ส.ว.จี้ตรวจเขื่อนจีนกักน้ำ ชี้ขึ้นลงผิดปกติ เอ็นจีโอหวั่นสร้าง11เขื่อนน้ำท่วมไทย ทูตแจงสื่อ11มี.ค.

มติชน 9 มีนาคม 2553 

สถานทูตจีนร้อนตัวน้ำ โขงแห้ง นัดสื่อแจง 11 มี.ค.นี้ ส.ว.-ส.ส.จี้รัฐตรวจเขื่อนจีนกักน้ำ ชี้ระดับน้ำขึ้นลงเร็วผิดปกติ แนะรัฐตั้งกก.เฉพาะกิจดูแล เอ็นจีโอหวั่นเพื่อนบ้านสร้าง 11เขื่อนน้ำท่วมไทย
สถานทูตจีนแจงโขงแห้ง11มี.ค.

ความคืบหน้ากรณีระดับน้ำในแม่น้ำโขงเหือด แห้งลงเข้าขั้นวิกฤต และหลายฝ่ายออกมาระบุว่า ปัญหาเกิดจากการที่จีนสร้างเขื่อนเก็บกักน้ำไว้ ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 มีนาคม สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำไทยได้เผยแพร่กำหนดการนายเฉิน เต๋อ ไห่ ที่ปรึกษาฝ่ายการเมืองและข่าวสารของสถานทูตจีน จะแถลงข่าวและบรรยายเรื่องการที่ระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดลง ให้สื่อมวลชนทุกแขนงทราบ ในวันที่ 11 มีนาคมนี้ เวลา 15.00 น. ที่สถานทูตจีนประจำไทย ถนนรัชดาภิเษก ดินแดง กทม.

นายเกษมสันต์ จิณณวาโส อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า หลังจากที่นายหู เจิ้ง เยว่  ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศของสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้หารือนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 มีนาคมถึงสถานการณ์วิกฤติภัยแล้งในลุ่มน้ำโขง และไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (เอ็มอาร์ซี) ระหว่างวันที่ 3-5 เมษายนนี้ ที่หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์นั้น ผู้แทนจากจีนได้ติดต่อเป็นการภายในกับกรมทรัพยากรน้ำ ในฐานะเลขานุการของเอ็มอาร์ซี เพื่อสอบถามถึงมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยเป็นหลัก ทั้งนี้ แม้จะยังไม่ชัดเจนว่าจีนจะส่งผู้แทนเข้าประชุมครั้งนี้หรือไม่ แต่ก็คาดหวังว่าจีนอาจจะส่งผู้แทนระดับสูงมาร่วม เพราะอย่างน้อยจะช่วยให้เกิดถ้อยแถลงระหว่างจีน และพม่า และความร่วมมือกับสมาชิก 4 ชาติในเอ็มอาร์ซีได้บ้าง

จีนเชิญ4ปท.ดูเขื่อนจิงหง

นายเกษมสันต์ กล่าวว่า สถานการณ์วิกฤติในแม่น้ำโขงที่ส่งผลกระทบกับประเทศท้ายน้ำโขง คือ ไทย ลาว กัมพูชาและเวียดนาม  ล่าสุดทางเอ็มอาร์ซี ได้ส่งจดหมายไปยังจีน เพื่อขอเจรจาร่วมกับจีนแล้ว แต่ยังไม่ทราบว่าทางจีนจะว่าอย่างไร และเป็นคนละส่วนกับที่ผู้ช่วยรัฐมนตรีของจีนมาพบนายกรัฐมนตรี    

“ขณะเดียวกันมีข่าวดีว่า เดือนมกราคมที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้ส่งจดหมายเชิญกรมทรัพยากรน้ำ กรมชลประทาน และกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน ไปดูงานเรื่องการบริหารจัดการเขื่อนจิงหง ซึ่งเป็น 1 ใน 4 เขื่อนที่สร้างกั้นแม่น้ำโขงในเขตจีนที่ก่อสร้างแล้วเสร็จด้วย โดยเดิมจะไปดูงานในช่วงเดือนมกราคม แต่เนื่องจากอากาศหนาวเย็นจัด จึงเลื่อนมาเป็นช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้ ซึ่งได้ตอบรับคำเชิญที่จะเดินทางไปดูเขื่อนดังกล่าวด้วยตัวเอง เชื่อว่าคงเชิญผู้แทนจากลาว เวียดนามและกัมพูชาไปในคราวเดียวกัน อย่างไรก็ตาม การที่จีนจะยอมให้เข้าไปดูงานจัดการเขื่อนครั้งนี้จะเป็นทางหนึ่งในการเปิด เผยข้อมูล และสร้างความร่วมมือแบบทวิภาคี” นายเกษมสันต์ กล่าว 

