กฟผ.ลงนามรัฐบาลพม่า เดินหน้าสร้าง"เขื่อนฮัตจี"

กรุงเทพธุรกิจ 28 เมษายน 2553 

กฟผ. ลงนามสร้างเขื่อนฮัตจีในพม่าแล้ว ชาวสาละวินค้าน ลงนามขัดมติครม.ชี้นายกรัฐมนตรีพึ่งตั้งคณะทำงานศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม และเปิดเผยข้อมูล และรับฟังความคิดเห็นประชาชนก่อนเดินหน้า

นายนุ ชำนาญคีรีไพร และชาวบ้านลุ่มน้ำสาละวิน ได้ทำหนังสือถึง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้เปิดเผยข้อมูลกรณีการสร้างเขื่อนสาละวินในประเทศพม่า โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

นายนุ กล่าวว่า สำนักนายกรัฐมนตรีมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาข้อมูลขึ้นมาพิจารณาโดยมี นายพีระพันธุ์ สริวัฒน์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฯ เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย และมีมติให้กฟผ. ทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ฝั่งไทย จัดให้มีเวทีสาธารณะ และเปิดเผยข้อมูลเพื่อแสดงความโปร่งใส รวมทั้ง เปิดโอกาสการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ และนำหนังสือสัญญาเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) และสภาให้ความเห็นชอบก่อนดำเนินโครงการก่อสร้าง ซึ่งนายอภิสิทธิ์ ได้ลงนามเห็นชอบตามความเห็นของคณะอนุกรรมการไปตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค.นี้ และได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการดำเนินการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะฯ และมีแผนลงพื้นที่ระหว่างวันที่ 10-12 พ.ค. นี้ เพื่อเปิดเผยข้อมูล และรับฟังความคิดเห็นของประชาชน

"ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 เม.ย. ที่ผ่านมา ปรากฏข่าวจากหนังสือพิมพ์นิวไลท์ออฟเมียนมาร์ ในประเทศพม่า ว่า กฟผ. ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง Memorandum of Agreement (MOA) กับรัฐบาลพม่า และบริษัท และบริษัท Sinohydro เอกชนจากประเทศจีน เพื่อก่อสร้างเขื่อนฮัตจี ในแม่น้ำสาละวินเรียบร้อยแล้ว การกระทำดังกล่าวได้ขัดแย้งกับข้อเสนอของคณะอนุกรรมการฯ ที่นายกรัฐมนตรีได้ลงนาม พฤติกรรมดังกล่าวของ กฟผ. ได้สร้างความสับสนและกังวลใจอย่างมากให้กับ ชุมชนในพื้นที่" นายนุ กล่าว

นายนุ กล่าวอีกว่า เครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำสาละวิน ได้หารือร่วมกับคณะอนุกรรมการที่เป็น ตัวแทนจาก ภาคประชาชนแล้ว เห็นว่าควรชะลอการร่วมมือกับคณะอนุกรรมการที่จะลงพื้นที่ไปก่อน จนกว่าจะทราบความชัดเจนจากรัฐบาล

ด้าน นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ หนึ่งในคณะกรรมการเพื่อให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโครงการสร้างเขื่อนฮัตจีกับ ผู้ได้รับผลกระทบ กล่าวว่า ข่าวที่ออกมาจึงสร้างความงุนงงว่า ทำไมทาง กฟผ. ถึงรีบไปลงนามกับพม่า เพราะคณะกรรมการชุดที่นายกรัฐมนตรีฯ แต่งตั้งขึ้นจะต้องรายงานข้อมูลให้ชาวบ้านในพื้นที่ทราบก่อนจะทำอะไรทั้ง สิ้น ซึ่งตามกำหนดการเดิมคณะกรรมการฯ เตรียมจะลงพื้นที่ อ.สบเมย ในช่วงเดือนพ.ค. นี้ แต่การกระทำแบบเร่งรีบของ ทาง กฟผ.ครั้งนี้จะยิ่งทำให้ชาวบ้านเกิดความไม่ไว้วางใจ และจะมีประท้วงการตัดสินใจของ กฟผ. โดยจะไม่ไปเข้าร่วมกับเวที

"เคยให้คำแนะนำว่าต้องหนังสือสัญญาเข้า ข่ายตามมาตรา 190 และต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อน เพราะเกี่ยวกับปัญหาพรมแดนไทย และพม่า แต่ทาง กฟผ. กลับเร่งเซ็นข้อตกลงกับพม่า จึงเท่ากับการให้ข้อตกลงไปอีกขั้นหนึ่ง" นายหาญณรงค์ ระบุ

ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อขอสัมภาษณ์ นายวิรัตน์ กาญจนพิบูลย์ รองผู้ว่าการ กฟผ. ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะที่เดินทางไปร่วมลงนามกับรัฐบาลพม่า เมื่อวันที่ 24 เม.ย. นี้ แต่ทางฝ่ายประชาสัมพันธ์บอกว่า นายวิรัตน์ ยังไม่สะดวกที่จะให้สัมภาษณ์