“เขื่อนน้ำเทิน 2” โครงการใหม่ทำลายบ้านช้าง

ข่าวสด 7 กันยายน 2547

โครงการฟื้นฟูนิเวศวิทยาในภูมิภาคอินโดจีนและพม่า จัดเสวนาหัวข้อ “ช้างป่าในที่ราบสูงนากาย ภาวะคุกคามจากการสร้างเขื่อนน้ำเทิน 2 ในประเทศลาว” ที่ชมรมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ถ.เพลินจิต

โดยมี นายร็อบ สไตเม็ทซ์ หัวหน้าฝ่ายอนุรักษ์องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากลหรือ WWF นายสุรพล ดวงแข เลขาธิการมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทย นายวิฑูรย์ เพิ่มพงศาเจริญ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เลขาธิการมูลนิธิฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ

            นายร็อบกล่าวว่า ข้อมูลจาก IUCN พบว่า ช้างป่าในประเทศลาว ซึ่งเคยมีอย่างอุดมสมบูรณ์ ตกอยู่ในภาวะเสี่ยง จนถึงภาวะใกล้สูญพันธุ์ มีตัวเลขว่าปัจจุบันประชากรช้างในลาว มีอยู่ประมาณ 930-1,300 ตัว

            ประสบการณ์ 4 ปีจาการทำงานในพื้นที่ได้ติดตามศึกษาอาณาบริเวณถิ่นอาศัยของ ช้างเอเชีย พบว่า สถานที่พบช้างเอเชียมาก และปรากฎให้เห็นอยู่ในบริเวณพื้นที่ติดต่อกันขนาดใหญ่ประมาณ 1,000 ตร.ก.ม. ซึ่งนับวันหายากมาก พบว่าที่ราบสูงนากาย ในแขวงคำม่วน ตอนกลางของประเทศลาว มีความเหมาะสม นับเป็นศูนย์กลางของประชากรช้างในภูมิภาค โดยมีป่าเป็นตัวเชื่อมกลุ่มที่มีส่วนประกอบต่าง ๆ แต่ละกลุ่มเข้าด้วยกัน

            ประชากรช้างกลุ่มนี้ จึงเป็นตัวแทนกลุ่มที่มีการแบ่งแยกน้อยที่สุดกลุ่มหนึ่ง ลักษณะความหนาแน่นและถิ่นที่อยู่ติดกันเป็นผืนใหญ่ เป็นสิ่งที่สำคัญต่อการอนุรักษ์ช้างไว้ในระยะยาว

            นายร็อบกล่าวต่อว่า บริเวณที่ราบสูงนากายเป็นแหล่งที่อยู่ที่อุดมสมบูรณ์ รวมถึงป่ารุ่นสอง ป่าสน ป่ากึ่งดงดิบ ป่าผลัดใบ ป่าน้ำท่วมถึง และธารน้ำที่ถาวร กระจายอยู่ตามพื้นที่ เป็นแหล่งโป่ง ดิน และโป่งน้ำ เพื่อยังชีพของประชากรช้าง จำนวนมาก

            ความอุดมสมบูรณ์ดังกล่าว ทำให้เกิดสภาพทางกายภาพที่ดีเยี่ยม สำหรับการอยู่อาศัยอย่างหนาแน่นของช้าง ดังนั้นหากเกิดโครงการเขื่อนน้ำเทิน 2 จะทำลายสภาพที่มีลักษณะพิเศษเหล่านี้ อีกทั้งหลังจากเขื่อนสร้างเสร็จ สถานภาพของช้างจะใกล้เคียงกับสภาพของประชากรสัตว์ประเภคอื่นนั่นคือ ต้องโยกย้าย และถูกจำกัดขอบเขต

            เนื่องจากพื้นที่จะถูกแบ่งแยกออกเป็นผืนเล็กผืนน้อย กลุ่มที่เหลืออยู่จะมีโอกาสรอดชีวิตน้อยลง จะมีสภาพความขัดแย้งที่สูงขึ้น และเกิดการแข่งขันกันกับมนุษย์เพิ่มขึ้น ผลกระทบต่อเนื่องดังกล่าว ย่อมไม่อาจบรรเทาได้ เพราะการสูญเสียถิ่นที่อยู่ และการแตกกระจายของฝูงช้าง เป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างถาวร หลังจากมีอ่างเก็บน้ำของเขื่อน การสูญเสียประชากรที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและแหล่งที่อยู่ต่อเนื่องถึงกันเป็นเรื่องที่ไม่สามารถเรียกกลับมาคืนได้

            นายร็อบกล่าวด้วยว่า ส่วนการเสนอมาตรการประเมินต่าง ๆ เพื่อจัดการกับปัญหาเรื่องการอนุรักษ์หลังจากเกิดเขื่อน เช่น การเสนอเขตเชื่อมต่อ เพื่อเชื่อมเขตอนุรักษ์นากาย น้ำเทิน เข้ากับพื้นที่อื่น ๆ เช่นเดียวกับเขตอนุรักษ์ภูเขาหินปูนเข้าด้วยกัน

            เป็นผลเพียงน้อยนิดในการบรรเทาการสูญเสียโดยสิ้นเชิง ของเขตพื้นที่อาศัยและแหล่งหากิน ตลอดจนอาณาเขตของช้างเหล่านี้ ทั้งที่เป็นกลุ่มใหญ่และกลุ่มย่อยที่อาศัยอยู่ในเขตที่ราบสูงนากาย ส่วนความคาดหวังผลสำเร็จในการย้ายช้างออกจากเขตน้ำท่วมนั้น มาจากการเหมาเอาว่า จะมีพื้นที่ทางเลือกอื่น ๆ ที่ช้างจะอาศัยอยู่ใต้แต่ความจริงไม่มีพื้นที่ดังกล่าว

