หยุดเขื่อนพม่า ฆ่าผู้คน-สายน้ำ

ข่าวสด 16 สิงหาคม 2552

นุเทพ สารภิรมย์

เมื่อปีพ.ศ.2539 รัฐบาลไทยลงนามบันทึกความเข้าใจ หรือ "เอ็มโอยู" กับรัฐบาลพม่า เพื่อรับซื้อไฟฟ้าจากพม่า จำนวน 1,500 เมกะวัตต์ ในปีพ.ศ.2553

ล่วงมาถึงปีพ.ศ.2548 รัฐบาลไทยทำข้อตกลงร่วมมือสร้างเขื่อนบนแม่น้ำสาละวิน และแม่น้ำตะนาวศรีในพม่า จำนวน 5 เขื่อน ประกอบด้วย เขื่อนท่าซาง กำลังผลิต 7,000 เมกะวัตต์ เขื่อนฮัตจี 600 เมกะวัตต์ เขื่อนสาละวินบน 5,600 เมกะวัตต์ เขื่อนสาละวินล่าง 900 เมกะวัตต์ และเขื่อนตะนาวศรี 600 เมกะวัตต์

และในปลายปีพ.ศ.2552 ที่จะถึงนี้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ก็จะบรรจุแผนรับซื้อไฟฟ้าจากเขื่อนพลังน้ำท่าซางและฮัตจี

อย่างไรก็ตาม แผนการสนับสนุนพม่าสร้างเขื่อน เพื่อไทยจะได้ซื้อไฟฟ้านั้น ที่ผ่านมาทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นักวิชการ และองค์กรพัฒนาเอกชนจำนวนมาก พยายามเคลื่อนไหวรณรงค์เรียกร้องให้รัฐบาลระงับโครงการเหล่านี้ เพราะจะก่อให้เกิดผลกระทบตามมามากมาย ทั้งปัญหาสิ่งแวดล้อม และการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่ไทยอยู่ในข่ายสนับสนุนพม่า

เมื่อเร็วๆ นี้ คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคเหนือ กลุ่มโครงการแม่น้ำเพื่อชีวิต และกลุ่มสาละวินวอตช์ ร่วมเปิดเวทีพูดคุยถึงปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน กับการสร้างเขื่อนฮัตจีและท่าซาง เพื่อเผยแพร่ปัญหาเหล่านี้

พร้อมทั้งมีตัวแทนจากสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงเคเอ็นยู ยื่นหนังสือผ่านนายสุรพงษ์ ชัยนาม ที่ปรึกษารมว.ต่างประเทศ ถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ไทยระงับโครงการนี้


นายสุรพงษ์ กล่าวว่า หากต้องการให้หยุดสร้างเขื่อนในพม่า จะต้องขับเคลื่อนทั้งภายในและภายนอกประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้รัฐบาลไทยทบทวนข้อโต้แย้งของภาคประชาชน

แต่หากรอรัฐบาลไทยเป็นผู้ผลักดันไม่ให้สร้างเขื่อน คงไม่สำเร็จ เพราะรัฐบางเองกลัวถูกควบคุม และลิดรอนอำนาจ ดังนั้นภาคประชาสังคมต้องขับเคลื่อนเอง โดยนำประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ เมื่อเห็นว่าแนวทางรัฐบาลดำเนินการไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ประชาชนสามารถออกมาใช้สิทธิเคลื่อนไหวเรียกร้อง ให้รัฐบาลพิจารณาทบทวน และยุติการสนับสนุนการสร้างเขื่อนได้

"ยิ่งหากการสร้างเขื่อนมีการฆ่าชนกลุ่มน้อย ถือว่าพม่าละเมิดสิทธิมนุษยชน และหากรัฐบาลยังคงดันทุรังรับซื้อไฟฟ้าจากพม่า เท่ากับไทยส่งเสริมให้พม่าละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชนกลุ่มน้อย" นายสุรพงษ์ กล่าว

ด้าน น.พ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า การสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำสาละวิน เป็นการละเมิดสิทธิชุมชนอย่างแท้จริง เมื่อมีเขื่อน วิถีชีวิตของชุมชนต้องถูกทำลาย ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งมีชีวิตหลากหลายในแม่น้ำสาละวิน จะสูญพันธุ์ไปจากสายน้ำ