พลังงานอัด 200 ล้านทำความเข้าใจ ผุดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 9 หมื่นล้าน

กรุงเทพธุรกิจ 9 ตุลาคม 2553

ที่ปรึกษาเผยได้ข้อสรุปแผนความพร้อมก่อสร้างโรงไฟฟ้านิว เคลียร์ กฟผ. 1,000 เมกะวัตต์ มูลค่า 9 หมื่นล้านบาท เตรียมเสนอ กพช. ก่อนเข้า ครม.ตัดสินใจเดือนม.ค.2554 พร้อมจัดลำดับ 2 พื้นที่ชายฝั่งเหมาะสม อัดฉีด 200 ล้านบาท สร้างความเข้าใจแก่ประชาชน

    นายชวลิต พิชาลัย รองผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่าขณะนี้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาเตรียมความพร้อมก่อ สร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ได้เร่งสร้างความเข้าใจกับประชาชนและกลุ่มเป้าหมาย ที่อยู่ในพื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โดยกระทรวงพลังงานและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ใช้งบประชาสัมพันธ์ปี 2553 จำนวน 200 ล้านบาท จัดทำสื่อข้อมูลเกี่ยวกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เพื่อเผยแพร่ปลายปีนี้

    โดยเดือนธ.ค. นี้ คณะกรรมการประสานงานศึกษาเตรียมความพร้อมก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ต้องส่งรายงานสรุปให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ก่อนเสนอ ครม.พิจารณา และเดือนม.ค. 2554 รัฐบาลต้องตัดสินใจว่าจะเดินหน้าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หรือไม่

    สำหรับการศึกษาเตรียมความพร้อมขณะนี้บริษัท เบิร์นแอนด์โลว์ ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาของ กฟผ. ได้ทำรายงานการศึกษาเสร็จแล้ว โดยทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (ไอเออีเอ) จะเข้ามาตรวจสอบผลศึกษาเร็วๆ นี้ รวมทั้งจัดส่งทีมผู้เชี่ยวชาญด้านโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ มาร่วมทำแผนเตรียมความพร้อมที่เป็นมาตรฐานสากล ช่วงวันที่ 13-20 ธ.ค.นี้ ก่อนนำรายงานฉบับสมบูรณ์เสนอ กพช.และ ครม.พิจารณา

    อย่างไรก็ตาม แผนศึกษาเตรียมความพร้อมก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เสนอพื้นที่ก่อสร้างไว้ 17 พื้นที่ โดยคัดเลือกเหลือ 2 พื้นที่ เพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งแรกขนาด 1,000 เมกะวัตต์ ซึ่งหากรัฐบาลตัดสินใจเดินหน้าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรกจะสร้างเสร็จและ จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ปี 2563

    แหล่งข่าวจากวงการพลังงาน กล่าวว่าเงินลงทุนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ จากการศึกษาล่าสุดอยู่ที่ 3 ล้านดอลลาร์ต่อเมกะวัตต์ หรือประมาณ 3,000 ล้านดอลลาร์ต่อ 1,000 เมกะวัตต์ หรือกว่า 9 หมื่นล้านบาท ขณะนี้ 4 ภาคอุตสาหกรรมของไทย ได้แก่ เหล็ก ซีเมนต์ ไฟฟ้า-อิเล็กทรอนิกส์ และก่อสร้าง สนใจจะเข้ามาจัดหาวัสดุอุปกรณ์ในประเทศ เพราะต้องการผลักดันให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เกิดขึ้น สำหรับ 2 พื้นที่ที่จะเสนอรัฐบาลเป็นพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ ที่มีความเหมาะสมด้านภูมิศาสตร์ และการทำความเข้าใจกับมวลชน แต่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาล