เอ็กซิมแบงก์ไทยช่วยขายพันธบัตรลาวระดมทุนน้ำเทิน 2

ผู้จัดการ 14 พฤศจิกายน 2549

ผู้จัดการรายวัน- รองนายกรัฐมนตรีของไทย ม.ร.ว.ปริดียาธร เทวกุล ได้สนับสนุนให้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าหรือเอ็กซิมแบงก์ของไทย ค้ำประกันและจัดจำหน่ายพันธบัตรเอเชี่ยนบอนด์ (Asian Bond) ของรัฐบาลลาว ที่จะเข้ามาระดมทุนในตลาดไทยโดยเฉพาะ เพื่อนำเงินไปเข้าถือหุ้นในโครงการเขื่อนน้ำเทิน 2 ให้ครบในสัดส่วนของรัฐบาล สปป.ลาว
      
       เจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายจะหารือในรายละเอียดเพิ่มเติมในเรื่องนี้ โดยคาดว่าจะสามารถเซ็นข้อตกลงกันได้ในปลายเดือนหน้า ในช่วงที่จะมีการเปิดใช้สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 อย่างเป็นทางการ ทั้งนี้เป็นรายงานของสื่อทางการลาว
      
       ถึงแม้ว่าการหารือระหว่าง รองนายกรัฐมนตรีของไทยกับ นายสมสะหวาด เล่งสะหวัด รองนายกรัฐมนตรีลาว และผู้ประจำการรัฐบาล ในวันเสาร์ (11 พ.ย.) ที่ผ่านมา จะเน้นหนักไปในเรื่องการซื้อขายกระแสไฟฟ้าจากเขื่อนอีกหลายแห่งของลาวในช่วงปีข้างหน้า แต่การออกเอเชี่ยนบอนด์ในตลาดไทย ก็เป็นเรื่องสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดจาด้วย
      
       "เราอยากจะเลือกวิธีนี้" หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ไทมส์ฉบับวันจันทร์ (13 พ.ย.) อ้างคำกล่าวของ นายสมสะหวาด ซึ่งหมายถึงการระดมทุนด้วยการออกพันธบัตรรัฐบาลที่เรียกว่า เอเชี่ยนบอนด์ (Laos Asian Bond) เพื่อระดมทุนในประเทศไทยโดยเฉพาะ แทนการกู้ยืมจากแหล่งอื่น หรือด้วยวิธีการอย่างอื่น
      
       สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งชาติลาว ซึ่ง "ผู้จัดการรายวัน" รับฟังได้ในกรุงเทพฯ ก็ได้รายงานเรื่องเดียวกันนี้ โดยระบุว่า รองนายกรัฐมนตรีทั้งสอง ได้หารือเกี่ยวกับการระดมทุนเพื่อนำเข้าสมทบหุ้นส่วนของรัฐบาลลาว ในโครงการเขื่อนน้ำเงิน 2 โดยธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) จะเป็นผู้ค้ำประกันและจำหน่ายพันธบัตรของรัฐบาลลาว
      
       ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า หากการเจรจาขั้นต่อไปสามารถลงในรายละเอียดกันได้ การเซ็นความตกลงเพื่อจำหน่ายพันธบัตรของรัฐบาลลาวในประเทศไทยก็น่าจะสามารถกระทำได้ทันพิธีเปิดใช้สะพานมิตรภาพมุกดาหาร-สะหวันนะเขตในเดือน ธ.ค.ศกนี้
      
       อย่างไรก็ตามยังไม่มีการเปิดเผยเกี่ยวกับจำนวนเงินทั้งหมด ที่รัฐบาลลาวตั้งเป้าจะระดมจากการออกพันธบัตรในตลาดไทยครั้งนี้ และยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดอื่นใดอีก
      
       รองนายกรัฐมนตรีของไทยเดินทางเยือน สปป.ลาว อย่างเป็นทางการเป็นเวลา 1 วัน และได้เข้าเยี่ยมคำนับ นายบัวสอน บุบผาวัน นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว ในวันเดียวกัน ซึ่ง ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ได้รายงานผลการหารือเรื่องพันธบัตรต่อผู้นำรัฐบาลลาวด้วย ทั้งนี้เป็นรายงานของหนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ใหม่
      
       รัฐบาลลาวจะต้องลงทุนทั้งสิ้น 87.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อถือหุ้นส่วน 25% ในบริษัทไฟฟ้าน้ำเทิน 2 (Nam Theun 2 Power Co) หรือ NTPC ผ่านรัฐวิสาหกิจถือหุ้นลาว (Laos Holding State Enterprise) ที่จัดตั้งขึ้นในเดือน ก.พ.2548
      
       รัฐบาลลาวได้รับการสนับสนุนเงินทุนส่วนหนึ่งจากธนาคารโลก ธนาคารพัฒนาเอเชีย ธนาคารเพื่อการลงทุนยุโรป (European Investment Bank) กับ องค์การเพื่อการพัฒนาแห่งฝรั่งเศส (Agence France de Developpement) หรือ AFD
      
