เขื่อนน้ำเทิน 2 ถูกโจมตี

ประชาไท 1 กันยายน 2547

กรุงเทพฯ – 31 ส.ค. 2547 การสัมมนาเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับการก่อสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำโครงการน้ำเทิน 2 ในลาวที่จัดโดยธนาคารโลก ที่สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (เอไอที) โดยมีฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายต่อต้านโครงการฯ ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐบาล สื่อมวลชน นักอนุรักษ์ องค์กรเอกชนและสื่อมวลชน เข้าร่วม ถูกโจมตีอย่างหนัก ว่า มีความโน้มเอียงไปทางเจ้าของโครงการฯ

องค์กรพัฒนาเอกชนและชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนในประเทศไทย อาทิ ชาวบ้านจากเขื่อนลำตะคอง ชาวบ้านเขื่อนปากมูล เครือข่ายทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมภาคอีสาน องค์กรพัฒนาเอกชน มูลนิธิเพื่อนช้าง ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ธนาคารโลกจัดการประชุมอีกครั้ง โดยระบุว่าการประชุมครั้งนี้เป็นไปโดยรวบรัดตัดความ ให้เวลาอภิปรายเพียงคนละ 2 นาที และยืนอยู่บนฐาน การตัดสินใจว่าจะสร้างเขื่อนอยู่แล้ว

ทั้งไม่ให้ข้อมูลที่สำคัญและมากเพียงพอที่ผู้เข้าร่วมประชุมจะเข้าถึงและร่วมแสดงความคิดเห็นได้ เกรงว่า การประชุมครั้งนี้จะถูกนำไปใช้เป็นความชอบธรรมในการสร้างเขื่อนดังกล่าว

แม้ว่าธนาคารโลกจะใช้ช่วงเวลานี้จัดเวทีเพื่อรับฟังความเห็นจากส่วนต่างๆ ก่อนตัดสินใจว่าจะค้ำประกันโครงการเขื่อนน้ำเทิน 2 ในประเทศลาวหรือไม่ แต่รัฐบาลไทยมีนโยบายที่ชัดเจนว่า จะซื้อไฟฟ้าจากโครงการน้ำเทิน-2 ซึ่งมีบริษัทของไทยเป็นผู้ร่วมลงทุนเรียบร้อยแล้ว

นายวิฑูรย์ เพิ่มพงศาเจริญ สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าว ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) คำนวณการใช้พลังงานไฟฟ้าของประเทศไทยในอีก 15 ปีผิดพลาดหลายประการเพราะใช้ข้อมูลที่ผิดพลาด ทำให้การคาดการณ์การใช้ไฟฟ้าสูงกว่าที่ควรจะเป็นถึง 6,290 เมกกะวัตต์ เทียบเท่ากำลังผลิตไฟฟ้าเขื่อนน้ำเทินถึง 6 เขื่อนทีเดียว

นอกจากนั้นตัวเลขจีดีพี ซึ่งถูกนำมาคำนวณการใช้พลังงานปัจจุบันอยู่ต่ำกว่าตัวเลขของกฟผ.มาก แต่กฟผ.กลับไม่คำนวนความต้องการใช้ไฟฟ้าใหม่ ทั้งนโยบายของกระทรวงพลังงานประกาศออกมาแล้วว่าจะลดการใช้พลังงานลงโดยให้อัตราการใช้พลังงานกับจีดีพีเท่ากับ 1:1 แต่กฟผ.ไม่ได้ปฏิบัติตาม

หลังจากนั้นตัวแทนการไฟฟ้าฝ่ายผลิต 3 คนมาชี้แจงและต่อว่านายวิฑูรย์ว่าไม่เข้าใจวิธีการคำนวณของการไฟฟ้าและนายวิฑูรย์ควรเสนอเรื่องนี้ต่อรัฐบาลไม่ใช่ในเวทีระดับชาติ และว่านายวิฑูรย์ใช้ข้อมูลที่ผิดพลาด

ดร. สมบูรณ์ มะโนลม ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมและหัตถกรรมแห่งสปป.ลาว กล่าวกับ ประชาไท ว่า ขณะนี้ประเทศไทยได้ทำสัญญากับบริษัทน้ำเทิน 2 จำกัด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว คงไม่มีการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญ ทั้งนี้ลาวควรจะมีรายได้จากประเทศไทยบ้าง เพระปัจจุบันนี้ สินค้าในประเทศลาวส่วนใหญ่ก็มาจากไทยถึง 60-70 เปอร์เซ็นต์แล้ว

ในส่วนความเห็นและความห่วงใยปัญหาจากการสร้างเขื่อนน้ำเทิน 2 นั้นตนยินดีรับฟัง และขอเชิญพี่น้องชาวไทยเข้าร่วมประชุมในประเด็นเดียวกันนี้ที่ประเทศลาว ซึ่งธนาคารโลกจะจัดขึ้นในวันที่ 24 กันยายน 2547

ในช่วงท้ายสุดของการประชุมดร. จุรี วิจิตรวาทการ ประธานศูนย์สาธารณประโยชน์และประชาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) ได้กล่าวสรุปการประชุมว่า ทางธนาคารโลกจะนำข้อเสนอและความคิดเห็นที่เกิดขึ้นในวันนี้ไปพิจารณาประกอบการตัดสินใจรวมถึงข้อมูลที่นายวิฑูรย์ได้แถลงในที่ประชุมด้วย อีกทั้งจะพยายามจัดการประชุมขึ้นในประเทศไทยอีกครั้งตามการเรียกร้องของภาคประชาชนไทยที่เข้าร่วมประชุมในวันนี้