พลังงานนิวเคลียร์แก้ปัญหาโลกร้อนไม่ได้

ประชาไท 4 ธันวาคม 2550

ใจ อึ๊งภากรณ์

โลกเรากำลังร้อนขึ้นกว่าเดิมเพราะมีการสะสมก๊าซคาร์บอนไดออคไซท์ในบรรยากาศ อัตราการสะสมยุคนี้ 30 เท่าระดับก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรม ซึ่งมีผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกเพิ่ม 1-1.5°C และถ้าไม่ทำอะไรเพื่อรีบแก้ไขปัญหาจะเพิ่มอีก 5°C ถ้าอุณหภูมิเพิ่มอีกแค่ 2°C จะมีปัญหาเรื่องน้ำท่วมพื้นที่โลกที่อยู่ในระดับต่ำ เพราะน้ำแข็งในขั้วโลกจะละลายมากขึ้น  120 ล้านคนในบางกลาเทศ และประชาชนคนยากคนจนตามเกาะต่างๆจะไม่มีที่อยู่อาศัยและทำกิน นอกจากนี้จะมีผลร้ายต่อการผลิตในภาคเกษตร และมีโรคภัยไข้เจ็บมากขึ้นทั่วโลก เพราะมีการเปลี่ยนแปลงของระบบภูมิอากาศ

ในสถานการณ์แบบนี้รัฐบาลเผด็จการไทย ฉวยโอกาสเสนอว่าพลังงานนิวเคลียร์จะดีกว่าการเผาน้ำมันหรือก๊าซเพื่อผลิตไฟฟ้า เพราะสร้างคาร์บอนไดออคไซท์น้อยกว่า กระทรวงพลังงานของรัฐบาลเผด็จการได้อนุมัติเงิน 200 ล้านบาทเพื่อโฆษณาชวนเชื่อให้ประชาชนเห็นชอบกับการผลิตไฟฟ้านิวเคลียร์ ก.ฟ.ผ. ผลิตหนังสือโฆษณาหลอกลวงเพื่อส่งเสริมไฟฟ้านิวเคลียร์ 1 แสนเล่ม และมีการโกหกว่าพลังงานนิวเคลียร์ “ราคาถูกและสะอาด” กว่าพลังงานรูปแบบอื่น โฆษกรัฐบาลพูดว่าเราต้อง”ล้าง”ภาพพจน์ไม่ดีของอุบัติเหตุที่โรงไฟฟ้า Chernobyl ออกจากความทรงจำของประชาชน มีการวางแผนที่จะก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรกของไทยระหว่างปี ๒๕๕๓ และ ๒๕๕๘ คาดว่าจะเปิดใช้งานในปี ๒๕๖๔ หนึ่งในผู้ที่คลั่งไฟฟ้านิวเคลียร์คือ ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ นักวิชาการเสรีนิยมสุดขั้วที่ต้องการขายรัฐวิสาหกิจทุกชนิดให้เอกชน โดยได้รับการสนับสนุนจาก ไกรสีห์ กรรณสูต ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตคนก่อน           

การที่นักเสรีนิยมสุดขั้วอย่าง ปิยสวัสดิ์ ส่งเสริมการใช้พลังงานนิวเคลียร์ เป็นเรื่องน่ากลัว เพราะเป็นการนำการผลิตไฟฟ้าที่อันตรายที่สุดไปไว้ในมือของเอกชนที่แสวงหากำไรเหนือความปลอดภัย บริษัทเอกชนเป็นกลุ่มคนที่เราควบคุมไม่ได้เลย ในญี่ปุ่นในปี 2003 บริษัท Tokyo Electric Power (Tepco) ถูกสั่งให้ปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 17 แห่งชั่วคราวเพราะถูกจับได้ว่าปลอมแปลงเอกสารรายงานความปลอดภัยและปกปิดอุบัติเหตุ และขณะนี้รัฐบาลญี่ปุ่นต้องติดสินบน อ.บ.ต. ในท้องถิ่นต่างๆ เพื่อชักชวนให้ยอมรับการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในตำบลของตน เพราะประชาชนไม่ไว้ใจว่านิวเคลียร์ปลอดภัย

ปัญหาของการผลิตไฟฟ้านิวเคลียร์มีดังนี้

กากหรือของเสียจากกระบวนการผลิตไฟฟ้านิวเคลียร์มีกัมมันตรังสีร้ายแรง มันผลิตรังสีที่เป็นภัยต่อมนุษย์เป็นเวลาแสนๆ ปี เตานิวเคลียร์หนึ่งแห่งผลิตกากนิวเคลียร์ประมาณ 25-30 ตัน ซึ่งเรายังไม่มีวิธีการใดๆ ที่จะจัดการหรือเก็บกากนี้ได้อย่างปลอดภัย ไม่ว่าจะที่ไหนในโลก สารอันหนึ่งจากกากนิวเคลียร์คือยูเรเนี่ยมเสื่อม Depleted Uranium สารนี้ใช้เป็นโลหะในกระสุนเจาะรถถังในสงครามอิรัก มีผลให้ทหารและพลเรือนป่วยเป็นแสน พลูโทเนี่ยม Plutonium เป็นสารกัมมันตรังสีอีกชนิด ซึ่งเป็นพิษร้ายแรง

กากกัมมันตรังสีเกิดจากการทำเหมืองยูเรเนี่ยม เพื่อผลิตเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้าอีกด้วย ซึ่งทำลายสิ่งแวดล้อม

กระบวนการผลิตไฟฟ้านิวเคลียร์จากต้นจนจบมีส่วนที่ผลิตคาร์บอนไดออคไซท์ เช่น การสร้างโรงไฟฟ้า การทำเหมือง การขนส่งสารรังสี รายงานขององค์กร Friends of the Earth สรุปว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะผลิตคาร์บอนไดออคไซท์มากกว่าการผลิตไฟฟ้าจากลม 50%

ปัญหาความปลอดภัยเป็นเรื่องใหญ่ โรงไฟฟ้าที่อังกฤษมีอุบัติเหตุเป็นประจำอย่างต่อเนื่องระหว่างปี 1957 ถึง1985 ที่สหรัฐอุบัติเหตุที่โรงไฟฟ้า 3 Mile Island Pennsylvania ในเดือนมีนาคม 1979 ทำให้เกือบระเบิดทั้งโรงและสารรังสีรั่วออกมามากมาย สหรัฐหยุดการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หลังจากนั้น ต่อมาในวันที่ 26 เมษายน 1986 โรงไฟฟ้า Chernobyl ของโซเวียดรัสเซียระเบิดขึ้น กระจายสารรังสีขึ้นไปในบรรยากาศในปริมาณสูงกว่าระเบิดนิวเคลียร์ที่ Hiroshima ในสงครามโลก 400 เท่า คนตาย 4000 คน และป่วยร้ายแรงจากมะเร็งอีก 30,000 คน ในที่สุดยอดคนตายอาจสูงถึง 500,000 คน ต่อมาที่ Toki Mura ในญี่ปุ่น เมื่อปี 1999 มีอุบัติเหตุที่ทำให้พนักงานตายสองคนและป่วยอีก 400 คน ปีนี้มีแผ่นดินไหวใกล้ๆ โรงไฟฟ้า Kashiwazaki-Kariwa ทำให้รังสีรั่วออกมาและเกิดไฟไหม้ ทั้งหมดนี้คือข้อเท็จจริงจากรอบโลกที่รัฐบาลต้องการ “ล้างออกจากสมอง” เรา

ราคาการผลิตไฟฟ้านิวเคลียร์สูงกว่าวิธีอื่นและอาศัยภาษีจากประชาชนเสมอ มันแพงกว่าการผลิตไฟฟ้าจากลมสองเท่า จากการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซและน้ำมันหนึ่งเท่า มันอาจถูกกว่าแสงแดดตอนนี้ แต่ถ้าลงทุนเพียงพอในระบบแสงแดดระบบนี้จะถูกลงมาก ยิ่งกว่านั้นไม่เคยมีการคำนวณ “ราคา” ของการเกิดอุบัติเหตุและการจัดการกับกากนิวเคลียร์เลย

ทุกรัฐบาลที่ต้องการผลิตไฟฟ้านิวเคลียร์พร้อมจะทำเพราะมันช่วยในการสร้างระเบิดนิวเคลียร์ การผลิตไฟฟ้านิวเคลียร์แยกไม่ออกจากการทหาร ประเด็นสุดท้ายนี้คือสาเหตุหลักที่รัฐบาลทหารและนักวิทยาศาสตร์ที่รับใช้ทหาร ต้องการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้านิวเคลียร์ในไทย

จะเห็นได้ว่า ถ้าการผลิตไฟฟ้าจากนิวเคลียร์มีปัญหา ทั้งเรื่องราคาและความปลอดภัย สาเหตุหลักที่ชนชั้นปกครองไทย โดยเฉพาะรัฐบาลทหารต้องการผลิตก็เพราะอยากจะพัฒนาเทคโนโลจีและทรัพยากรเพื่อที่จะมีระเบิดนิวเคลียร์ของไทยเอง ซึ่งนอกจากจะอันตรายอย่างถึงที่สุดแล้ว ยังเปลืองทรัพยากรสำคัญที่ควรจะนำมาใช้เพื่อสร้างรัฐสวัสดิการ ระเบิดนิวเคลียร์ไม่สามารถใช้ป้องกันประเทศได้ เพราะมีผลด้านเดียวคือประชาชนจะล้มตายเป็นแสนๆ ล้านๆ ในวินาทีเดียวเท่านั้น และบ้านเมืองของทั้งสองฝ่ายก็จะพินาศในขณะที่คนชั้นสูงหลบอยู่ในบังเกอร์ใต้ดิน          

สำหรับปัญหาโลกร้อนทางออกคืออะไร? เชื้อเพลิงชีวะ Biofuel เป็นส่วนหนึ่งของคำตอบเพราะการปลูกพืชจะดูดคาร์บอนไดออคไซท์จากบรรยากาศ แต่ไม่ใช่ทางออกทั้งหมด เพราะถ้าการผลิตอยู่ภายใต้บริษัทเกษตรอุตสาหกรรมจะมีปัญหาการแย่งที่ดินจากเกษตรกรคนจน และถ้าเน้นการปลูกพืชเพื่อผลิตเชื้อเพลิงแทนการผลิตอาหารมากเกินไป จะทำให้ราคาอาหารในตลาดโลกสูงขึ้น คนจนก็จะอดอยากทั่วโลก          

เราต้องลดการใช้พลังงานที่ผลิตก๊าซคาร์บอนไดออคไซท์โดยการประหยัด วิธีประหยัดสำคัญคือการสร้างระบบคมนาคมมวลชน เช่นรถไฟหรือรถรางที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อนำมาใช้แทนรถยนต์ส่วนบุคคลและเครื่องบิน การออกแบบตึกให้ประหยัดไฟฟ้า การไม่ใช้ไฟประดับเป็นพันๆ ดวงตามถนนหนทางในกรุงเทพฯ เพื่อฉลองวันสำคัญๆ ของคนชั้นสูง การลดแอร์ในตึกราชการ รัฐสภา และที่อื่นโดยยกเลิกวัฒนธรรมการใส่สูดของพวกชนชั้นนำ ล้วนแต่เป็นทางออก แต่การรณรงค์ให้คนประหยัดไฟอย่างที่พรรคประชาธิปัตย์และ กทม. ทำไม่มีประโยชน์ ไม่มีสาระ เพราะเป็นเพียงการสร้างภาพ นอกจากนี้การกดดันให้คนลดการใช้ไฟหรือลดการใช้น้ำมันด้วยการขึ้นราคาหรือภาษีก็ไม่ใช่คำตอบอีก เพราะจะมีผลกระทบต่อคนจนมากที่สุดในขณะที่คนรวยเป็นผู้ใช้พลังงานมากที่สุดอยู่แล้ว          

ประเทศไทยควรจะร่วมลงทุนกับประเทศอื่นในแถบนี้เพื่อพัฒนาการผลิตไฟฟ้าแบบยั่งยืนที่ไม่ผลิตก๊าซคาร์บอนไดออคไซท์หรือกากนิวเคลียร์ ในเมื่อการสร้างเขื่อนเพื่อผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำไม่ใช่คำตอบ อย่างที่สมัชชาคนจนพิสูจน์มานานแล้ว เราต้องผลิตไฟฟ้าจากลม คลื่นทะเล และแสงแดด ในอนาคตทุกบ้านเรือนควรจะมีแผงโซล่าที่จะผลิตไฟฟ้าจากแสงแดด และเราจะสามารถเริ่มแก้ปัญหาโลกร้อน           

ปัญหานิวเคลียร์เป็นอีกเหตุผลหนึ่งในหลายๆ เหตุผล ที่เราต้องคัดค้านรัฐประหารและเผด็จการทหาร

 

ที่มา:

หนังสือพิมพ์เลี้ยวซ้าย ธันวาคม 2550