ทส.-นักวิชาการอัด'อุโมงค์ผันน้ำ' ทำได้แต่ไม่คุ้มทุน-เปิดช่องทุจริต

กรุงเทพธุรกิจ 4 กุมภาพันธ์ 2551

รองปลัดทส.ระบุผันน้ำโขงผ่านอุโมงค์ใช้เพื่อการชลประทาน มีความเป็นไปได้ทางวิศวกรรม แต่อาจมีปัญหาไม่คุ้มทุน นักวิชาการอัดมองปัญหาไม่ตรงจุด อีสานไม่ขาดน้ำแต่จัดการแย่ หวั่นโครงการเปิดช่องทุจริตมโหฬาร

รองปลัดกระทรวงทรัพยากรฯระบุต้องมีการประเมินนโยบายของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี  สร้างระบบขนส่งน้ำจากแม่น้ำโขง เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ภาคอีสาน 19  จังหวัดโดยใช้วิธีการขุดอุโมงค์ส่งน้ำด้วยระบบ “ไฮโดรชิล” ขนานไป ตามถนนมิตรภาพ

"โครงการขุดอุโมงค์ส่งน้ำด้วยระบบไฮโดรชิลนั้น ยังไม่ได้เตรียมศึกษามาก่อน แต่เข้าใจว่าน่าจะเป็นส่วนต่อขยายของโครงการโขง-ชี-มูล เพียงแต่เปลี่ยนจากระบบท่อ มาเป็นการขุดอุโมงค์ใต้ดินแทน  เนื่องจากพื้นที่อีสานมีปัญหาดินเค็มแพร่กระจาย" นายศิริพงศ์  หังสพฤกษ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ซึ่งดูแลด้านทรัพยากรน้ำ กล่าว

เขาระบุว่าทางอิสราเอลเคยเข้ามานำเสนอโครงการแบบนี้กับทาง ทส.หลายครั้ง  โดยล่าสุดในสมัย นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีต รมว.ทส.ก็ เคยมีการเชิญไปดูงานโครงการนี้ที่อิสราเอล แต่ก็ยังไม่ได้ไป

“ในทางทฤษฎี และวิศวกรรมมีความเป็นไปได้ แต่ในแง่ของความคุ้มทุนอาจเป็นปัจจัยสำคัญ รวมทั้งภูมิประเทศ  และด้านสิ่งแวดล้อมของไทย   ซึ่งข้อดีของการทำอุโมงค์ส่งน้ำ คือสามารถลดผลกระทบของการแพร่ กระจายของดินเค็มในภาคอีสาน และป้องกัน การรั่วไหลของน้ำ และไม่ต้องเสียพื้นในการเวนคืนที่ดิน ซึ่งกรณีที่ของอิสเราเอลนั้น เป็นพื้นที่ที่ไม่มีน้ำ ต้องขุดอุโมงค์ขนส่งน้ำมาจาก จอร์แดนมาทางตอนใต้ของประเทศ และจะมีการปรับเปลี่ยนระบบการเพาะปลูกพืชให้เหมาะสมกับระบบด้วย เพื่อให้คุ้มค่าและให้ผลตอบแทนสูงต่อการลง ทุน แต่ยังไม่มีตัวเลขที่ชัดเจน จะหารายละเอียดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม สำหรับโครงการภายใต้แผนวาระน้ำแห่ง ชาติ ของ ทส. ที่ผ่านมาจะเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ และความเหมาะสมของพื้นที่เป็นหลัก โดยจะทำโครงการแบบผสมผสานเพื่อให้ ครอบคลุม และเกิดประโยชน์กับประชาชนที่ใช้น้ำ”  นายศิริพงศ์ กล่าว

