นิวเคลียร์คือทางเลือก ไม่ใช่ "บังคับเลือก"

ประชาชาติธุรกิจ 19 พฤศจิกายน 2550

บทบรรณาธิการ

หากไม่นับกระแสการเมืองที่กินพื้นที่ข่าวสารในสื่อต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่องในช่วงนี้ ประเด็นที่น่าสนใจอีกประเด็นหนึ่งซึ่งกลายเป็นข้อถกเถียงในหลายกลุ่ม หลายมุมมอง ทั้งในสื่อโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ ไปจนถึงบนสื่อออนไลน์ต่างๆ อย่างกว้างขวางก็คือ ความจำเป็นที่ประเทศไทยจะเลือกใช้พลังงานนิวเคลียร์เป็นทางเลือกใหม่สำหรับการผลิตไฟฟ้าในอนาคต

แม้เมื่อพิจารณาจากท่าทีของพรรคการเมืองต่างๆ ที่กำลังเร่งรณรงค์หาเสียงอยู่ในขณะนี้ ส่วนใหญ่จะยังคงสงวนท่าที ว่าจะเข้ามาผลักดันนโยบายด้านพลังงานด้วยการเลือกใช้พลังงานนิวเคลียร์หรือไม่ แต่ดูเหมือนรัฐบาลชุดปัจจุบันโดยกระทรวงพลังงานเป็นแกนหลักจะแสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่า จะต้องเร่งดำเนินการโดยเร็ว

ปฏิกิริยาที่ติดตามมาหลังจากจุดประเด็นสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขึ้น ก็คือในกลุ่มที่ไม่เห็นด้วย หรือมีท่าทีคัดค้านแนวคิดนี้ ก็ออกมาตั้งป้อมในแทบจะทันที ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแต่อย่างใด เมื่อมีการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในหลายๆ พื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือหลายๆ จังหวัดในภาคใต้ ผลที่ได้ก็คือไม่มีประชาชนในพื้นที่ไหน หรือจังหวัดไหน เชื่อมั่นหรือเต็มใจที่จะให้เกิดโรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ในพื้นที่นั้นๆ เลย

ขณะที่กลุ่มที่ต้องการผลักดันให้เกิดการใช้พลังงาน ทางเลือกอย่างนิวเคลียร์ และออกมาขับเคลื่อนอย่างจริงจัง กลายเป็นภาพของ "ภาครัฐ" โดยกระทรวง พลังงานเป็นหลัก นั่นทำให้เกิดคำถามมากมายตามมากับกระบวนการที่เสมือนจะ "ปักธง" เอาไว้ล่วงหน้า หรือเตรียมทางเลือกสำหรับการใช้พลังงานในอนาคตเอาไว้แบบ "บังคับเลือก" โดยเฉพาะข้อครหาที่ว่า ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยช่วงปี 2550-2564 อันเป็นแผนที่จัดทำโดยคณะอนุกรรมการการพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้านั้น แม้จะมีข้อเสนอใน การเลือกใช้พลังงานในหลายรูปแบบ แต่ในบรรดาทางเลือกเหล่านั้นล้วนมีข้อเสนอที่จะต้องมีการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อยู่ด้วยทั้งสิ้น

จริงอยู่ที่หากถึงที่สุดเมื่อพิจารณาศึกษาทางเลือก ทุกๆ ทางแล้ว ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เนื่องจากเป็นวิธีการผลิตพลังงานที่สะอาด-ปลอดภัย และราคาต่ำที่สุด เมื่อเทียบกับน้ำมัน-ถ่านหิน-ก๊าซธรรมชาติ รวมถึงคุ้มค่ากับการลงทุน รองรับความมั่นคงในด้านการใช้พลังงานได้ในระยะยาว ถึงจุดนั้นเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่ก็จะเข้าใจ และพร้อมรับ-อยู่ร่วมกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ได้

แต่ในกระบวนการศึกษาทางเลือกและพิจารณาข้อมูล ในทุกๆ ด้าน ก็ต้องเป็นไปอย่างเปิดเผยและโปร่งใส สามารถชี้ให้เห็นว่า ข้อจำกัดของพลังงานทางเลือกชนิดอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นพลังน้ำ, การซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อบ้าน, พลังงานชีวมวล, พลังลม ฯลฯ มีข้อจำกัดอย่างไร มิใช่เน้นโหมประชาสัมพันธ์ สร้างกระแสโดยให้ข้อมูลเฉพาะด้านที่สนับสนุนพลังงานนิวเคลียร์เพียงด้านเดียว

หากทั้งฝ่ายที่สนับสนุนและคัดค้านต่อสู้กันด้วยข้อมูล เปิดเผยรายละเอียด สร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนส่วนใหญ่อย่างเต็มที่ กระบวนการตัดสินใจ ในขั้นสุดท้ายก็จะออกมาโดยเป็นที่ยอมรับจากทุกๆ ฝ่าย และที่สำคัญจะต้องสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องความคุ้มค่า ความปลอดภัย ตลอดจนผลกระทบที่แท้จริง หากต้องเลือกลงทุนสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เพราะต้องยอมรับว่าในอดีตที่ผ่านมา ประชาชนคนไทยมีบทเรียนมาตลอดจากผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น หรือความไม่มีมาตรฐานในการก่อสร้าง-ลงทุน ไม่ว่าจะเกิดจากปัญหาคอร์รัปชั่นหรือขาดการศึกษาที่รอบด้านก็ตาม