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมระบุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เป็นเทคโนโลยีล้าหลังและไม่เกี่ยวกับการแก้โลกร้อน นักวิชาการไทยยันโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไม่ใช่ทางออกเรื่องพลังงาน

ตามที่รัฐบาลอนุมัติแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับปี 2550-2564 หรือแผนPDP 2007 ซึ่งกำหนดให้สร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 4 โรง กำลังผลิต 4,000 เมกกะวัตต์ และได้อนุมัติงบประมาณเพื่อการประชาสัมพันธ์จำนวน 1,800 ล้านบาท เป็นการให้ข้อมูลเพียงด้านเดียวนั้น 

วันนี้ (5 พ.ย.) เครือข่ายพลังงานที่ยั่งยืน และเครือข่ายภาวะโลกร้อน ร่วมกันจัดเวที "ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับนิวเคลียร์: อะไรบ้างที่สาธารณชนไทยควรรู้" ณ ห้องประชุมสมาคมศิษย์เก่ารัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเชิญศาสตราจารย์พิเศษ Richard  Broinowski แห่งมหาวิทยาลัยซิดนีย์ และอดีตนักการทูตอาวุโสของออสเตรเลีย ผู้เขียนหนังสือ Fact or Fission? The truth about Australia's nuclear ambitions บรรยายและให้ข้อคิดเห็น

ศาสตราจารย์พิเศษ Richard กล่าวว่า การพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์จะสัมพันธ์ต่อการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ เนื่องจากในกระบวนการใช้แร่ยูเรเนียมเป็นเชื้อเพลิง จะทำให้เกิดแร่พลูโตเนียม ซึ่งสามารถนำมาทำเป็นอาวุธได้ และไม่มีหลักประกันว่ารัฐบาลจะไม่นำแร่พลูโตเนียมไปพัฒนาเป็นอาวุธดังเช่นที่ อินเดีย ปากีสถาน แข่งกันพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ จีน รัสเซีย เกาหลีเหนือ ก็สะสม เพราะอเมริกาพัฒนาจรวดนิวเคลียร์และระบบป้องกันอาวุธนิวเคลียร์ ทำให้ประเทศอื่นๆต้องพัฒนาตามเพราะรู้สึกว่าถูกอเมริกาคุกคาม เมื่อเกาหลีเหนือ จีน ทำ ส่งผลให้ประเทศไต้หวัน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นก็ต้องหันมาพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์เช่นกันเพื่อป้องกันตนเอง

สำหรับภูมิภาคอาเซียนตนทราบว่าอินโดนีเซียก็ประกาศสร้างโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ เวียดนามก็ประกาศเช่นกัน พม่าก็มีแนวโน้มว่าจะพัฒนาเช่นกัน และก็ทราบว่ารัฐบาลไทยคิดจะทำบ้าง และสิ่งที่อาจตามมาก็คือการพัฒนาสะสมอาวุธนิวเคลียร์

ศาสตราจารย์พิเศษ Richard กล่าวต่อว่า ดังนั้นสถานการณ์ปัญหานิวเคลียร์โลกกำลังรุนแรงมากขึ้น เพราะแต่ละประเทศไม่ปฏิบัติตามสนธิสัญญาห้ามแพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์ โดยเฉพาะอเมริกาที่ใช้ 2 มาตรฐาน ห้ามอิหร่านไม่ให้มี แต่ปล่อยให้ในอิสราเอลมีการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่ประเทศออสเตรเลียก็ขายแร่ยูเรเนียมให้แก่รัฐบาลจีน อินเดีย และอีกหลายประเทศที่ไม่ได้ลงนามในสนธิสัญญาห้ามแพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์

ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยซิดนีย์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้หลายประเทศในยุโรป เช่น เยรมัน สวีเดน อิตาลี ฮอลแลนด์ กำลังเลิกและปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และหันมาพัฒนาพลังงานทางเลือกมากมาย เหตุที่ประเทศชั้นนำเหล่านี้เลิกโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เพราะเหตุการณ์ที่เชอร์นาบิล ที่เกิดการแพร่กระจายกัมมันตรังสีโดยที่ไม่มีใครรู้ตัว และถึงตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่ามูลค่าความเสียหายเป็นเท่าไหร่ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงในระดับยีนส์ของมนุษย์ สัตว์ และพืชเกษตรกรรม ซึ่งไม่สามารถประเมินได้

