ส.ส.-อดีต"ส.ว."รุมขวางเขื่อนบ้านกุ่ม

มติชน 4 สิงหาคม 2551

ความคืบหน้ากรณีรัฐบาลไทยโดยนายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไปลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) กับรัฐบาลลาวในการพัฒนาพลังงานไฟฟ้าระหว่างไทย-ลาว โดยการสร้างเขื่อนบ้านกุ่มกั้นแม่น้ำโขง บริเวณบ้านท่าลัง ต.ห้วยไผ่ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี กับแขวงจำปาสัก นั้น นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ อดีต ส.ว.อุบลราชธานี กล่าวถึงเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ว่า จากการที่มีการเปลี่ยนแปลงถ้อยคำในเอ็มโอยูจากการใช้คำว่าบริษัทอิตาเลียนไทยฯ มาเป็น "ภาคเอกชน" ในการเข้าไปศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างเขื่อนนั้นแสดงให้เห็นความไม่ชอบมาพากลของรัฐบาลไทย เพราะบริษัทดังกล่าวจะเป็นผู้ที่ได้รับสัมปทานก่อสร้างเขื่อนดังกล่าว แต่รัฐบาลกลับให้เป็นผู้ศึกษาความเป็นไปได้ ถือว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน ผลที่ออกมาจะต้องบ่งชี้ว่าสามารถสร้างได้

นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เห็นรายละเอียดตัวโครงการเขื่อน หรือฝายบ้านกุ่มแล้ว มั่นใจว่ามีการเตรียมการเพื่อจะทำเรื่องนี้กันนานพอสมควร เพราะมีแบบทางวิศวกรรมค่อนข้างชัดเจน ซึ่งเห็นข้อบกพร่องที่จะเกิดกับโครงการคือ การไปลงนามครั้งนี้เป็นไปได้สูงว่านอกจากจะขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 190 แล้ว การไปเจรจาและลงนามโดยให้บริษัทเอกชนเข้าไปศึกษานั้น ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่อย่างชัดเจน

"เท่าที่ผมทราบมานั้น ในพื้นที่เวลานี้ยังมีการคาดคะเนเรื่องพื้นที่หมู่บ้านที่จะต้องถูกน้ำท่วม 900 ไร่ คาดว่าจะมีราว 180 ครอบครัว ที่ต้องอพยพออกจากที่ทำกินเดิม รวมทั้งมีการทาบทามชาวบ้านในพื้นที่เรื่องการจ่ายค่าชดเชยแล้วด้วย โดยคิดจะจ่ายค่าชดเชยแค่ครอบครัวละ 160,000 บาท เท่านั้น คิดเป็นเงินทั้งหมดเพียง 29 ล้านบาท ถือว่าถูกที่สุด เมื่อคิดจากมูลค่าการสร้างเขื่อนเกือบแสนล้านบาท และไม่คุ้มค่าเลยกับการที่ชาวบ้านต้องสูญเสียโอกาสจากการประกอบอาชีพประมงในแม่น้ำโขง" นายไกรศักดิ์กล่าว

หน้า 14