เซ็นแล้ว “ดอนสะฮอง” กั้นน้ำโขงแห่งแรก

ผู้จัดการ 12 มิถุนายน 2551

ผู้จัดการรายวัน — การเซ็นสัญญาสัมปทานผ่านไปอย่างเงียบๆ ระหว่างนักลงทุนมาเลเซียกับรัฐบาลลาวเพื่อก่อสร้างเขื่อนกั้นลำน้ำโขงแห่งแรกดอนสะฮองในแขวงจำปาสัก ขณะที่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับการศึกษาผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม ตลอดจนการกอบกู้ความเสียหายต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากโครงการนี้

      
       ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ “เดอะสตาร์” บริษัท เมกะเฟิร์สท์คอร์ป (Mega First Corporation Bhd) ได้เซ็นสัญญาเพื่อพัฒนาโครงการกับฝ่ายลาวตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.2551 ซึ่งจะเป็นการสัมปทานแบบก่อสร้าง-ดำเนินการส่งมอบ หรือ บีโอที
      
       ยังไม่เคยมีการเปิดเผยรายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับสัญญาสัมปทานและโครงการดอนสะฮอง ทั้งจากฝ่ายลาวและฝ่ายผู้ลงทุน ท่ามกลางเสียงเรียกร้องขององค์กรอนุรักษ์สภาพแวดล้อมแห่งต่างๆ ที่แสดงความห่วงใยต่อสภาพแวดล้อม
      
       หนังสือพิมพ์ฉบับเดียวกัน ยังรายงานว่า บริษัท IJM Corp ได้บรรลุความตกลงกับเมกะเฟิร์สท์ เพื่อเข้าร่วมลงทุนในการก่อสร้างและดำเนินการโครงการดอนสะฮอง โดย IJM แถลงในวันอังคาร (10 มิ.ย.) จะเข้าถือหุ้น 30% ในโครงการดังกล่าวในราคาหุ้นละ 1 ดอลลาร์
      
       ถ้าหากรายงานของสื่อมาเลเซียเป็นความจริง ดอนสะฮองก็จะเป็นเขื่อนกั้นลำน้ำโขงแห่งแรกในลาวจากทั้งหมด 8 หรือ 9 โครงการที่กำลังอยู่ระหว่างการสำรวจโดยนักลงทุนจากไทย จีน และเวียดนาม
      
       ในเดือน พ.ค.2550 องค์กรเอกชนอนุรักษ์สภาพแวดล้อมทั้งในเอเชียและยุโรป ได้ชุมนุมที่หน้าสถานทูตลาวกรุงกัวลาลัมเปอร์และยื่นหนังสือ ขอให้รัฐบาลลาวเปิดการไต่สวนสาธารณะโครงการเขื่อนดอนสะฮองขึ้นในนครเวียงจันทน์เพื่อให้โครงการนี้มีความโปร่งใส
      
       ตามข้อมูลของโครงการแม่น้ำเพื่อชีวิต ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนอนุรักษ์สภาพแวดล้อม เขื่อนดอนสะฮองเป็นเขื่อนขนาดเล็กมีกำลังปั่นไปเพียง 240 เมกะวัตต์ สร้างกั้นลำน้ำที่เรียกว่า “ฮูสะฮอง” ในอาณาบริเวณดินแดน “สี่พันดอน” ที่ลำน้ำโขงไหลแยกออกเป็นหลายสาย
      
       กลุ่มดังกล่าวได้อ้างผลการศึกษาชิ้นหนึ่งที่ระบุว่า เขื่อนดอนสะฮองกำลังจะสร้างความหายนะใหญ่หลวงที่สุดต่อระบบนิเวศแห่งลำน้ำโขง และ จะส่งผลกระทบในทางลบต่อประชาชนทั้งชาวกัมพูชา ลาวและไทย
      
       “ดอนสะฮองเป็นเส้นทางเคลื่อนย้ายที่สะดวกที่สุดของฝูงปลาจากโตนเลสาป (ในกัมพูชา) ไปสู่แม่น้ำโขง..” น.ส.เพียรพร ดีเทศน์ แห่งโครงการแม่น้ำเพื่อชีวิต กล่าวระหว่างการแถลงข่าวในเดือน พ.ย.2550
      
       กลุ่มอนุรักษ์กลุ่มนี้ กล่าวว่า เขื่อนดอนสะฮองจะสร้างความเสียหายมากที่สุดต่อระบบแม่น้ำโขง ต่อการขยายพันธุ์ของปลาที่ว่ายทวนน้ำขึ้นไปวางไข่และเติบโตในลำน้ำระหว่างลาวกับไทยซึ่งตลอดลำน้ำสายนี้มีปลาอยู่ประมาณ 1,300 สายพันธุ์ เป็นแหล่งอาหารของประชาชนราว 60 ล้านคน
      
       เขื่อนแห่งนี้กำลังจะส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของโลมาอิรวดี (ปลาข่า) ที่กำลังเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ในบริเวณสี่พันดอน
      
       ปัจจุบันกำลังมีการสำรวจโครงการก่อสร้างเขื่อนกั้นลำน้ำโขงแห่งอื่นๆ คือ เขื่อนปากแบ่ง เขื่อนหลวงพระบาง เขื่อนไซยะบูลี เขื่อนปากลาย เขื่อนปากชม-ซะนะคาม เขื่อนบ้านกุ่ม กับเขื่อนบ้านลาดเสือ
      
       นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมของไทยกล่าว เป็นไปได้ที่จะมีโครงการเขื่อนท่าอุเทน-ท่าแขก ซึ่งจะเป็นโครงการเขื่อนกั้นลำน้ำโขงแห่งที่ 9 และเป็นแห่งที่ 4 จากความร่วมมือระหว่างไทยกับลาว