“ประเด็นที่ว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะลดปัญหาโลกร้อน การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ความจริงแล้วในการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มีหลายขั้นตอนที่ทำให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตั้งแต่การก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่มีความเฉพาะด้านเทคนิค การเก็บกากกัมมันตรังสี ส่วนเรื่องที่ว่าเป็นแหล่งพลังงานราคาถูกนั้นก็ไม่เป็นความจริง เนื่องจากการก่อสร้างที่ใช้งบประมาณที่สูงกว่าโรงไฟฟ้าแบบอื่นและงบประมาณจะบานปลาย ขณะเดียวกันรัฐบาลจะต้องจ่ายเงินอุดหนุนทั้งในเรื่องการก่อสร้าง การกำจัดกากกัมมันตรังสี การการันตีความปลอดภัย เหล่านี้ไม่ได้เรียกเก็บจากบริษัทพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ และที่สำคัญโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไม่มีหลักประกันเรื่องความปลอดภัยจากสารกัมมันตรังสี” ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยซิดนีย์ กล่าว

ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยซิดนีย์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ทุกประเทศมีศักยภาพและสมองในการคิดหาแหล่งพลังงานทางเลือกที่ปลอดภัย แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าบริษัทปิโตรเลียม บริษัทเหมืองแร่ยูเรเนียม เหมืองถ่านหิน ที่มีเสียงดังกว่าและไม่ยอมให้รัฐบาลคิดถึงนโยบายพลังงานทางเลือก

นางชื่นชม สง่าราศรี กรีนเซ่น จากกลุ่มพลังไท กล่าวว่า สังคมไทยเกิดมายาคติที่เกี่ยวกับการพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ว่า เป็นพระเอกในการแก้ปัญหาโลกร้อน ประเทศไทยไม่สามารถหลีกเลี่ยงการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เป็นเครื่องชี้วัดระดับการพัฒนา มายาคติที่ว่าไม่มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ค่าไฟจะแพงขึ้น และต้องเลือกโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เพื่อความมั่นคงพลังงานไฟฟ้า

“ในความเป็นจริงแล้วพลังงานนิวเคลียร์เป็นภัยที่รุนแรงต่อสิ่งแวดล้อม ระบบประชาธิปไตย และคุกคามมนุษยชาติ เนื่องจากการกำจัดกากกัมมันตรังสีต้องใช้เวลานานถึง 240,000 ปี และทุกเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์คือเครื่องผลิตอาวุธนิวเคลียร์ดังจะพบว่าทุกโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในต่างประเทศจะมีทหารถือปืนยืนเฝ้าตลอดเวลาเพื่อป้องกันกลุ่มผู้ก่อการร้าย ขณะที่ประชาชนไม่สามารถป้องกันตัวเองจากภัยสารกัมมันตรังสีได้”  นางชื่นชม กล่าว

นางชื่นชม กล่าวทิ้งท้ายว่า ในการวางแผนพัฒนาพลังงานไฟฟ้า หรือแผน PDP 2007 ถูกจำกัดให้เลือกว่าเขื่อน ก๊าซ ถ่านหิน นิวเคลียร์ เป็นการปิดกั้นทางเลือกอื่น เช่น การจัดการด้านความต้องการใช้ไฟฟ้าให้ใช้ไฟฟ้าลดลง การพัฒนาพลังงานหมุนเวียน การเปรียบเทียบทางเลือกต่างๆการพัฒนาพลังงานไฟฟ้าไม่ได้อยู่บนพื้นฐานที่เป็นธรรม เพราะมีการใช้อำนาจทางการเมืองในการพิจารณาแต่ละทางเลือก

นายวิฑูรย์ เพิ่มพงศาเจริญ จากมูลนิธิฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณ 1,800 ล้านบาทจากกองทุนอนุรักษ์พลังงานเพื่อการประชาสัมพันธ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ถึงขั้นทำหลักสูตรให้นักเรียน แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลให้เงินอีกฝ่ายหนึ่งเพื่อเชียร์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เป็นการให้ข้อมูลเพียงด้านเดียว นอกจากงินที่เราเสียภาษีถูกนำไปใช้อย่างไม่เป็นธรรมแล้วเรายังถูกล้างสมองด้วย สังคมไทยยังต้องการเวทีที่ให้ทุกฝ่ายได้มาเสนอข้อมูล ความคิดเห็น อย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมกัน.