ยังมีทางเลือกอื่นอีกหรือไม่ ? นอกเหนือไปจาก โรงไฟฟ้านิวเคลียร์

ประชาชาติธุรกิจ 19 พฤศจิกายน 2550

สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้จัดสัมมนาเรื่อง "โรงไฟฟ้านิวเคลียร์กับสังคมไทย" โดยมีตัวแทนจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.), การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ร่วมกันแสดงทรรศนะที่มีต่อโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อย่างน่าสนใจ

อาจารย์เดชรัต สุขกำเนิด ในฐานะเจ้าของงานเขียน "โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ อย่าปิดแผ่นฟ้าด้วยฝ่ามือ" ได้ชี้ให้เห็นภาพการใช้พลังงานของประเทศไทยในปัจจุบันว่า จะต้องมีการนำเข้าพลังงานกว่า 900,000 ล้านบาท/ปี ซึ่งในอนาคตตัวเลขจะวิ่งไปแตะที่ระดับ 1 ล้านล้านบาทได้แน่นอน

ทั้งที่ความเป็นจริงพลังงานทางเลือกในประเทศยังมีให้พึ่งพาได้อีกมาก ส่วนระดับการใช้พลังงานที่สูงขนาดนี้สิ่งที่จะตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ที่เห็นได้ชัดแม้จะไม่ใช่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เอาแค่โรงไฟฟ้า ถ่านหินที่พยายามผลักดันกันในปัจจุบันทั้งใน พื้นที่จังหวัดระยอง-ราชบุรี หรือแม้แต่กระทั่ง ในจังหวัดสมุทรสาครก็ยังเต็มไปด้วยความ ขัดแย้งของคนในพื้นที่ที่ไม่ต้องการให้เกิด โรงไฟฟ้าขึ้น

ดังนั้นสิ่งที่ต้องการจะให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการผลักดันให้เกิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ต้องตอบคำถามให้ได้ว่า "มีการพิจารณาพลังงานทางเลือกอื่นๆ ดีพอแล้วหรือยัง" ก่อนที่จะมีการตัดสินใจสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขึ้นในประเทศ

PDP เปิดช่องทุกแผนมีแต่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์

อาจาร์ยเดชรัตได้ตั้งข้อสังเกตถึงแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า 2007 หรือ PDP (Power Development Plan 2007) ว่า หัวใจของแผน PDP ฉบับนี้ก็คือไม่ว่าจะวางทางเลือกในการเพิ่มโรงไฟฟ้าไว้ถึง 9 แนวทาง แต่ในทุกๆ ทางเลือกจะมีการเพิ่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เข้ามาถึง 4,000 เมกะวัตต์ ในทุกทางเลือกเสมอ

ฉะนั้นไม่ว่าจะพิจารณาเลือกทางเลือกใดก็ตามที เราก็จะหนีไม่พ้นที่จะต้องมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ แต่เหตุใดพลังงานหมุนเวียนที่ประเทศไทยค่อนข้างมีศักยภาพกลับถูกจำกัดให้มีกำลังผลิตเข้ามาในระบบเพียง 1,700 เมกะวัตต์เท่านั้น จนเกิดคำถามที่ว่า "จะมีทางเลือกอื่นใดหรือไม่ที่เราไม่ต้องสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์"

เพราะกระทรวงพลังงานไม่ยอมเสนอทางเลือกอื่นให้กับผู้ใช้ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง, โรงไฟฟ้าถ่านหิน หรือ โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน กลับไม่มีการประเมินผลกระทบแยกแต่ละประเภทเชื้อเพลิงให้เห็นภาพชัดเจนในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สุขภาพและสังคม

"ความจริงเราไม่ได้คัดค้านว่า ไม่ควรมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ แต่ต้องการให้พิจารณาทางเลือกให้ดีก่อนในช่วง 3 ปีนี้ ประเมินให้ครอบคลุมถึงพลังงานทางเลือกอื่นๆ ด้วย เมื่อถึงท้ายที่สุดแล้วปรากฏเหตุผลที่ดีที่สุดออกมาเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เราก็ยอมรับได้ เราก็ไม่ขัดอะไร แต่ต้องสมเหตุสมผลนะ ไม่ใช่ยังไม่ได้ประเมินอะไรกันเลย ก็ออกมาบอกว่า ต้องสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เหมือนที่ทำกันอยู่ในขณะนี้" อาจารย์เดชรัตกล่าว

