พลังงานปัดฝุ่นสร้างเขื่อนแม่น้ำโขง

มติชน 22 ตุลาคม 2550

ทดแทนโรงไฟฟ้าถ่านหิน-นิวเคลียร์ไม่เกิด เกริ่นลาวร่วมทุนก่อนจีบญวน-เขมรร่วมด้วย

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้สั่งการให้กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) นำโครงการศึกษาสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าที่แม่น้ำโขงมาปัดฝุ่นศึกษาใหม่ หลังจากที่เคยศึกษาไว้เมื่อช่วงปี 2548 เนื่องจากต้องการหาทางเลือกด้านพลังงานไฟฟ้ารองรับไว้ หากในอนาคตมีปัญหาเรื่องการสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ทั้งโรงไฟฟ้าถ่านหิน และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ รวมถึงปัญหาในการจัดหาก๊าซธรรมชาติมารองรับการสร้างโรงไฟฟ้าในอนาคตด้วย เพราะปัจจุบันปริมาณก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยมีค่อนข้างจำกัด เช่นเดียวกับการนำเข้าในรูปก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี)

"ยอมรับว่าในระยะใกล้นี้โครงการนี้คงจะเป็นไปได้ยาก เพราะการตัดสินใจไม่ได้อยู่ที่ฝ่ายไทยฝ่ายเดียว ต้องผ่านความเห็นชอบร่วมกันในหลายประเทศในแถบลุ่มแม่น้ำ ทั้งไทย ลาว รวมถึงเวียดนามและกัมพูชาที่อยู่ด้านล่างเขื่อนด้วย ยกเว้นแต่ว่าทั้ง 4 ประเทศนี้จะมีความต้องการร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ก็ต้องศึกษาความเป็นไปได้ ความเหมาะสมของโครงการนี้ไว้ หากมีความต้องการใช้จะได้ไม่ต้องเสียเวลาศึกษานาน" แหล่งข่าวกล่าว

นายพาณิช พงศ์พิโรดม อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กล่าวว่า จากการศึกษาศักยภาพเบื้องต้นพบว่า การก่อสร้างเขื่อนบริเวณแม่น้ำโขงจะเป็นเขื่อนแบบขั้นบันได ซึ่งในศักยภาพที่ไทยจะสามารถสร้างได้นั้น สามารถทำเขื่อนได้ 2 ตัวจากศักยภาพทั้งหมด 16 ตัว กำลังการผลิตไฟฟ้าประมาณ 3,400 เมกะวัตต์ โดยทาง พพ.เคยศึกษาโครงการนี้มาตั้งแต่ปี 2548 ขณะนี้ก็ยังอยู่ในระหว่างการศึกษาโครงการตอนต้น คาดว่าผลการศึกษาที่เสร็จสมบูรณ์จะแล้วเสร็จในช่วงกลางปี 2551 หากจะเดินหน้าโครงการก็ต้องเริ่มทำเรื่องการประชาสัมพันธ์ และรับฟังความคิดเห็นของประชาชน

"ขณะนี้กระทรวงพลังงานได้เริ่มเจรจาเรื่องนี้กับทางรัฐบาลลาวในเบื้องต้นบ้างแล้ว เพื่อร่วมทุนกัน โดยฝ่ายไทยในส่วนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้วางนโยบายว่าอาจจะให้ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เข้าไปร่วมทุนกับรัฐบาลลาวในสัดส่วน 50 : 50" นายพาณิชกล่าว