จีนสั่งหดโครงการเขื่อนกั้นแม่น้ำนู่เจียง หวังลดการทำลายสิ่งแวดล้อมมรดกโลก

ผู้จัดการ 15 มกราคม 2549

นิวยอร์กไทม์ส 13/01/06 – ทางการจีนสั่งลดจำนวนโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำบนแม่น้ำนู่เจียง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ เหลือเพียง 4 แห่ง จากเดิมที่วางแผนไว้ 13 แห่ง เพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และลดจำนวนประชาชนที่ต้องอพยพออกจากพื้นที่
      
หนังสือพิมพ์ฮ่องกง เหวินฮุ่ยเป้า ซึ่งมีสายสัมพันธ์กับพรรคคอมมิวนิสต์จีน รายงานเมื่อเร็วๆ นี้ว่า สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมแห่งชาติจีน ได้ทบทวนโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำ 13 แห่งบนแม่น้ำนู่เจียง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน โดยอนุมัติให้สร้างเพียง 4 แห่งเท่านั้น

สื่อฮ่องกงอ้างแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดระบุว่า การลดจำนวนของเขื่อนผลิตไฟฟ้าดังกล่าว “เพื่อให้เหมาะสมกับความจำเป็นในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และเพื่อเป็นการปกป้องสิ่งแวดล้อม รวมทั้งลดจำนวนของประชาชนที่ต้องอพยพออกจากพื้นที่ก่อสร้าง”
      
อย่างไรก็ตาม โครงการก่อสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังงานทั้ง 4 แห่งดังกล่าวต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูป (เอ็นดีอาร์ซี) และคณะรัฐมนตรีจีนเป็นกระบวนการสุดท้าย
      
การที่ทางการจีนตัดสินใจลดจำนวนของเขื่อนที่จะสร้างขวางแม่น้ำนู่เจียงลง ดูเหมือนจะเป็นชัยชนะของนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม นักวิชาการ และองค์กรอิสระต่างๆ ที่พยายามต่อต้านโครงการดังกล่าว แต่หลายฝ่ายยังกังวลว่า การอนุมัติสร้างเขื่อน 4 แห่งนี้ เป็นแค่จุดเริ่มต้นของการก่อสร้างทั้งโครงการเท่านั้น
      
ทั้งนี้ นิวยอร์กไทม์สกล่าวว่า โครงการก่อสร้างเขื่อน 13 แห่งกั้นแม่น้ำนู่เจียง จะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากกว่าเขื่อนซันเสีย ในมณฑลหูเป่ย ซึ่งในขณะนี้เป็นโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำที่ใหญ่ที่สุดของโลก คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2009 มีกำลังการผลิตสูงสุด 18.2 ล้านกิโลวัตต์ เพื่อการก่อสร้างเขื่อนซันเสีย รัฐบาลจีนต้องอพยพประชาชนทั้งหมด 1,131,800 คน ออกจากพื้นที่
      
อย่างไรก็ตาม นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม องค์กรอิสระ ตลอดจนสื่อทั้งในและนอกประเทศ ได้เรียกร้องให้รัฐบาลมังกรเปิดเผยการตัดสินใจว่าจะดำเนินการก่อสร้างทั้งโครงการหรือไม่ รวมทั้งรายงานเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว และการทำประชาพิจารณ์ โดยอ้างกฎหมายสิ่งแวดล้อมปี 2003 ที่อนุญาตให้สาธารณชนมีส่วนร่วม เช่น การทำประชาพิจารณ์ในการตัดสินใจโครงการใหญ่ๆ เช่นนี้
      
ด้านรัฐบาลมังกรปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายงาน และปฏิเสธการทำประชาพิจารณ์ โดยเหวินฮุ่ยเป้าระบุว่า รัฐมนตรีทรัพยากรน้ำได้จัดระดับรายงานของโครงการดังกล่าวเป็นระดับความลับของรัฐ โดยอ้างกฎหมายที่ปกป้องการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับโครงการบนล้ำน้ำระหว่างประเทศ
      
ทั้งนี้  หลายทศวรรษที่ผ่านมารัฐบาลกลางจีนได้มีดำริจัดตั้งโครงการก่อสร้างเขื่อนขนาดใหญ่หลายโครงการ รวมถึงโครงการเขื่อนบนลำน้ำนู่เจียงนี้เช่นกัน   ทั้งนี้การอนุมัติโครงการดังกล่าวยืดเยื้อมาปีกว่าเนื่องมาจากมีเสียงคัดค้านจากกลุ่มทำงานด้านสิ่งแวดล้อมของจีน ที่เรียกร้องให้มีการทำประชาพิจารณ์และเปิดเผยรายงานลับโครงการดังกล่าวก่อนที่จะมีการตัดสินใจครั้งสุดท้าย
      
ในขณะที่เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สรายงานว่า ชาวบ้านในหมู่บ้านเสี่ยวซาบา หมู่บ้านเล็กๆที่ตั้งอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำนู่เจียง เล่าว่า มีทีมสำรวจกลุ่มหนึ่งเดินทางเข้ามาในหมู่บ้านและเข้าตรวจสอบทรัพย์สินและพื้นที่ในหมู่บ้าน  ทั้งยังมีการประกาศจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นว่า จะเริ่มอพยพชาวบ้านไปอยู่ที่ถิ่นที่อยู่ใหม่ในช่วงวันตรุษจีนที่จะถึงนี้ (29 ม.ค.)โดยการอพยพจะสิ้นสุดภายในต้นเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้  ทั้งๆที่ขณะนั้นยังไม่มีการอนุมัติโครงการออกมาอย่างเป็นทางการ
      
นู่เจียง มีความหมายในภาษาไทยว่า แม่น้ำพิโรธ นับเป็นแม่น้ำสากลสายสำคัญอีกเส้นหนึ่ง ที่มีจุดกำเนิดจากเทือกเขาสูงทางตอนเหนือของเขตปกครองตนเองทิเบต และไหลเข้าสู่ดินแดนที่เต็มไปด้วยภูเขาในมณฑลหยุนหนัน จากนั้นไหลลงทางใต้ผ่านเข้าประเทศพม่าที่รู้จักกันในนามว่าแม่น้ำสาละวิน ซึ่งไหลออกสู่ทะเลอันดามันที่เมืองมะละแหม่ง 
      
บริเวณแม่น้ำสายนี้นอกจากเป็นที่อาศัยของชาวเขาที่เป็นชนส่วนน้อยเผ่าต่างๆกว่า 50,000 คนแล้ว  ยังเป็นแหล่งของพืชไม้นานาพรรณกว่า 7,000 ชนิด และถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าหายากและสัตว์น้ำที่ใกล้จะสูญพันธุ์ถึง 80 สายพันธุ์  ซึ่งทางองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) เคยกล่าวว่า  "พื้นที่บริเวณแม่น้ำนู่เจียงนับเป็นแหล่งชีววิทยาที่หลากหลายที่สุดของระบบนิเวศแถบอบอุ่นในโลก"