จ่อยื่นตีความเขื่อนบ้านกุ่มระบุงุบงิบดึง 2 บ.ยักษ์งาบ

ผู้จัดการรายวัน 5 สิงหาคม 2551

นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการลงนาม สร้างเขื่อน บ้านกุ่ม เขื่อนกั้นน้ำโขงเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ที่อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี โดยนายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศในขณะนั้น ลงนามร่วมกับสาธารณรัฐประชาชนลาวว่า โครงการนี้ ไม่มีการทำการสำรวจด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ถือว่าผิดกฎหมายสิ่งแวดล้อมและขัดรัฐธรรมนูญเพราะประชาชนไม่มีส่วนร่วม
        ทั้งนี้การสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงไม่สามารถทำได้ เพราะไทยยังเป็นสมาชิกกรรมาธิการน้ำโขง (MRC) ประกอบด้วย ไทย กัมพูชา เวียดนาม และลาว ซึ่งถ้าประเทศใดจะดำเนินการอะไรบนแม่น้ำโขง จะต้องขอมติจากกรรมาธิการดังกล่าว โดยต้องอาศัยมติก่อน แต่ครั้งนี้กลับไม่มีการรายงานเรื่องดังกล่าวต่อกรรมาธิการ ชุดนี้ ดังนั้น จึงไม่สามารถสร้างเขื่อนได้
        นายไกรศักดิ์ กล่าวว่า เป็นที่น่าสังเกตว่าการที่ไทยไปเซ็นสัญญากับลาว ในเรื่องใหญ่เช่นนี้ ทำไมถึงทำได้ เพราะที่ผ่านมา ตนได้โทรศัพท์ติดต่อกับรองอธิบดีกรมสนธิสัญญา กระทรวงการต่างประเทศ ก็ได้รับการปฏิเสธ ว่าไม่มีการเซ็นสัญญาใดๆ ทั้งสิ้น
        อย่างไรก็ตาม ตนจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือกับที่ประชุมพรรค โดยเบื้องต้น คิดว่าโครงการนี้ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 แน่นอน แต่อยากได้การสนับสนุนจากพรรค เพื่อเพิ่มน้ำหนักในการยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าขัดมาตรา 190 หรือไม่ เช่นเดียวกับการตีความกรณีปราสาทพระวิหาร
        ด้านนายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การกระทำของรัฐบาลส่อแววงุบงิบ ไม่ชอบมาพากล ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 190 โดยหลังรัฐบาลแถลงนโยบายเพียง 10 กว่าวัน นายกรัฐมนตรีก็ได้เดินทางไปตกลงกับสาธารณรัฐประชาชนลาว ในการร่วมกันพัฒนาแม่น้ำโขง จากนั้น วันที่ 10 มี.ค. ที่ผ่านมา นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศในขณะนั้น ได้นำบันทึกว่าด้วยความ เข้าใจการลงนามความร่วมมือด้านไฟฟ้า ร่วมไทย-ลาว เข้าเสนอต่อที่ประชุม ครม. เพื่อให้ความเห็นชอบและลงนาม โดยมีการเสนอชื่อบริษัทเอกชน 2 แห่งคือบริษัท อิตาเลี่ยนไทย ดิเว๊ลลอปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท เอเชียคอร์ป โฮลดิ้ง จำกัด ให้เข้าไปศึกษาและสำรวจพื้นที่ แต่ถูกที่ประชุม ครม.ตั้งข้อสังเกตและเปลี่ยนให้เป็นคำว่า ภาคเอกชน จึงเป็นที่น่าสังเกตว่า ระยะเวลาไม่กี่วันแต่กลับไประบุชื่อบริษัทได้อย่างไร บริษัทได้ชักนำให้รัฐบาลไปเจรจาได้อย่างไร จึงไม่เข้าใจว่า ภาคเอกชนมีบทบาทเหนือการทำงานของรัฐบาลได้อย่างไร
        นายสุทัศน์ กล่าวว่า เขื่อนนี้ไม่สามารถช่วยเหลือประชาชนด้านการเกษตรเลย เพราะบริเวณดังกล่าวจะมีตลิ่งสูงมาก และเรื่องผลประโยชน์ได้กับการไฟฟ้าไม่ทราบว่า ใครได้ประโยชน์ ใครจะเป็นผู้ขาย และยังมีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอีกมาก การกระทำครั้งนี้ ถือว่ารัฐบาลไม่คำนึงผลประโยชน์ของประเทศ และความเสียหายของประชาชน มีความรุกรี้รุกล้น เร่งทำเพื่อสนองประโยชน์ต่อกลุ่มทุนใหญ่ ไม่แน่ใจว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งหรือไม่ เนื่องจากบริษัทเอกชนเหล่านี้ หลังจากได้ทำการศึกษาแล้วจากนี้ข้อมูลอยู่ในมือทั้งหมด จึงมีแนวโน้มว่า 2 บริษัท จะได้ประโยชน์จากรัฐบาลในการสร้างเขื่อน