นายกฯสั่งชะลอแผนสร้างเขื่อนกับพม่าไม่มีกำหนด ส่อเข้าข่าย "ม.190" กก. ศึกษาแนะควรส่งสภาก่อน

มติชน 14 กุมภาพันธ์ 2553 

นายกฯ สั่งระงับแผนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯร่วมกับพม่าสร้างเขื่อนฮัตจีไม่มีกำหนด พร้อมให้ทำอีไอเอ-ประชาพิจารณ์ใหม่ ตั้งหน่วยงานกลางเปิดข้อมูลสาธารณะทุกด้าน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามเห็นชอบตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการติดตามการแก้ไขปัญหาการละเมิด สิทธิมนุษยชน กรณีโครงการก่อสร้างเขื่อนฮัตจี ในแม่น้ำสาละวิน สหภาพพม่า ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เมื่อเร็วๆนี้ ใน  2 ประเด็น คือ 1.ให้ กฟผ.รับไปดำเนินการตามข้อเสนอของคณะอนุกรรมการฯ ตามรายงานความเห็นเกี่ยวกับผลกระทบด้านต่างๆ รวมทั้งการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะในประเด็นการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) เพิ่มเติม การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะ การประชาสัมพันธ์ให้คนในพื้นที่รับทราบข้อมูล และข้อเท็จจริงในทุกๆ ประเด็น พร้อมกับให้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมกับภาค ประชาชน 2.ให้มีหน่วยงานกลางทำหน้าที่ดำเนินการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะในทุกๆ ด้าน อย่างเป็นกลางและตรงกับข้อเท็จจริง เพื่อให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้มีโอกาสรับทราบข้อมูลและข้อเท็จจริงที่ ถูกต้อง

รายงานข่าวแจ้งว่า คณะกรรมการชุดดังกล่าว ซึ่งมีนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ เป็นประธาน เห็นว่าการตัดสินใจของรัฐบาล ไม่ว่าจะให้ระงับ ชะลอ หรือดำเนินโครงการต่อ ควรต้องทำความเข้าใจกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องและเห็นชอบร่วมกัน ซึ่งไม่ว่ารัฐบาลจะตัดสินใจอย่างไร ไทยมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบหลายด้าน อาทิ เสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ดังกล่าว ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ฝั่งไทย ผลกระทบต่อแนวเขตแดนหลังสร้างเขื่อนอาจมีผลกระทบต่อแนวเขตแดนไทย-พม่าที่จะ ต้องดำเนินการตามนัยมาตรา 190 แห่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 จึงเห็นว่าต้นเรื่องควรนำหนังสือสัญญาฉบับของฝ่ายไทยลงวันที่ 17 ตุลาคม 2551 เสนอให้คณะรัฐมนตรีและรัฐสภาเห็นชอบก่อน เป็นต้น