เครือข่ายปกป้องสาละวินจี้ยกเลิกสร้างเขื่อนสาละวินในพม่า ชี้เหตุวางระเบิดทำ 1 คนงาน กฟผ.เสียชีวิต

ประชาไท 6 กันยายน 2550

5 ก.ย.50 - เครือข่ายปกป้องแม่น้ำสาละวิน (Salween Watch) ออกแถลงการณ์ กรณีระเบิดค่ายคนงาน กฟผ.ที่จุดสร้างเขื่อนฮัตจีในพม่า เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2550 เป็นเหตุให้พนักงาน กฟผ.เสียชีวิต 1 คน โดยระบุว่า เหตุการณ์น่าเศร้าครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากการดำเนินงานของ กฟผ.ที่ผ่านมาขาดความโปร่งใส ไม่มีการเปิดเผยข้อมูล และเพิกเฉยต่อเสียงเตือนของกลุ่มประชาสังคมในพื้นที่และนานาชาติที่เตือนว่าพม่ามีการสู้รบและละเมิดสิทธิมนุษยชนอยู่จนปัจจุบัน

นอกจากนี้เหตุการณ์ครั้งนี้จะนำไปสู่ข้ออ้างในการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ ซึ่งหมายถึงการเพิ่มกำลังทหารของรัฐบาลพม่า เครือข่ายปกป้องแม่น้ำสาละวินจึงเรียกร้องให้กฟผ.ยกเลิกโครงการพลังงานทั้งหมดในประเทศพม่า จนกว่าสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศพม่าจะเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ประชาชนมีสิทธิรับรู้ข้อมูล และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจอย่างเป็นอิสระ 

 

แถลงการณ์เครือข่ายปกป้องแม่น้ำสาละวิน (Salween Watch)

กรณีระเบิดค่ายคนงาน กฟผ.ที่จุดสร้างเขื่อนฮัตจีในพม่า

5 กันยายน 2550

 

สืบเนื่องจากเหตุการณ์ระเบิดค่ายพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2550 เป็นเหตุให้พนักงาน กฟผ.เสียชีวิต 1 คน เครือข่ายปกป้องแม่น้ำสาละวินขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และมีข้อห่วงใยและข้อเสนอดังนี้

1  เราขอยืนยันว่าเครือข่ายปกป้องแม่น้ำสาละวินไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา เหตุการณ์น่าเศร้าครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากการดำเนินงานของ กฟผ.ที่ผ่านมาขาดความโปร่งใส ไม่มีการเปิดเผยข้อมูล และเพิกเฉยต่อเสียงเตือนของกลุ่มประชาสังคมในพื้นที่และนานาชาติที่เคยระบุว่าสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศพม่าขาดเสถียรภาพ มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน นำไปสู่การสู้รบระหว่างกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์กับกองทัพพม่าเป็นเวลากว่า 5 ทศวรรษ และการสู้รบดังกล่าวยังคงดำเนินอยู่โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำสาละวิน

2  การลงทุนโครงการเขื่อนที่ผ่านมาไม่เคยคำนึงถึงความเสี่ยงและต้นทุนในพื้นที่ซึ่งมีการสู้รบและละเมิดสิทธิมนุษยชน เมื่อพิจารณาต้นทุนและความเสี่ยงเหล่านั้น จะพบว่าต้นทุนของเขื่อนบนแม่น้ำสาละวินในพม่าทั้ง 5 โครงการสูงเกินกว่าจะคุ้มทุน โดยเฉพาะเมื่อคำนึงถึงต้นทุนมนุษย์ซึ่งประเมินค่าไม่ได้ ทั้งชีวิตของพนักงานกฟผ. 2 คนที่เสียไปขณะสำรวจ และชีวิตของประชาชนในพื้นที่ซึ่งต้องพลัดที่นาคาที่อยู่ ถูกละเมิดสิทธิ และต้องอพยพเข้ามายังประเทศไทย ทำให้เกิดภาระด้านสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจ ต่อประเทศไทย  

3  โครงการเขื่อนในประเทศพม่าสร้างความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทย เนื่องจากโรงไฟฟ้าตั้งอยู่ในพื้นที่ซึ่งมีความอ่อนไหวทางการเมือง มีความขัดแย้งระหว่างกองกำลังหลายฝ่าย และมีโอกาสถูกโจมตีจากกองกำลังทุกฝ่ายอยู่ตลอดเวลา หากประเทศไทยพึ่งพาพลังงานจากโครงการเหล่านี้ จะนำมาซึ่งความเสี่ยงทางด้านพลังงานซึ่งไม่สามารถประเมินความเสียหายได้

4  เหตุการณ์ครั้งนี้จะนำไปสู่ข้ออ้างในการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ ซึ่งหมายถึงการเพิ่มกำลังทหารของรัฐบาลพม่า ดังเช่นการเพิ่มขึ้นของทหารพม่าในรัฐกะเหรี่ยงอย่างน้อย 50 กองพัน ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา นำไปสู่การเพิ่มขึ้นของผู้พลัดถิ่นภายในทางชายแดนตะวันออกของพม่าที่มีกว่า 5 แสนคน 

5  เหตุการณ์ครั้งนี้ควรเป็นอุทาหรณ์แก่ กฟผ. ให้ดำเนินงานด้วยความโปร่งใสมากขึ้น และรับฟังเสียงสะท้อนจากภาคส่วนต่างๆ เพื่อประเมินความเป็นไปได้ของโครงการอย่างรอบด้าน ครอบคลุมต้นทุนและความเสี่ยงทุกด้าน

เครือข่ายปกป้องแม่น้ำสาละวิน ขอเรียกร้องให้ กฟผ.ยกเลิกโครงการพลังงานทั้งหมดในประเทศพม่า จนกว่าสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศพม่าจะเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ประชาชนมีสิทธิรับรู้ข้อมูล และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจอย่างเป็นอิสระ