"สาละวิน"แม่น้ำและชีวิต ในกระแสเปลี่ยนแปลง

ข่าวสด 30 มีนาคม 2551

ฉันทพัฒน์ สิงห์ประเสริฐ

จากต้นกำเนิดในประเทศจีน ไหลทอดผ่านลงใต้ "แม่น้ำสาละวิน" ถือเป็นสายน้ำแห่งชาติพันธุ์ ที่คอยทำหน้าที่กั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทยและพม่า ยังเปรียบเสมือนเป็นเส้นเลือดคอยหล่อเลี้ยงชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมลุ่มน้ำทั้ง 2 ฟากฝั่งมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

แต่ด้วยเหตุผลบางประการ ทำให้รัฐบาลไทยและพม่ามีข้อตกลงร่วมกันในโครงการสร้างเขื่อนบนแม่น้ำสาละวิน เพื่อใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมาในด้านต่างๆ

มูลนิธิฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ ชมรมผู้สื่อข่าวสิ่งแวดล้อม และประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณลุ่มน้ำสาละวิน ร่วมกันศึกษาและค้นคว้าวิจัยถึงความเป็นมาและระบบนิเวศของสายน้ำแห่งนี้ เพื่อสะท้อนให้ผู้มีอำนาจทุกฝ่ายได้เห็นถึงคุณค่าและคุณประโยชน์ ซึ่งคู่ควรแห่งการอนุรักษ์ไว้

โดยรวบรวมข้อมูลและผลการวิจัย ทั้งจากนักวิชาการและชาวบ้านในพื้นที่ ออกเป็นหนังสือ "สาละวิน บันทึกแม่น้ำและชีวิต ในกระแสการเปลี่ยนแปลง" เพื่อให้สังคมเล็งเห็นถึงคุณค่า และร่วมอนุรักษ์สายธารแห่งชาติพันธุ์นี้ไว้

ในหนังสือได้รวบรวมข้อมูลไว้อย่างรอบด้าน เริ่มตั้งแต่ ระบบนิเวศ ความอุดมสมบูรณ์ของลุ่มน้ำ วิถีชีวิต วัฒนธรรม ความเชื่อของชุมชนลุ่มน้ำสาละวิน

สภาพหมู่บ้าน อาชีพของ พืชสมุนไพร สัตว์น้ำ นก สัตว์ป่า รวมไปถึงคุณค่าทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์ของลำน้ำตั้งแต่อดีตกาล ผลการวิจัยและนานาทัศนะจากนักวิชาการสาขาต่างๆ นักสิทธิมนุษยชน องค์กรพัฒนาเอกชน และปราชญ์ชาวบ้าน

โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างเขื่อน ที่จะส่งผลกระทบและสร้างหายนะแก่ลำน้ำสายนี้

นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ผู้เขียนคำนิยมในหนังสือเล่มนี้ ให้ความเห็นว่า หนังสือเล่มนี้ถือเป็นบูรณาการ และสัญลักษณ์ของนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เนื่องจากบริเวณ 2 ฟากฝั่งแม่น้ำสาละวิน เต็มไปด้วยประวัติ ศาสตร์ในยุคดึกดำบรรพ์ ถือเป็นเพชรของภูมิภาคนี้

จากการลงพื้นที่และพูดคุยกับทหาร ชาวบ้านทั้งไทยและพม่า ทำให้ทราบว่าส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการสร้างเขื่อนบนแม่น้ำสาละวิน เพราะจะทำให้เกิดความขัดแย้งและไม่มีความปลอดภัยในพื้นที่ นอกจากนี้หากเขื่อนเกิดขึ้น หมู่บ้านริมลุ่มน้ำทั้ง 18 แห่งต้องจมลงใต้น้ำ

รวมทั้งอาชีพประมงที่ชาวบ้านใช้หาเลี้ยงชีพมาเกือบทั้งชีวิตก็ต้องหายไปด้วย ส่วนผลกระทบด้านกว้างจะทำให้พื้นที่ทำมาหากินในจ.แม่ฮ่องสอนหายไปถึง 10-15 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งในช่วงฤดูฝนจะทำให้จ.แม่ฮ่องสอนกลายเป็นเกาะ ก่อนส่งผลให้ระบบนิเวศและธรรมชาติในพื้นที่ต้องตายไป

ด้าน นายภากร กังวานพงศ์ นายกอบต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่อง สอน เล่าถึงที่มาของหนังสือว่า การที่รัฐบาลให้คำตอบว่าอยู่ระหว่างศึกษาผลกระทบของการสร้างเขื่อนบนแม่น้ำสาละวิน ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นภาคประชาชนและนักวิชาการด้านต่างๆ จึงต้องหันมาพูดคุยถึงแนวทางแก้ไขปัญหาที่จะเกิดขึ้นหลังการสร้างเขื่อน

พร้อมทั้งจัดตั้งโครงการวิจัย โดยมีชาวบ้านเป็นผู้ร่วมสืบหาข้อมูล ก่อนมีแนวคิดนำข้อมูลทั้งหมดมารวบรวมเป็นหนังสือ เพื่อให้ทุกคนได้รับรู้ถึงความเป็นมาและคุณประโยชน์ของลุ่มน้ำสายนี้

ดร.รัศมี ชูทรงเดช อาจารย์คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร รวมให้ข้อมูลด้านโบราณคดีว่า จากการสำรวจพื้นที่บริเวณริมฝั่งลุ่มน้ำสาละวิน พบเศษอิฐ กระเบื้อง หม้อดินเผา และกล่องยาสูบดินเผา ถูกสร้างในสมัยล้านนา หรือศตวรรษที่ 22-23

สิ่งที่ค้นพบทั้งหมดยังบ่งบอกถึงความเป็นอยู่ และภูมิหลังของพื้นที่อันอุดมสมบูรณ์แห่งนี้ในอดีตกาล ที่ผ่านมาทุกคนยังไม่ทราบถึงคุณค่าที่ยากแก่การหาสิ่งใดมาทดแทน หากสร้างเขื่อนในลุ่มน้ำสายนี้ ก็ควรเข้ามาสำรวจโบราณสถานและวัตถุให้เข้มข้นมากขึ้นกว่านี้ด้วย

ขณะที่ น.ส.เพียรพร ดีเทศน์ จากโครงการแม่น้ำเพื่อชีวิต เปิดเผยข้อมูลว่า ขณะนี้พม่าเตรียมจะก่อสร้างเขื่อนบนแม่น้ำสาละวินถึง 5 แห่ง ประกอบด้วย เขื่อนท่าซาง ตั้งอยู่ในรัฐฉาน ตรงข้าม อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ผลิตไฟฟ้าได้ 7,000 เมกะวัตต์

เขื่อนยวาติ๊ด ตั้งอยู่ในรัฐคะเรนนี ผลิตไฟฟ้าได้ 600 เมกะวัตต์ เขื่อนเว่ยจี หรือสาละวินชายแดนตอนบน ตั้งอยู่ในแก่งเว่ยจี บริเวณชายแดนพม่า-ไทย ผลิตไฟฟ้าได้ 4,000 เมกะวัตต์ เขื่อนดา-กวิน หรือสาละวินชายแดนตอนล่าง ผลิตไฟฟ้าได้ 500 เมกะวัตต์

และเขื่อนฮัตจี ตั้งอยู่ในแก่งฮัตจี รัฐกะเหรี่ยง ผลิตไฟฟ้าได้ 1,200 เมกะวัตต์ ซึ่งเขื่อนฮัตจีจะเป็นเขื่อนแรกที่สร้างเสร็จภายในสิ้นปี 2551 นี้

โครงการก่อสร้างเขื่อนบนลุ่มน้ำสาละวิน เป็นโครงการที่ขาดความโปร่งใส และไม่เปิดเผยข้อมูลทั้งหมดให้สาธารณชนทราบ โดยเฉพาะผลกระทบภายหลังมีเขื่อน จะทำให้ประชาชนชาวพม่าต้องพลัดถิ่นฐานถึงกว่า 500,000 คน ซึ่งปัจจุบันมีชาวพม่าอพยพลี้ภัยมาอาศัยตามแนวชายแดนประเทศไทยประมาณ 600,000 คน

สิ่งนี้ล้วนถูกบันทึกและรวบรวมอยู่ในหนังสือสาละวิน บันทึกแม่น้ำและชีวิต

อีกในไม่ช้า สาละวินแม่น้ำบริสุทธิ์สายนี้ กำลังรอการเปลี่ยนแปลงไปสู่หายนะที่มาจากเขื่อน