            ด้านนายสุรพล ดวงแข กล่าวว่า บทเรียนจากการเกิดโครงการขนาดใหญ่ซึ่งสร้างผลกระทบกับสัตว์ป่าโดยเฉพาะช้าง เกิดขึ้นในประเทศไทยหลายกรณีไม่ว่าจะเป็นกรณีของช้างป่ากับไร่สับปะรด ใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไม่เคยมีการศึกษาแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง

            หรือจะเป็นกรณีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสลักพระ เมื่อเกิดโครงการเขื่อนศรีนครินทร์มีการโยกย้ายช้างมาอาศัยในพื้นที่ อ้างว่าไมส่งผลกระทบใดๆ กระทั่งมาจนถึงวันนี้รวมระยะเวลา 25 ปี เกิดปัญหาความขัดแย้งระกว่างช้างป่ากับคนรอบ ๆ บริเวณ และนับวันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

            มีทั้งที่ช้างตาย และที่ทำร้ายฆ่าชาวบ้านตายในทุกปี ช้างเหล่านี้มีพัฒนาการและเรียนรู้ได้เร็ว จากที่เคยกินพืชผลของชาวบ้านก็หันมาโค่นทำลายต้นไม้และพืชผลทางการเกษตร ถือเป็นพัฒนาการที่เกิดขึ้นในระยะยาว โดยไม่สามารถแก้ไข และไม่มีหน่วยงานใดเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้อย่างยิ่งจริงจัง

            นายสุรพลกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ต้องยอมรับว่า 10 ปีที่ผ่านมากระบวนการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอบ้านเรา ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ไม่น่าไว้ใจ ดังนั้นเมื่อเราพูดถึงโครงการเขื่อนที่จะเกิดขึ้นในลาว ก็ไม่พ้นบริษัทรับเหมาจากไทยที่เข้าไปรับงาน ซึ่งเคยทำอย่างไรในประเทศไทย ก็มีรูปแบบอย่างเดียวกับที่ไปในประเทศไทย ก็มีรูปแบบอย่างเดียวกับที่ไปทำให้กับประเทศอื่น ๆ ไม่มีการลงรายละเอียด

            ตัวอย่างเช่นรายงานอีไอเอ ที่เคยทำในโครงการท่อก๊าซ ไทย-พม่า ที่ จ.กาญจนบุรี ไม่ได้พูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องมาจากการดำเนินการขุดวางท่อ ซึ่งเป็นผลให้ช้างป่าได้รับบาดเจ็บและถึงกับเสียชีวิตตามแนวท่อมาแล้ว

            ขณะที่นายวิฑูรย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาธนาคารโลก ในฐานะผู้รับประกันการลงทุนของธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินระหว่างประเทศสำหรับโครงการเขื่อนน้ำเทิน 2 ในประเทศลาวเกิดกระบวนการศึกษาต่าง ๆ ตามาตรฐานธนาคารโลก โดยรัฐบาลลาวและกลุ่มบริษัทผู้สร้าง ที่พยายามทำให้เกิดความเห็นชอบอย่างเป็นทางการ ชี้ว่า โครงการนี้ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบ

            อีกทั้งเร่งผลักดันให้ไทยลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า ตามแผนกำหนดไว้ที่อัตรา 3,000 เมกะวัตต์ ขณะที่เกิดความผันผวน วิกฤตเศรษฐกิจปี 40 ทำให้ความต้องการไฟฟ้าของประเทศเราลดลง โดยที่แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าหรือ PDP พ.ศ. 2547-2558 อยู่บนพื้นฐานการพยากรณ์การใช้ไฟฟ้าที่สูงเกินความจริง ไม่พิจารณาทางเลือกที่ถูกกว่าหรือผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม และสังคมที่น้อยกว่า

            นายวิฑูรย์กล่าวต่อว่า ประเด็นการปรับปรุงค่าพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้า พิจารณาจากชุดเดือน ม.ค.2547 ในแผน PDP ทำนายสูงเกินกว่าค่าความเป็นจริงถึง 274 MW ซึ่งน่าจะปรับให้ถูกและใช้เป็นฐานในการคำนวณค่าพยากรณ์ต่อไป

            นอกจากนี้การพยากรณ์ใช้สมมติฐานที่วา GDP ของประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 6.5 ติดต่อกันถึง 13 ปี ซึ่งเป็นค่าที่สูงมาก เมื่อเทียบกับค่าจริงในช่วง 10 ปี และ 15 ปี ที่ผ่านมา   ซึ่งเพิ่มขึ้นเฉลี่ยแค่เพียงร้อยละ 3.6 และร้อยละ 5.6 ต่อปี จึงควรมีการทบทวนสมมติฐานให้อย่างน้อยสูงไม่เกินค่าเฉลี่ย 15 ปีผ่านมา

            ส่วนความจำเป็นในการจัดหากำลังผลิตใหม่จำนวน 15,078 MW จำนวนนี้มาจากโครงการที่ได้ดำเนินการก่อสร้าง หรือมีการเจรจาสัญญากับ กฟผ.แล้ว ซึ่งไม่นับรวมโครงการน้ำเทิน 2 เนื่องจากราคารับซื้อที่สูง และข้อห่วงใยด้านผลกระทบจากโครงการ โดยเฉพาะประเด็นสิ่งแวดล้อม และสถานภาพของช้างป่าที่อาศัยอยู่ในจุดก่อสร้างเขื่อน