หวั่นคนไทยไม่มีส่วนร่วมตัดสินใจโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

สำนักข่าวประชาธรรม 7 พฤศจิกายน 2550

กรุงเทพฯ/กระทรวงพลังงานแจง ตั้งคณะทำงานศึกษาสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รอบด้าน ระบุขณะนี้อยู่ในขั้นเริ่มต้น ยังไม่มีการตัดสินใจ ด้านตัวแทนภาคประชาชนชี้ สังคมไทยไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะคณะกรรมการเตรียมสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มีแต่คนเชียร์

วันนี้ (7 พ.ย.) เวลา 10.00-12.00 น.ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม จัดเสวนาเรื่อง “หรือจะถึงเวลา...โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ?” ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม กรุงเทพฯ โดยมีผู้เข้าร่วมจำนวนหนึ่ง

การจัดเสวนาครั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องจากการที่รัฐบาลมีมติเห็นชอบแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า พ.ศ.2550-2564 หรือ แผน PDP 2007 และมีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมาให้มีการศึกษาและเตรียมความพร้อมการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ พร้อมอนุมัติงบประมาณ 1,800 ล้านบาท ประกอบกับช่วงเวลาที่ผ่านมาภาครัฐบาลแสดงท่าทีผลักดันโครงการอย่างจริงจัง และเร่งทำประชาสัมพันธ์ ทำให้สื่อมวลชน และประชาชนเกิดข้อข้องใจว่าเหตุใดรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารจึงผลักดันโครงการนี้

ดร.กอปร กฤตยากีรณ ประธานคณะกรรมการเพื่อเตรียมการศึกษาความเหมาะสมการผลิตไฟฟ้าจากพลังนิวเคลียร์ และในฐานะตัวแทนจากกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า เนื่องจากในแผน PDP 2007 คาดการณ์ว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นปีละ 4,000 เมกกะวัตต์ ขณะที่ปัจจุบันนี้เราพึ่งพิงก๊าซเป็นเชื้อเพลิงเพื่อการผลิตไฟฟ้าสูงถึง 68% น้ำมันปิโตรเลียมอีก 6% ซึ่งนับว่าอันตรายมาก เพราะราคาน้ำมันและก๊าซมีแนวโน้มสูงขึ้นและมีปริมาณลดลง จึงมีการเสนอใช้พลังงานนิวเคลียร์ผลิตกระแสไฟฟ้า

ดร.กอปร กล่าวต่อไปว่า รัฐบาลจึงตั้งคณะทำงานของตนขึ้นมาโดยมีโจทย์ว่า ถ้าสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ประเทศไทยมีความพร้อมหรือไม่ และต้องทำอย่างไรบ้างเพื่อให้เกิดความปลอดภัย คณะทำงานของตนจึงแบ่งเป็นชุดๆ คือชุดที่1คณะทำงานด้านโครงสร้างพื้นฐานศึกษาเรื่องกฎหมายภายในประเทศ เรื่องข้อตกลงระหว่างประเทศ เรื่องระบบกำกับดูแลและตรวจสอบ ชุดที่ 2 ด้านอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานนิวเคลียร์ ชุดที่ 3 ด้านพัฒนาบุคคลากรเทคโนโลยีนิวเคลียร์ และการถ่ายทอด ชุดที่ 4 ดูเรื่องความปลอดภัยและการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม และคณะสุดท้ายดูแลเรื่องการสื่อสารต่อสาธารณะ

ดร.กอปร กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงพลังงานจัดตั้งสำนักพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์และเป็นผู้ดูแลจัดหางบประมาณ โดยได้รับงบประมาณทั้งหมด 1,800 ล้านบาท ในช่วงระยะเวลา 3 ปี แหล่งงบประมาณมาจากงบประมาณแผ่นดิน กองทุนอนุรักษ์พลังงาน และจาก กฟผ.ในฐานะผู้ได้รับประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น

ดร.กอปร อธิบายขั้นตอนสำคัญของการดำเนินโครงการว่า ตนถือว่าช่วงนี้เป็นช่วงหลักไมล์เริ่มต้น คือ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ถูกบรรจุในแผน PDP 2007 และรัฐบาลเห็นชอบแล้ว หลักไมล์สำคัญที่เป็นขั้นตอนต่อไปคือ หลักไมล์แรกปี พ.ศ. 2554 การตัดสินใจระดับนโยบายว่า”GO NUCLEAR” หลักไมล์ต่อมาปี 2557 คือการทำสัญญาผูกพันทางการเงิน เปิดประมูลก่อสร้าง และหลักไมล์ที่สามปี 2563 อนุมัติเดินเครื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรกของไทย

“ขณะนี้ความผูกพันธ์ทางการเมืองยังไม่เกิดขึ้น เพราะรัฐบาลยังไม่ตัดสินใจ GO NUCLEAR ซึ่งคาดว่าจะเกิดอย่างเร็วในปี 2554 แต่เรื่องนี้เมื่อไปถึงจังหวะหนึ่งแล้วจะเลี้ยวกลับก็เป็นเรื่องยากแล้วคือมีผลผูกพันธ์ทางการเงิน”