ท้ายสุดอาจารย์เดชรัตได้กล่าวถึงสถิติการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของทั่วโลกในช่วง ปี 2006 พบว่ามีเพียง 2 โรงเท่านั้น และใน ปี 2007 มีเพิ่มเข้ามาอีกเพียง 3 โรง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นโรงไฟฟ้าใหม่ที่เกิดขึ้นในแถบเอเชียเท่านั้นด้วย "เหล่านี้ใช่กระแสหรือไม่ ที่ประเทศไทยจะต้องทำตาม ควรมองให้มันเป็นแค่เพียงอีกทางเลือกหนึ่ง ที่สำคัญในช่วงระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมาไม่มีการเพิ่มของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์เลย มีเพียงการวางแผนว่าจะมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เท่านั้น อย่างเช่นใน ประเทศอาร์เจนตินา, บราซิล, แคนาดา, เกาหลี และไต้หวัน

ต้นทุนซ่อนเร้น ไม่บวกค่าความเสี่ยง

กำจัดกากนิวเคลียร์

อาจารย์เดชรัตได้อธิบายในเรื่องของต้นทุนของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ว่า ในหลายเวทีที่มีการถกเรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ มักชูประเด็นว่า มี "ต้นทุนต่ำที่สุด" เมื่อเปรียบเทียบกับโรงไฟฟ้า ประเภทอื่นๆ แต่เราลืมที่จะ "บวกค่าเสียโอกาสทางการเงิน" จากการลงทุนก่อสร้างลงไปด้วย คืออัตราดอกเบี้ยและค่าความเสี่ยงอื่นๆ ที่จะ เกิดขึ้นกับการก่อสร้างโรงไฟฟ้า หรือแม้แต่ค่าความเสี่ยงที่เกิดจากการกำกับดูแล, อัตราค่ารื้อถอนหลังโครงการที่ก่อนหน้านี้มีการประเมิน ไว้ที่ 1 เซ็นต์/หน่วย ซึ่งในปัจจุบันอัตราดังกล่าว "คงใช้ไม่ได้แล้ว" เมื่อคำนึงถึงความเสี่ยงเหล่านี้ก็จะเห็นได้ทันทีว่า โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไม่สามารถแข่งขันกับเชื้อเพลิงประเภทอื่นๆ ได้

"ยกตัวอย่างเช่น การหักค่าเสียโอกาสของเงินลงทุนของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ร้อยละ 5 ก็ยังสามารถแข่งขันได้เมื่อเทียบกับโรงไฟฟ้าถ่านหินซึ่งต้นทุนอยู่ที่ 4.9-5.7 เซ็นต์/หน่วย หรือ เท่ากับ 1.71-2.00 บาท/หน่วย แต่เมื่อมองที่ค่าเสียโอกาสที่ร้อยละ 10 โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แล้วจะไม่สามารถแข่งขันได้กับโรงไฟฟ้าถ่านหินและโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงได้ ต้นทุนจะพุ่งไปอยู่ที่ 6.8-8.1 เซ็นต์/หน่วย หรือมีต้นทุนอยู่ที่ 2.38-2.84 บาท/หน่วย" อาจารย์เดชรัตกล่าว

นอกจากนี้ยังมี ต้นทุน "ซ่อนเร้น" หรือการลงทุนด้านสาธารณะที่สูงกว่าประเภทอื่นๆ เนื่องจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ต้องให้ความสำคัญในเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ "มากกว่า" โรงไฟฟ้าอื่นๆ หรือต้องรวมตั้งแต่ขั้นตอนวิจัยและพัฒนาโรงไฟฟ้าที่ถือว่าใช้งบประมาณค่อนข้างสูง คิดเป็นร้อยละ 50 ของการลงทุนทั้งโครงการแล้ว

สิ่งเหล่านี้ยังไม่รวมต้นทุนในขั้นตอนของการกักเก็บกากนิวเคลียร์ เพราะแท่งเชื้อเพลิงจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะมีอายุประมาณ 1,000 ปี กว่าที่สารกัมมันตภาพรังสีจะค่อยๆ สลายตัวไป ก่อนหน้านี้ได้มีแนวคิดที่จะนำกากนิวเคลียร์ไปฝังเก็บไว้ในเหมืองแร่โปแตช "ผมจึงอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาให้ดีก่อนด้วยว่าจะมีทางเป็นไปได้หรือไม่"