       ตามรายงานของ NTPC จนถึงปัจจุบันทางการลาวได้มอบเงินเข้าถือหุ้นในส่วนของตนแล้วประมาณ 75 ล้านดอลลาร์ จึงเหลืออยู่อีกประมาณ 12.5 ล้านดอลลาร์จึงจะครบถ้วน แต่ "ทุกอย่างเรียบร้อย ไม่มีปัญหาในเรื่องการระดมทุนในส่วนของเรา" สื่อของทางการอ้างคำกล่าวของนายสมบูน มะโนลม ผู้จัดการใหญ่ รัฐวิสาหกิจถือหุ้นลาว
      
       ดร.สมบูน ซึ่งเป็นอดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า จนถึงปัจจุบันการก่อสร้างโครงการเขื่อนน้ำเทิน 2 ซึ่งจะเป็นเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ มีความคืบหน้าไปกว่า 30% และจะสามารถเริ่มการปั่นไปได้ตามกำหนด ในปลายปี 2552

       รัฐบาลลาวหวังที่จะมีรายได้เป็นเงินทั้งสิ้น 2 พันล้านดอลลาร์ ตลาดเวลา 25 ปีของสัมปทาน ในนั้น 700 ล้านดอลลาร์จะได้จากเงินปันผลส่วนแบ่งรายได้ อีก 1.3 พันล้านจากการจัดเก็บภาษี และค่าสัมปทาน รวมเป็นเงินรายได้เฉลี่ยปีละ 240 ล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่เริ่มดำเนินการผลิตกระแสไฟฟ้า
      
       ไทยได้ทำข้อตกลงซื้อกระแสไฟฟ้าจากเขื่อนนำเทิน 2 เป็นมูลค่ารวม 5,000 ล้านดอลลาร์ ตลอด 25 ปีของการสัมปทาน เงินรายได้ส่วนหนึ่งจะนำไปพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนราว 5,000 คน ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการ
      
       ไฟฟ้าที่เหลือส่วนหนึ่งประมาณ 75 เมกะวัตต์ จะนำส่งบริษัทไฟฟ้าลาว สำหรับใช้ภายในประเทศ
      
       เขื่อนใหญ่แห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตที่ราบสูงนากาย ที่คาบเกี่ยวพื้นที่แขวงบอลิคำไซกับแขวงคำม่วน ในภาคกลางและภาคใต้ของลาว ด้วยมูลค่าการลงทุน 1.45 พันล้านดอลลาร์ ในนั้น 30% เป็นเงินจากหุ้นส่วนในบริษัท NTPC อีก 70% เป็นเงินกู้จากสถาบันการเงินระหว่างประเทศต่างๆ โดยมีธนาคารโลกค้ำประกัน
      
       บริษัทไฟฟ้าฝรั่งเศส (Electricite du France Internationale) ถือหุ้น 35% ใน NTPD อีก 25% ถือโดยรัฐบาลลาว ส่วนที่เหลืออีก 25% ถือโดย บมจ.ผลิตไฟฟ้า ของไทยและอีก 15% เป็นของ บมจ.อิตาเลี่ยนไทยดีเวลลอปเมนต์ จากไทยเช่นเดียวกัน
      
       ในวันเสาร์ที่ผ่านมาฝ่ายลาวและฝ่ายไทย ได้หารือเกี่ยวกับการซื้อกระแสไฟฟ้าจากลาวอีก 3,000-5,000 เมกะวัตต์ต่อปีในช่วงปีข้างหน้า เมื่อ สปป.ลาว สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากขึ้น ในระหว่างปี 2552-2555 จากเขื่อนน้ำเทิน 1 และ 2 น้ำงึม 1 และจากโครงการหงสาลิกไนต์ ซึ่งผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน
      
       "เราจึงต้องขอให้ไทยพิจารณาซื้อไฟฟ้าเพิ่มเติมระหว่าง 3,000-5,000 เมกะวัตต์" เวียงจันทน์ไทมส์อ้างคำกล่าวของนายสมสะหวาด
      
       เมื่อการก่อสร้างเขื่อนน้ำเทิน 2 แล้วเสร็จในปี 2552 สปป.ลาว มีแผนที่จำหน่ายไฟฟ้า 995 เมกะวัตต์ต่อปีให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตของไทย และ ในปี 2555 โรงงานไฟฟ้าพลังความร้อนหงสาก็จะเริ่มปั่นไฟอีกปีละ 1,800 เมกะวัตต์ โครงการอื่นๆ ก็จะเริ่มทยอยผลิตไฟฟ้าระหว่างปี 2552-2555 ทั้งสิ้น
      
       ส่วนรองนายกรัฐมนตรีของไทยกล่าวว่า ถ้าหากลาวสามารถนำเสนอรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ผลิตทั้งหมดได้ ก็จะนำไปสู่การเจรจากับหน่วยงานที่รับผิดชอบ ประเทศไทยต้องการซื้อไฟฟ้าจาก สปป.ลาว และยินดีที่จะซื้อต่อไป พร้อมๆ กับการพัฒนาประเทศ
      
       รองนายกรัฐมนตรีไทยและลาว ต่างแสดงความหวังว่า ข้อตกลงเรื่องการซื้อไฟฟ้านี้อาจจะสามารถลงนามกันได้ ในวันที่มีพิธีเปิดใช้สะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 ที่มีกำหนดขึ้นในวันที่ 20 ธ.ค.ปีนี้ ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงสายสัมพันธ์อันเข้มแข็งระหว่างไทยกับลาว สื่อของทางการกล่าว