ด้าน ผศ.ดร.ยรรยงค์ อินม่วง  คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์   มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า ไม่เข้าใจว่าทำไม รัฐบาลจึงคิดที่จะผันน้ำข้ามประเทศ เพราะทำไปก็ไม่คุ้มทุน และโอกาสจะขาดทุนตลอดเกิดการทุจริตระหว่างการประมูล การก่อสร้างต่างๆ มีมากด้วย

“ความจริงแล้วภาคอีสานเราไม่ได้ขาดน้ำ แต่เรามีปัญหาเรื่องการบริหารจัดการน้ำมากกว่า จะแก้ปัญหาเรื่องน้ำในอีสานต้องมาแก้ระบบจัดการน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการเพิ่มน้ำในแหล่งน้ำต้นทุน และเรื่องการสร้างคลองซอย ที่จะต่อน้ำจากแหล่งน้ำต้นทุนไป ยังพื้นที่การเกษตร แต่นี่ไม่เห็นมีใครพูดกันถึงเรื่องคลองซอย ซึ่งสำคัญมาก สมมุติว่าเราดูดน้ำจากแม่น้ำโขงมาได้แล้ว และเราไม่มีคลองซอย ถามว่าจะได้ประโยชน์อะไร ทำเรื่องการจัดการน้ำในประเทศ ทำเรื่องที่เราทำได้โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนมากมายนักก่อนดีกว่า ที่จะทำเรื่องใหญ่ๆอย่างนั้น ได้ผลดีกว่าด้วย” นักวิชาการ ระบุ

ส่วนนายหาญณรงค์   เยาวเลิศ  สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า  ตอนหาเสียง พรรคพลังประชาชน ไม่เคยพูด เรื่องนี้เลย แม้กระทั่งส.ส.ในพื้นที่ก็ไม่มีใครเคยพูดเรื่องนี้กัน กระทั่ง รัฐบาลชุดเก่าก็ไม่ได้ทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เหมือนกัน จึงค่อนข้าง แปลกว่าเมื่อนายสมัคร เป็นนายกรัฐมนตรี แล้วคิดจะทำโครงการนี้ อย่างไรก็ตาม  ก่อนหน้านี้เคยมีการพูดถึงเรื่องการผันน้ำจากแม่น้ำโขงนำน้ำมาใช้ในพื้นที่เกษตร กรรมภาคอีสานเหมือนกัน โดยจะดูดน้ำจากแม่น้ำโขง จำนวน 3,500 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี แต่ปรากฏว่า ภาคอีสานไม่มีทั้งอ่างเก็บน้ำ และแหล่งน้ำธรรมชาติ ที่สามารถรองรับปริมาณน้ำมากขนาดนี้ไว้ได้ โครงการจึงล้มเลิกไป กระทั่งนายสมัคร มาคิดจะทำโครงการแบบเดิมอีก

“ วิธีการคิดแบบนี้ แสดงให้เห็นว่าผู้คิดไม่เข้าใจเรื่องระบบนิเวศในประเทศไทยเลย เพราะภาคอีสานกับประเทศอิสราเอลนั้น ระบบนิเวศคนละเรื่องกัน อิสราเอล เป็นพื้นที่ ที่ขาดน้ำ 100% จึงต้องทำน้ำระบบท่อต่อน้ำจากพื้นที่อื่นๆมาใช้ แต่ภาคอีสานของประเทศ ไทยนั้น เป็นพื้นที่ ที่ขาดน้ำอยู่เพียง 20-30% เท่านั้น ในฤดูฝนยังสามารถทำนาปีได้ แต่ไม่มีน้ำพอที่จะทำนาปรัง ซึ่งพื้นที่อีสานก็ไม่ เหมาะจะทำนาปรังอยู่แล้ว” นายหาญณรงค์ กล่าวและว่าการผันน้ำจากแม่น้ำโขงมาใช้เป็นเรื่องใหญ่ ไม่ใช่คิดจะทำวันเดียวก็ทำได้เลย ต้องศึกษาและต้องถามประชาชนในพื้นที่ก่อน