ผศ.ปรีชา การสุทธิ์ อุปนายกสมาคมนิวเคลียร์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตนทำงานด้านนิวเคลียร์มานับตั้งแต่ปี 2506 และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไม่ใช่เรื่องใหม่ ประเทศไทยมีความพร้อมด้านโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มานานแล้วตั้งแต่ปี 2519 ที่ราคาน้ำมันและก๊าซในตลาดโลกสูงขึ้น ค่าไฟแพง คนก็พร้อม กฎหมายก็มี สถานที่ก็ตัดสินใจเลือกที่อ่าวไผ่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ต้นทุนอยู่ที่ 8,000 ล้านบาท แต่ก็พับโครงการไปเพราะสำรวจพบแหล่งก๊าซธรรมชาติ และอีกครั้งในช่วงปี 2535 แต่ก็ล้มไปเพราะวิกฤตเศรษฐกิจ และปัจจุบันซึ่งสาเหตุก็เหมือนเดิมคือปัญหาเรื่องเชื้อเพลิงการผลิตไฟฟ้า 30 ปีผ่านไปเราก็ยังต้องมาคิดแก้ปัญหาเดิม เพราะเราไม่มีแผนพลังงานแห่งชาติ

อุปนายกสมาคมนิวเคลียร์แห่งประเทศไทย กล่าวต่อว่า การนำพลังงานนิวเคลียร์มาใช้เพื่อลดการใช้พลังงานอื่น และนำก๊าซปิโตรเลียมไปใช้การอย่างอื่นได้ แต่วันนี้สังคมไทยยังมีความเข้าใจที่สับสนเรื่องพลังงานนิวเคลียร์ กากนิวเคลียร์ คือ เสื้อผ้า กระดาษ ที่ปนเปื้อนรังสี ไม่ใช่เชื้อเพลิงใช้แล้ว กรณีโรงไฟฟ้าเชอร์นาบิลนั้นเราต้องพิจารณาว่าเกิดขึ้นที่ประเทศไหนในยุคสมัยไหน ซึ่งโรงไฟฟ้าเชอร์นาบิลนั้นไม่มีความปลอดภัยเพราะมุ่งที่จะเอาพลูโตเนียมไปใช้ในช่วงสงครามเย็น ส่วนที่มีคนตายจากอุบัติเหตุในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หลายครั้งนั้นที่จริงแล้วเป็นอุบัติเหตุในส่วนการผลิตกระแสไฟ เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์จะปิดตัวเองอัตโนมัติถ้าเกิดอุบัติเหตุ เช่น แผ่นดินไหว

ผศ.ปรีชา กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนเชื้อเพลิงใช้แล้ว จะประกอบด้วย ยูเรเนียม235 พลูโตเนียม และธาตุอื่นๆ ซึ่งถือว่ามีมูลค่า และวิธีการเก็บคือ ต้องเก็บไว้ในน้ำนาน 3-5 ปี จากนั้นนำขึ้นมาเก็บแบบแห้งในถังเหล็กบรรจุก๊าซฮีเลียมเพื่อระบายความร้อน แล้วนำไปเก็บไว้ถังคอนกรีต เก็บไว้นาน 40-50 ปี ซึ่งในอนาคตอาจจัดหาที่สำหรับจัดเก็บที่ใหญ่ขึ้นเพราะอาจมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มากขึ้น และเมื่อเทคโนโลยีสูงขึ้นเราก็อาจนำเชื้อเพลิงใช้แล้วมาใช้ประโยชน์

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า ผศ.ปรีชา เลี่ยงตอบคำถามว่าต้องเก็บไว้นานเท่าใดจึงจะปลอดภัย

นายวิฑูรย์ เพิ่มพงศาเจริญ เลขาธิการมูลนิธิฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ กล่าวว่า ตนมีข้อสังเกตว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะถูกผลักดันในช่วงรัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติรัฐประหาร ครั้งนี้ก็เช่นกัน และเงียบหายไปในรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง นอกจากนี้ในขณะที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติกำลังพิจารณาร่างพ.ร.บ.กำกับกิจการพลังงาน แต่รัฐบาลก็เห็นชอบกับแผน PDP 2007 ซึ่งเป็นแผนที่ยังมีข้อถกเถียงอย่างมาก และเริ่มดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ด้วยงบประมาณสูง 1,800 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการที่จะสร้างความแตกแยกในสังคม ขณะที่รัฐบาลเรียกร้องให้เกิดความสามัคคีในชาติ

นายวิฑูรย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ตนยังมีข้อสังเกตถึงความเป็นธรรมที่จะเกิดขึ้นจากคณะกรรมการเพื่อเตรียมการศึกษาความเหมาะสมการผลิตไฟฟ้าจากพลังนิวเคลียร์ เนื่องจากคณะกรรมการนี้ไม่ได้มีสัดส่วนจากผู้ที่มีความเห็นต่าง ผู้ที่มีความคิดด้านสังคม สิ่งแวดล้อม แม้จะมีนักวิชาการด้านนิวเคลียร์ 2 ท่าน แต่ก็เป็นนักวิชาการที่สนับสนุนเทคโนโลยีนิวเคลียร์ และการดำเนินการของคณะกรรมการชุดนี้ก็จะเกิดข้อผูกพันธ์มากขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งก็จะลึกไปถึงขั้นที่หันกลับไม่ได้ กรณีออสเตรเลีย คณะกรรมการด้านนี้จะถูกตั้งโดยรัฐสภาและกรรมการมาจากหลายฝ่าย.