หยุดเขื่อนโลกชง 7 ข้อ-แก้เขื่อนไทย

ข่าวสด 15 มีนาคม 2552

เมื่อวันที่ 14 มี.ค. เครือข่ายผู้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนสมัชชาคนจน ประกอบด้วย เขื่อนปากมูน จ.อุบลราชธานี เขื่อนหัวนา จ.ศรีสะเกษ เขื่อนราษีไศล จ.ศรีสะเกษ เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี เขื่อนโป่งขุนเพชร จ.ชัยภูมิ เขื่อนบ้านกุ่ม จ.อุบลราชธานี เขื่อนในแม่น้ำชี และแม่น้ำมูน ในโครงการโขง ชี มูน ตัวแทนนักสิ่งแวดล้อมจากองค์กรพัฒนาเอกชน นักศึกษา เยาวชน นักวิชาการ และพันธมิตรต่างๆ ร่วมกันจัดกิจกรรมเนื่องในวันหยุดเขื่อนโลก ที่บริเวณเขื่อนปากมูน พร้อมออกแถลงการณ์แสดงเจตนารมณ์ ที่จะหยุดการสร้างเขื่อนและแก้ไขปัญหากับเขื่อนที่สร้างไปแล้ว ระบุว่า เขื่อนเป็นการลงทุนมหาศาลที่ขาดเหตุผลทางเศรษฐกิจ เพราะงบประมาณในการก่อสร้างมักสูงกว่าที่ขออนุมัติ บวกกับผลประโยชน์ของเขื่อนที่ไม่เคยเป็นไปตามที่ระบุตอนอนุมัติโครงการ

การสร้างเขื่อนทุกเขื่อน นักสร้างเขื่อนจะอ้างเหตุผลให้มากเข้าไว้ก็เพียงเพื่อโฆษณาชวนเชื่อเท่านั้น ขณะที่หลังจากเขื่อนถูกสร้างเสร็จไม่มีน้ำตามที่กล่าวอ้าง คลองชลประทานจึงเป็นคลองส่งลม ไม่มีน้ำให้ทำนาหรอก และเขื่อนก็ไม่จำเป็นในการสร้างเพื่อผลิตไฟฟ้า เนื่องจากมีเพียงไม่ถึงร้อยละ 10 ที่ได้ไฟฟ้าจากเขื่อน อ่างเก็บน้ำขนาดยักษ์ของเขื่อนที่นักสร้างเขื่อนเคยสัญญาว่า จะเป็นแหล่งประมงที่อุดมสมบูรณ์ได้กลาย เป็นแหล่งเก็บน้ำมากกว่าจะมีปลาเพื่อการประมง และซ้ำร้ายได้ทำลายการประมงแบบดั้งเดิมโดยสิ้นเชิง เขื่อนทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมขึ้นในสังคม นำความทุกข์ยากมาสู่ประชาชนต้องอพยพจากเขื่อน เขื่อนได้ทำลายป่าไม้ สัตว์ป่า พรรณพืช พันธุ์ปลา ฯลฯ ตั้งแต่หุบเขาที่กลายเป็นอ่างเก็บน้ำไปจนถึงท้องทะเลที่เป็นรากฐานการดำรงชีวิตของคนส่วนใหญ่ เขื่อนยังได้สร้างความทุกข์ยากให้กับผู้ที่อยู่ท้ายเขื่อนจากภัยเขื่อนพังและอุทกภัยที่เพิ่มมากขึ้นในฤดูฝน และการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งจนต้องแย่งชิงน้ำกัน

คำแถลงการณ์ยังเสนอข้อเรียกร้องจำนวน 7 ข้อดังนี้

1.ยุติการสร้างเขื่อนที่อยู่ในแผนของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นเขื่อนแก่งเสือเต้น เขื่อนโป่งขุนเพชร เขื่อนรับร่อ เขื่อนท่าแซะ เขื่อนคลองกลาย เขื่อนแม่ขาน และเขื่อนลำโดมใหญ่ รวมทั้งเขื่อนที่ไม่อยู่ในข้อเรียกร้องของสมัชชาคนจน เช่น เขื่อนในลุ่มน้ำโขง ทุกเขื่อน เขื่อนในลุ่มน้ำสาละวิน เขื่อนแม่วงก์ เขื่อนห้วยสะโหมง เขื่อนในลุ่มน้ำปราจีนบุรี

2.รัฐบาลต้องรับผิดชอบและจ่ายค่าชดเชยและค่าเสียโอกาสกับเขื่อนที่กำลังก่อสร้าง และที่สร้างไปแล้วอย่างเป็นธรรมที่สุด

3.เปิดเขื่อนปากมูนอย่างถาวร เพื่อให้ระบบนิเวศกลับมาเหมือนเดิม และยุติการผลิตไฟฟ้าจากเขื่อน ใช้ไฟฟ้าจากแหล่งอื่นที่มีกำลังสำรองอยู่มากกว่าร้อยละ 50

4.มีการดำเนินการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมที่เสียหายจากเขื่อนที่สร้างไปแล้ว แม้ว่าการดำเนินการนี้จะนำไปสู่การทุบเขื่อนทิ้ง

5.สิทธิในแผ่นดินของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเขื่อน ได้รับการคุ้มครองด้วยการจัดให้มีแผ่นดิน ที่ซึ่งพวกเขาสามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจและวัฒนธรรมให้เหมือนเดิมได้

6.ให้ยุติการสร้างเขื่อนที่มีผลกระทบต่อชุมชน และแหล่งป่าไม้ธรรมชาติ เช่น ในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติ และพื้นที่ป่าอนุรักษ์ รวมทั้งแหล่งมรดกโลกและพื่นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญ

7.ขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยและประเทศเพื่อนบ้านยกเลิกการสร้างเขื่อนในแม่น้ำสายหลักระหว่างประเทศ เช่น แม่น้ำโขง และแม่น้ำสาละวิน รวมถึงโครงการผันน้ำข้ามประเทศด้วยโดยเด็ดขาด

หน้า 14