รัฐบาลเตรียมผันงบฯ 3 แสนล้าน ขุดอุโมงค์ผันน้ำโขง

โพสต์ทูเดย์ 20 มิถุนายน 2551

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เป็นองค์ปาฐกถาบรรยายพิเศษเรื่อง “แนวนโยบายในการจัดการทรัพยากรน้ำในประเทศไทย” โดยกล่าวว่าในฐานะหัวหน้ารัฐบาลได้รับรู้ถึงปัญหาวิกฤตการณ์น้ำที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต่างๆ และเห็นว่า การสร้างเขื่อนเพิ่มขึ้นมีความจำเป็น เพื่อรองรับพื้นที่การเกษตรและผลิตกระแสไฟฟ้า

นายสมัคร กล่าวว่า อีก 2 วัน จะไปประเทศลาวเพื่อดูงานที่เขื่อนน้ำงึม ตลอดจนโครงการก่อสร้างเขื่อนน้ำงึม 2 และ 3 เนื่องจากมีโครงการจะต่อเชื่อมน้ำทางอุโมงค์มาใช้ในพื้นที่ภาคอีสานของไทย โดยทำอุโมงค์ลัดปลายน้ำที่เขาจะทิ้งลงแม่น้ำโขง

ทั้งหมดนี้ ระบบชลประทานที่ จะทำขึ้นมา เพราะเห็นว่าภาคอีสานเป็นพื้นที่เพาะปลูกโครงการทั้งหมดที่จะเริ่มต้นนี้ 3 แสนล้านบาท โดยจะพัฒนาขุดลอก คู คลอง บึง วัง ต่างๆ ก่อน ส่วนโครงการใหญ่ๆ จะเริ่มใน 2-3 ปีนี้

“เราจะวางท่อลอดใต้แม่น้ำโขงและโผล่ขึ้นที่ประเทศไทย เป็นแบบกาลักน้ำ และในวันที่ 30 มิ.ย. จะเดินทางไปจีนเพื่อไปเจรจาเรื่องการ สร้างโครงการนี้ โดยจีนต้องส่งมาอย่างน้อย 3 บริษัท ส่วนจะลงทุนอะไรก็เป็นเรื่องของจีน และจะมีการ สร้างอุโมงค์ยาว 80 กิโลเมตรจากท้องน้ำเลย เพื่อปล่อยมาที่เขื่อนอุบลรัตน์ ซึ่งสามารถเติมน้ำให้แม่น้ำพองและแม่น้ำชีได้” นายสมัคร กล่าว

นายกฯ กล่าวอีกว่า ยืนยันรัฐบาลจะสนับสนุนโครงการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น เพราะมีประโยชน์สามารถกักเก็บน้ำได้ 1,200 ล้านลูกบาศก์เมตร และพื้นที่ลุ่มตรงนั้น จะได้ประโยชน์ด้วย ฝ่ายที่ค้านไม่ให้สร้างไม่มีเหตุผล

นอกจากนี้ ได้มีการตกลงสร้างเขื่อนไฮโดรกับลาวไว้แล้ว โดยจะทำที่ จ.อุบลราชธานี โดยได้ตกลงและเซ็นสัญญาและจ้างบริษัทออกแบบแล้ว ทั้งนี้ จะมีพิจารณาการสร้างฝายแม้วที่แม่น้ำยมด้วย เพราะ 30 ปีมาแล้ว ไม่สามารถสร้างได้น้ำท่วมมาตลอด เพราะเอ็นจีโอไม่ให้สร้างรวมถึงทำให้น้ำแล้งด้วย

“หากมีการสร้างเขื่อน หรือฝายประเภทนี้ขึ้นมาจะเป็นประโยชน์ต่อการเพาะปลูกมาก นอกจากนี้ ต้องการวางท่อน้ำจากแม่น้ำโขงยาว 29 กิโลเมตร เพื่อผันน้ำเข้าพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยจะสร้างถนนอย่างดีให้ลาวเพื่อแลกกับการเช่าที่วางท่อน้ำตามที่ได้ตกลงกันไว้” นายสมัคร กล่าว

ด้านนายหาญณรงค์ เยาวเลิศ สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลจะเร่งสรุปเดินหน้าโครง การใดๆ ในเวลานี้เนื่องจากรัฐบาล นี้ ไม่ได้รับความไว้วางใจให้ใช้จ่ายงบประมาณจำนวนมาก

อีกทั้งขอตั้งคำถามว่า ทำไมจะต้องมีการโยงโครงการนี้กับบริษัท ในจีน ไม่ทราบว่าได้รับนโยบายมาจากใครหรือไม่ เพราะไม่เคยมีรายงานวิชาการใดจะบ่งบอกว่า จีนเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโครงการ ชลประทานมาก่อน ซึ่งอาจขัดรัฐธรรมนูญด้วย