อีก 2 ปีพม่าผลิตไฟฟ้าจากเขื่อนเพิ่มเท่าตัว

ผู้จัดการ 21 พฤศจิกายน 2549

 

กรุงเทพฯ - ภายในปี 2552 หรืออีกเพียง 2 ปีข้างหน้า การก่อสร้างเขื่อนไฟฟ้าขนาดใหญ่น้อยหลายแห่งจะเสร็จสมบูรณ์และสามารถเดินเครื่องได้ คาดว่าจะสามารถเพิ่มกระแสไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศขึ้นกว่าสองเท่าตัวจาก 1,667 เมกะวัตต์ในปัจจุบันเป็น 4,000 เมกะวัตต์
              ในบรรดาเขื่อนไฟฟ้าที่มีกำหนดจะแล้วเสร็จในปี 2552 นั้นรวมถึงเขื่อนเยวา (Yeywa) ที่จะมีกำลังการผลิต 790 เมกกะวัตต์ ในเมืองจ๊อกเซ (Kyaukse) เขตมัณฑะเลย์ กับ เขื่อนฉ่วยลี่ (Shweli) กำลังผลิต 600 เมกกะวัตต์ ในเขตเมืองน้ำคำ (Namhkam) ของรัฐชาน ด้วย
              กระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้ในพม่าปัจจุบัน ได้จากเขื่อนพลังน้ำ 38.5% จากกังหันก๊าซ 48.44% จากพลังงานความร้อนถ่านหิน 12.5% และจากเครื่องจักรดีเซลอีก 0.5%
              ก่อนหน้านี้ทางการพม่าได้ประกาศนโยบายที่จะเปลี่ยนการผลิตไฟฟ้าจากการใช้กังหันก๊าซ และนำมัน ไปเป็นการผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำทั้งหมดในระยะ 15-20 ปีข้างหน้า
              รัฐบาลได้สั่งการให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องก่อสร้างเพิ่มเติมหรือดัดแปลงเขื่อนชลประทานที่มีอยู่หลายสิบแห่งทั่วประเทศในขณะนี้ ให้เป็นเขื่อนอเนกประสงค์สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ พร้อมทั้งสั่งการให้กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งผลิตเครื่องปั่นไป เพื่อนำไฟติดตั้งเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำขาดเล็กที่อีกจำนวนมากที่จะผุดขึ้นตามแห่งต่างๆ ทั่วประเทศ
              ภายในปี 2573 รัฐบาลคาดว่ากระแสไฟฟ้าของประเทศจะได้จากเขื่อนทั้งหมด 100% โดยรัฐบาลมีแผนที่จะก่อสร้างเขื่อนไฟฟ้าอีก 24 แห่ง ในปีที่จะมาถึงนี้ ในศักยภาพการผลิตที่แตกต่างกันตั้งแต่ 48 ถึงกว่า 7,000 เมกกะวัตต์ เพื่อใช้ภายในประเทศ และ ส่งจำหน่ายให้กับประเทศเพื่อนบ้าน
              เจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงานไฟฟ้า 1 ของพม่ากล่าวว่า กรมเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ (Department of Hydroelectric Power- DHP) กำลังดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ของการก่อสร้างเขื่อนไฟฟ้าขนาดใหญ่อีกแห่งหนึ่งในเขตรัฐยะไข่ ชายฝั่งทะเลอันดามันทางภาคตะวันตกของประเทศ
              การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (Electricity Generating Authority of Thailand - EGAT) กำลังดำเนินโครงการก่อสร้างเขื่อนฮัตจี (Hutgyi) ในรัฐกะเหรี่ยง ที่มีมูลค่าการลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยปริมาณ 60% ของกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้จะส่งขายให้ไทย
              ในปลายเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ทางการจีนได้ออกคำแถลงระบุว่า บริษัทไชนาซิโนไฮโดร (China Sinohydro Corp) ของทางการจีนจะเข้าร่วมลงทุนกับฝ่ายไทยด้วยในโครงการเขื่อนขนาดใหญ่แห่งนี้ด้วย
              เขื่อนฮัตจีจะมีกำลังการผลิต 600 เมกะวัตต์ จะเป็นเขื่อนแห่งแรกที่กั้นแม่น้ำสาละวิน (Thanlwin River) ความยาวกว่า 2,800 กม. เป็นแม่น้ำที่มีทางน้ำไหลยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยที่ยังไม่มีการสร้างเขื่อนใดๆ กั้นมาก่อน
              ในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา กลุ่มบริษัทเอ็มดีเอ็กซ์ (MDX Group) จากไทย และรัฐบาลพม่าได้ทำข้อตกลงโครงการก่อสร้างเขื่อนท่าสาง (Ta Sang) มูลค่า 6 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 240,000 ล้านบาท) กั้นแม่น้ำสาละวินทางตอนเหนือในพม่า
              ตามแผนการนั้น 85% ของไฟฟ้าที่ผลิตจากเขื่อนนี้จะส่งจำหน่ายให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตของไทย คาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จในปี 2555 ด้วยกำลังการติดตั้งกว่า 7,110 เมกกะวัตต์
              กระทรวงพลังงานไฟฟ้าพม่าคาดว่า ภายในปี 2573 เขื่อนทุกแห่งในประเทศจะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้ารวมกันได้ถึง 23,300 เมกกะวัตต์.