หวั่นเขื่อนปากชมไทย-ลาวซ้ำรอยเขื่อนบ้านกุ่ม เอ็นจีโอจี้ พพ.อย่าหมกเม็ด

สำนักข่าวประชาธรรม 15 กันยายน 2551

เลย / ชาว อ.เชียงคานผวาผลกระทบจากเขื่อนปากชม เชื่อโครงการจะส่งผลต่อคนริมโขงทั้งสองฝั่งไทย-ลาว เอ็นจีโอระบุชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่รู้รายละเอียดโครงการ แจงหากดันต่อต้องทำตาม กม.ระหว่างประเทศ แจงรายละเอียดโครงการให้ ปชช.ทราบ

เมื่อวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่แก่งคุดคู้ อ.เชียงคาน จ.เลย นายวสันต์ พานิช และคณะอนุกรรมการสิทธิในทรัพยากรแร่และน้ำ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนใน อ.เชียงคาน กรณีโครงการเขื่อนปากชม กั้นแม่น้ำโขง โครงการคู่แฝดกับเขื่อนบ้านกุ่ม ที่ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ซึ่งกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เป็นผู้รับผิดชอบ

นายกัญจน์ วงศ์อาจ ชาวบ้านบ้านธาตุ อ.เชียงคาน กล่าวว่า โครงการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงบริเวณพรมแดนไทย-ลาว ที่ อ.ปากชม จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อหมู่บ้านริมแม่น้ำโขงทั้ง 2 ฝั่ง โดยเฉพาะแก่งคุดคู้ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวกลางลำน้ำโขงที่สำคัญของ อ.เชียงคาน ชาวเชียงคานทำมาหากินกับน้ำโขง โดยเฉพาะแก่งคุดคู้เป็นแหล่งรายได้สำคัญจากการท่องเที่ยว ซึ่งแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวจากในและต่างประเทศมาเป็นจำนวนมาก หากแก่งจมอยู่ใต้เขื่อนคนเชียงคานต้องเดือดร้อนแน่นอน

นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สป.) กล่าวว่า จากการสอบถามประชาชนในพื้นที่ อ.เชียงคาน พบว่าส่วนใหญ่ไม่เคยรับทราบข้อมูลโครงการมาก่อน ทั้งที่เป็นโครงการใหญ่ระดับภูมิภาค มีมูลค่าการลงทุนร่วม 70,000 ล้านบาท แม้ว่ากรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานระบุในรายงานว่ามีการจัดเวทีประชาคมในพื้นที่แล้ว แต่ประชาชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ยังไม่รับรู้

เขื่อนปากชมก็คือเขื่อนผามองที่ชาวบ้านเคยคัดค้านสำเร็จเมื่อเมื่อ 30 ปีก่อน หากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนฯ จะฟื้นโครงการนี้อีกครั้งจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ เนื่องจากเป็นโครงการระหว่างไทยและลาว กั้นแม่น้ำโขงซึ่งเป็นแม่น้ำนานาชาติใช้ร่วมกันถึง 6 ประเทศ นอกจากนี้จำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดให้แก่สาธารณะ รวมทั้งชาวบ้านที่จะได้รับผลกระทบโดยตรง ดังนั้นขอเรียกร้องให้กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานอย่าหมกเม็ดเหมือนกรณีเขื่อนบ้านกุ่ม ข้อที่น่าเป็นห่วงก็คือการปักปันเขตแดนไทย-ลาว ซึ่งจะต้องเปลี่ยนแปลงแน่นอนหากกั้นมีเขื่อนกั้นพรมแดน นายหาญณรงค์ กล่าว

นายวสันต์ พานิช กล่าวว่า กสม. จะจัดเวทีระดมความคิดเห็นในพื้นที่ จ.เลย อีกครั้งในเร็วๆ นี้ โดยจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อมูล เพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่และสาธารณะได้ร่วมกันตัดสินใจอย่างรอบคอบ ไม่ผิดพลาดเหมือนกรณีเขื่อนบ้านกุ่ม

อนึ่ง โครงการเขื่อนผามองหรือเขื่อนปากชม และเขื่อนบ้านกุ่ม เป็นโครงการเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงสายหลักบริเวณชายแดนไทย - ลาว ที่นํามาปัดฝุ่นเสนอใหม่โดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน ซึ่งล่าสุดมีรายงานข่าวว่า เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2551 ที่ผ่านมา นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (ขณะนั้น) และนายทองลุน สีสุลิด รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สปป.ลาว ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อให้ภาคเอกชน - บริษัท อิตาเลียน-ไทย ดีเวลล็อปเมนท์ และเอเชีย คอร์ป เข้ามาทําการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการ

สำหรับเขื่อนปากชม มีขนาดกําลังการผลิตไฟฟ้า 1,079 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่บนแนวพรมแดนไทย-ลาว ห่างจากปากแม่น้ำโขงที่กิโลเมตร 1,651 ตรงบ้านห้วยขอบ ต.หาดคัมภีร์ อ.ปากชม จ.เลย และบ้านห้วยหางเมืองสังทอง แขวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ค่าลงทุนโครงการอยู่ที่ 69,641 ล้านบาท.