เปิดสัญญาลาว-ไทยไฟฟ้าน้ำเทิน 2 ใครเบี้ยวเจ็บหนัก

ผู้จัดการ 24 พฤศจิกายน 2549

กรุงเทพฯ – ได้มีการเปิดเผยเนื้อหาบางตอนของสัญญาการซื้อ-ขายไฟฟ้าที่ผลิตจากเขื่อนน้ำเทิน 2 ระหว่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตของไทย กับบริษัทไฟฟ้าน้ำเทิน 2 หรือ NTPD (Nam Theun 2 Power Co) ซึ่งพบว่า หากคู่สัญญาไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงจะมีโทษปรับที่สูงยิ่ง
      
       นายผะลิม ดาลาวง เจ้าหน้าที่อาวุโสบริษัทไฟฟ้าน้ำเทิน 2 เปิดเผยว่า จะมีการส่งไฟฟ้าเข้าสู่ระบบไฟฟ้าของไทย 5,600 กิกกะวัตต์ต่อชั่วโมงต่อปี (GWh) ที่เหลืออีกราว 300 กิกะวัตต์ชั่วโมงต่อปีจะใช้ในประเทศ
      
       ถ้าหากบริษัทไฟฟ้าน้ำเทิน 2 ไม่สามารถ ส่งไฟฟ้าให้แก่ประเทศไทยได้ตามกำหนดในปี 2552 บริษัทก็จะต้องเสียค่าปรับเป็นจำนวนเงิน 750,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี และ ถ้าหากฝ่ายไทยเปลี่ยนใจไม่ซื้อไฟจากบริษัท หรือจะด้วยสาเหตุใดๆ ก็ดี ไทยจะต้องเสียค่าปรับคิดเป็นมูลค่ารวม 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ราว 57,000 ล้านบาท
      
       การก่อสร้างโครงการเขื่อนไฟฟ้าน้ำเทิน 2 ได้เริ่มมาตั้งแต่เดือน พ.ค. 2548 และจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในปี 2553 ซึ่งปัจจุบันคืบหน้าไปแล้วกว่า 40% เจ้าหน้าที่ของบริษัทยืนยันว่าจะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อส่งออกมายังประเทศไทยได้ตามเวลาที่กำหนด
      
       ปัจจุบันฝ่ายไทยกำลังดำเนินการติดตั้งสายส่งขนาด 500 กิโลโวลต์จากสถานีไฟฟ้าใน จ.ร้อยเอ็ด ผ่านไปทาง จ.มุกดาหาร เชื่อมโยงเข้าไปยังแขวงสะหวันนะเขตในฝั่งลาว
      
       นายผะลิม กล่าวอีกว่าการก่อสร้างเขื่อนน้ำเทิน 2 กำลังรุดหน้าไปได้ด้วยดี ถึงแม้ว่าในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมาทำให้การดำเนินการไปได้อย่างยากลำบากทำให้การก่อสร้างล่าช้าไปบ้างก็ตาม แต่ทางรัฐบาลลาวก็คอยอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่
      
       ปัจจุบันมีพนักงานรวมกว่า 7,500 คน ซึ่งกว่า 80% เป็นแรงงานชาวลาว และ ที่เหลืออีกประมาณ 20% เป็นพนักงานชาวต่างชาติที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ก่อสร้างเขตที่ราบสูงนากาย ในเขตเมืองคำเกิด แขวงคำม่วน
      
       รัฐบาลลาวภายใต้การดำเนินงานของบริษัทไฟฟ้าน้ำเทิน 2 กำลังเร่งโยกย้ายหมู่บ้าน และอพยพประชาชนที่จะได้รับผลกระทบ โดยได้จัดหาที่พักอาศัย ตั้งถิ่นฐานใหม่โดยเฉพาะในพื้นที่ 16 หมู่บ้านที่อาศัยอยู่ในเขตอ่างเก็บน้ำ รวมเป็นจำนวนประชากรราว 5,000 คน
      
       ในสัปดาห์ต้นเดือน พ.ย.นี้ฝ่ายลาวและฝ่ายไทย ได้หารือเกี่ยวกับการซื้อกระแสไฟฟ้าจากลาวอีก 3,000-5,000 เมกะวัตต์ต่อปีในช่วงปีข้างหน้า
      
       สปป.ลาว จะผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากขึ้นในระหว่างปี 2552-2555 เมื่อเขื่อนน้ำเทิน 1 และ 2 เขื่อนน้ำงึม 1 และ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนจากถ่านหินหงสาลิกไนต์ เริ่มการผลิตได้
      
       บริษัทไฟฟ้าฝรั่งเศส (Electricite du France Internationale) ถือหุ้น 35% ในบริษัทไฟฟ้าน้ำเทิน 2 อีก 25% ถือโดยรัฐบาลลาว ส่วนที่เหลืออีก 25% ถือโดย บมจ.ผลิตไฟฟ้าของไทย กับอีก 15% เป็นของ บมจ.อิตาเลี่ยนไทยดีเวลลอปเมนต์ จากไทยเช่นเดียวกัน
      
       เขื่อนน้ำเทิน 2 เป็นเขื่อนผลิตไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในลาวมีกำลังติดตั้งขนาด 1,200 เมกะวัตต์ ด้วยเงินลงทุนราว 1,400 ล้านดอลลาร์.