กฟผ.ปั่นตัวเลขพยากรณ์ไฟฟ้าพุ่ง แฉหวังงบลงทุนเพิ่มทั้งที่3การไฟฟ้าระบุปริมาณใช้ไฟลด

ประชาชาติธุรกิจ 5 มกราคม 2552

กฟผ.เสนอตัวเลขค่าพยากรณ์ ความต้องการใช้ไฟฟ้าใหม่แบบ "สวนทาง" เศรษฐกิจย่ำแย่ สนพ.ชี้ความต้องการใช้ไฟฟ้าลด แต่กลับประเมินตัวเลขไว้สูงกว่า ค่าพยากรณ์เดิมของคณะทำงานจัดทำค่าพยากรณ์ เชื่อหวังงบลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าใหม่เพิ่ม

ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา ทั้งกระทรวงพลังงาน และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ต่างออกมายอมรับว่า ขณะนี้ความต้องการใช้ไฟฟ้าลดลง ตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และทำให้ ปริมาณสำรองไฟฟ้า (reserve margin) อยู่ในระดับสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด ไว้เพียง 15% และคาดว่าตลอดทั้งปีสำรองไฟฟ้าสูงถึง 30% ฉะนั้นจึงต้องดำเนิน การปรับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า ของประเทศ หรือ PDP 2007 (power development plan 2007) ใหม่อีกครั้ง ด้วยการปรับตัวเลขค่าพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าใหม่ทั้งหมด

แหล่งข่าวจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ในการประชุมคณะกรรมการ เพื่อพิจารณาปรับปรุงแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2551 (ถือเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 1 เดือน) ทาง กฟผ. ได้เสนอตัวเลข ค่าพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพื่อ นำไปวางแผน PDP ระยะเวลา 15 ปี (2550-2564) ฉบับใหม่ "สูงกว่า" ตัวเลขของคณะทำงานจัดทำค่าพยากรณ์ความต้องการ ใช้ไฟฟ้าที่ระบุว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าใน ปี 2552 อยู่ที่เพียง 22,928 เมกะวัตต์เท่านั้น หรือการ ใช้ไฟเพิ่มขึ้นเพียง 4.14% เท่านั้น

ส่วนค่าพยากรณ์ในปีสุดท้ายคือปี 2564 ระบุมีความต้องการใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ 44,281 เมกะวัตต์ สูงกว่าพยากรณ์ของคณะทำงานจัดทำ ค่าพยากรณ์ ถึง 2,670 เมกะวัตต์ ซึ่งถือว่าสูงกว่าตัวเลขของการประชุมทั้ง 2 ครั้งที่ ผ่านมาคือการประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ระบุความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (กรณีฐาน) อยู่ที่ 38,444 เมกะวัตต์ ครั้งถัดมาคือวันที่ 8 ธันวาคม ระบุความต้องการใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ 41,802 เมกะวัตต์

ฉะนั้นเท่ากับว่า ค่าพยากรณ์ดังกล่าว "สวนทาง" กับข้อเท็จจริงที่กระทรวงพลังงาน โดยนายพรชัย รุจิประภา ปลัดกระทรวงพลังงาน ออกมายอมรับก่อน หน้านี้ว่า ภาพรวมของเศรษฐกิจจะชะลอตัว ส่งผลให้ความต้องการใช้ลดลง