ผวาพม่าสร้างเขื่อนคนนับแสนทะลักริมแดน

ไทยโพสต์ 18 เมษายน 2550

ผวาพม่าสร้างเขื่อนสาละวินมูลค่ากว่า 2 แสนล้าน ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและธรรมชาติ ก่อให้เกิดการบังคับย้ายถิ่นฐานจากรัฐบาลทหารพม่าครั้งใหญ่ ทำให้มีผู้อพยพนับแสนทะลักเข้าไทยตามชายแดน

แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงอิสระ KNU ซึ่งมีที่มั่นอยู่ริมชายแดนไทย-พม่า ด้าน อ.แม่สอด จ.ตาก เปิดเผยว่า ขณะนี้รัฐบาลพม่าได้เริ่มดำเนินการโครงการก่อสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำบนแม่น้ำสาละวินในรัฐฉาน  หรือที่ชาวไทยใหญ่เรียกว่า  "เขื่อนท่าซาง" อย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งมีตัวแทนบริษัท MDX ของไทย และตัวแทนระดับสูงของพม่าได้ร่วมกันวางศิลาฤกษ์ที่บริเวณจุดก่อสร้างไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ทหารพม่าได้เกณฑ์ราษฎรในเมืองปั่นและเมืองโต๋น ซึ่งเป็นเมืองอยู่ใกล้สถานที่ก่อสร้างเขื่อนมากที่สุดไปร่วมงานพิธีเปิดงานกว่า 400 คน และมีการบังคับให้ราษฎรส่วนหนึ่งย้ายถิ่นฐานออกไปให้พ้นแนวบริเวณก่อสร้าง

ด้านแหล่งข่าวที่แนวชายแดนเปิดเผยว่า พื้นที่ก่อสร้างเขื่อนสาละวินหรือเขื่อนท่าซาง ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกของรัฐฉาน และอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองโต๋น ห่างจากชายแดนไทยด้านตรงข้ามอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ประมาณ 80 ก.ม. โดยเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จเขื่อนแห่งนี้จะเป็นเขื่อนที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  โดยมีความกว้าง 868 เมตร และสูง 228 เมตร ใช้งบประมาณในการก่อสร้างรวมกว่า 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  หรือราว  228,000 ล้านบาท มีกำลังติดตั้งรวม 7,110 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะสามารถผลิตไฟฟ้าได้  35,446 ล้านกิโลวัตต์ต่อปี ใช้เวลาในการก่อสร้างทั้งสิ้น 15 ปี

ทั้งนี้ บริษัท MDX ของไทยได้เข้าไปสำรวจศึกษาความเป็นไปได้ในโครงการเขื่อนแห่งนี้มานานนับสิบปี การสำรวจพื้นที่ครั้งสุดท้ายมีขึ้นในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2540 แล้วเสร็จเมื่อเดือน  มี.ค. 2541  ต่อมาในปี 2547 ทั้ง 2 ฝ่ายจึงเริ่มเตรียมงานทางด้านวิศวกรรม ซึ่งนอกจากเขื่อนท่าซางแล้ว ไทยกับพม่ายังมีข้อตกลงที่สร้างเขื่อนบนแม่น้ำสาละวินในรัฐกะเหรี่ยงอีก 3 แห่ง ได้แก่ เขื่อนฮัตจี เขื่อนแดกกวิน เขื่อนเว่ยจี อย่างไรก็ตาม โครงการก่อสร้างเขื่อนสาละวินทั้งหมดนี้กำลังได้รับการต่อต้านจากกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างหนัก โดยเครือข่ายองค์กรชาวบ้านจัดการทรัพยากรกลุ่มน้ำยวม เงา เมย สาละวิน มูลนิธิฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติโครงการแม่น้ำเพื่อชีวิตได้มีการรวมตัวกันเรียกร้องให้ยุติโครงการและให้รัฐบาลไทยเปิดเผยข้อมูลเรื่องการก่อสร้างทั้งหมด ขณะที่ประชาชนใน 19 เมืองใหญ่ทั่วโลกก็พากันคัดค้านถึงขั้นประท้วงหน้าสถานทูตไทย ขณะที่องค์กรไทยและนานาชาติรวม 232 องค์กร ร่วมกันลงชื่อถึงนายกรัฐมนตรีเรียกร้องให้ยุติโครงการนี้อีกด้วย

รายงานข่าวแจ้งว่า  กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนานาชาติก็ไม่เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว โดยระบุว่าโครงการก่อสร้างเขื่อนสาละวินจะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรและธรรมชาติสิ่งแวดล้อมอย่างกว้างขวาง เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่ นอกจากนี้โครงการก่อสร้างเขื่อนจะก่อให้เกิดการบังคับย้ายถิ่นฐานจากรัฐบาลทหารพม่าครั้งใหญ่  ซึ่งจะทำให้มีผู้อพยพเข้าไทยอีกนับหมื่นนับแสนคน.