ปธ.เคเอ็นยู ร่อนจม.ถึงอภิสิทธิ์ ร้องเลิกเขื่อนฮัตจี

สำนักข่าวประชาธรรม 8 สิงหาคม 2552

''การสร้างเขื่อนจะทำให้เพิ่มจำนวนทหารพม่าในพื้นที่อีกนับพันนายซึ่งจะทำให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง อาทิ แรงงานทาส การสังหาร การข่มขืน การทำลายทรัพย์สิน...''

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 สิงหาที่ผ่านมา ณ สำนักกลางนักเรียนคริสเตียน สะพานหัวช้าง มีการเสวนากันในหัวข้อ การละเมดสิทธิมนุษยชนในโครงการเขื่อนฮัตจีและเขื่อนท่าซางในประเทศพม่า ซึ่งในเวทีเสวนามีการเปิดวีดีทัศน์ที่นำสารจากตัวแทนสหภาพชนชาติกระเหรี่ยง นำเสนอความกังวลใจของประชาชนชาวกระเหรี่ยงในกรณีที่จะมีการก่อสร้างเขื่อนฮัตจี โดยในงานเดียวกันนั้นมีการมอบจดหมายจากสหภาพชนชาติกระเหรี่ยงผ่านทาง นายสุรพงศ์ ชัยนาม ที่ปรึกษากระทรวงต่างประเทศไปส่งให้ยังรัฐบาล ประชาธรรมนำเสนอเนื้อความจดหมายดังนี้

ในนามของประชาชนกระเหรี่ยงในพม่าและสหภาพชนชาติกระเหรี่ยง (KNU) ข้าพเจ้าใคร่ขอกล่าวสวัสดีแก่ท่านและคณะรัฐมนตรีทุกท่าน KNU เป็นองค์กรประชาธิปไตย ได้มีบทบาทนำในการต่อต้านการกวาดล้างชาติพันธุ์และการคุกคามชาวกระเหรี่ยงนับตั้งแต่ ค.ศ.1949

พวกเราซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตลอดจนความเอื้อเฟื้อของรัฐบาลไทยและประชาชนชาวไทยที่ให้ที่พักพิงแก่ประชาชนชาวกระเหรี่ยงหลายหมื่นคนที่ได้หนีภัยการสู้รบอันคุกคามต่อชาติพันธุ์ ศาสนา และการเมือง ชาวกระเหรี่ยงทั้งหลายจะไม่ลืมความเมตตากรุณาจากประชาชนชาวไทยและรัฐบาลของท่านเลย

อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้ามีเรื่องด่วนที่จะกราบเรียนท่านเกี่ยวกับโครงการซึ่งเรากำลังมีความกังวลใจอยู่ ซึ่งคือโครงการเขื่อนฮัตจี เขื่อนพลังไฟฟ้าบนแม่น้ำสาละวินในรัฐกระเหรี่ยง หัวงานเขื่อนแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้แนวรอยเลื่อนของเปลือกโลก และเป็นพื้นที่ซึ่งยังคงมีความขัดแย้ง นอกจากนี้ยังไม่มีการศึกษาที่เหมาะสมเพื่อประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคมอันจะเกิดจากการสร้างเขื่อน การสร้างเขื่อนจะทำให้เพิ่มจำนวนทหารพม่าในพื้นที่อีกนับพันนายซึ่งจะทำให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง อาทิ แรงงานทาส การสังหาร การข่มขืน การทำลายทรัพย์สินเป็นต้น น้ำที่ท่วมและการทำไม้อันสืบเนื่องจากการสร้างเขื่อนจะก่อความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม ความหลากหลายทางชีวภาพ วิถีชีวิตของชนพื้นเมือง และมรดกทางวัฒนธรรมในพื้นที่

เราเชื่อว่าการโจมตีโดยกองทัพพม่า และกองกำลัง DKBA นับตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งโจมตีกองกำลัง KNLA ตามลำน้ำเมยลงไปจรดแม่น้ำสาละวินในพื้นที่กองพลที่ 7 เป็นหนึ่งในยุทธการที่เกี่ยวข้องกับโครงการเขื่อน เป็นแผนของกองทัพพม่าที่จะควบคุมพื้นที่ของ KNLA และคุ้มครองการก่อสร้างเขื่อน

บ้านท่าสองยาง(อ.ท่าสองยาง จ.ตาก) ริมฝั่งแม่น้ำเมยอยู่ห่างจากฐานบัญชาการกองพลที่ 7 ไปตามลำน้ำ 30 กิโลเมตรจะเป็นศูนย์กลางในการขนส่งอุปกรณ์การก่อสร้างของ กฟผ.(การไฟฟ้าฝ่ายผลิต) ไปยังหมู่บ้านยินไบซึ่งเป็นหัวงานเขื่อน ไฟฟ้าจะถูกส่งมาตามแนวสายส่งสู่บ้านท่าสองยางไปยังพิษณุโลก

ผลของการโจมตีของกองทหารสนธิกำลังระหว่างกองทัพพม่า และ DKBA ส่งผลให้ชาวบ้านกระเหรี่ยงกว่า 4,000 คน ต้องหนีภัยสงครามข้ามมายังฝั่งไทย

จากเหตุผลข้างต้น ข้าพเจ้าใคร่ขอให้ท่านและรัฐบาลไทยไม่ส่งกลับผู้หนีภัยชาวกระเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย และไม่เริ่มการก่อสร้างเขื่อนฮัตจี จนกว่าจะเกิดสันติภาพอันอยู่บนฐานของความยุติธรรมและเสรีภาพทางประชาธิปไตยเกิดขึ้นในพม่าอย่างแท้จริง

สุดท้ายนี้ ข้าพเจ้าขอแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตลอดจนส่งความปรารถนาดีแก่ท่านและประชาชนชาวไทย ขอให้ท่านจงประสบความสำเร็จ

 

ขอแสดงความนับถือ

Saw Tamla Baw

ประธาน สหภาพชนชาติกระเหรี่ยง