นายเกษมสันต์ กล่าวถึงกรณีที่ นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรี ทส.ให้สัมภาษณ์ว่า จะผลักดันสร้างฝายกั้นน้ำ 7 แห่งในแม่น้ำโขง ว่า รยังอยู่ระหว่างการศึกษาและหาข้อมูลว่ามีความคืบหน้า และจะเสร็จเมื่อไหร่ รวมทั้งผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม การใช้ประโยชน์ทางน้ำ และการขนส่ง โดยเฉพาะเขื่อนปากชม และเขื่อนบ้านกุ่มนั้น เป็นโครงการสมัยนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี และจะต้องเสนอเอ็มอาร์ซี รับรู้ด้วย

ตั้ง"สุเทพ"คุมมั่นคงน้ำโขง

วันเดียวกัน น.พ.ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม. อนุมัติตามที่ ทส. เสนอให้ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ครั้งที่ 1 วันที่ 2-5 เมษายนนี้ ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีผู้นำประเทศคู่เจรจาประเทศลุ่มแม่น้ำโขงตอนบน ได้แก่ จีนและพม่า มาพบปะหารือแลกเปลี่ยนความเห็นความร่วมมือด้านทรัพยากรน้ำ และจะมีการจัดทำปฏิญญาร่วมกัน

น.พ.ภูมินทร์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ครม.ยังแต่งตั้งคณะกรรมการด้านความมั่นคงและรักษาความปลอดภัยผู้นำลุ่มแม่ น้ำโขงตอนล่าง มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ และให้รัฐมนตรี ทส. เป็นรองประธาน และปลัด ทส. เป็นเลขานุการ ใช้งบกลางปี 2553 รายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน 103,568,360 บาท

เอ็มอาร์ซีแฉจีนแหล่งน้ำใหญ่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากฐานข้อมูลของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (เอ็มอาร์ซี) ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2548 ระบุว่าปริมาณน้ำแม่น้ำโขงในฤดูแล้งที่วัดจากสถานีวัดน้ำเชียงแสน จ.เชียงราย (ดูกราฟฟิคประกอบ) มีสัดส่วนของน้ำที่มาจากพื้นที่รับน้ำในเขตจีนสูงถึง 95% (พื้นที่สีเทา) และเมื่อแม่น้ำโขงไหลมาถึง จ.มุกดาหาร จะมีน้ำจากแม่น้ำใหญ่หลายสายในลาวไหลมาสมทบ อาทิ แม่น้ำอู แม่น้ำคาน ทำให้สัดส่วนน้ำจากจีนในแม่น้ำโขงลดลงจาก 95% เหลือ 50% และลดลงไปเรื่อยๆจนถึงปากแม่น้ำโขงที่เวียดนาม ส่วนตัวเลขที่ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศจีน หรือตัวเลขที่นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรี ทส. อ้างอิงว่า สัดส่วนน้ำจากจีนในแม่น้ำโขงมีเพียง 10-20% นั้น ถือว่าเป็นการตีขลุมที่เอาค่าเฉลี่ยตลอดลำน้ำโขงมาพูด

ส.ว.-ส.ส.จี้รัฐตรวจเขื่อนจีนกักน้ำ

ที่รัฐสภา นายประสาร มฤคพิทักษ์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) สรรหา ประธานอนุกรรมาธิการศึกษาคุณค่า การพัฒนา และผลกระทบในลุ่มน้ำโขง ในคณะกรรมาธิการศึกษาและตรวจสอบเรื่องทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา นายสุรจิต ชิรเวทย์ ประธานอนุกรรมาธิการทรัพยากรน้ำ ในคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ประธานกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร และนางเตือนใจ ดีเทศน์ อดีตส.ว. เชียงราย ร่วมกันแถลงกรณีความผิดปกติของน้ำในลำน้ำโขง และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการเจรจากับรัฐบาลจีนอย่างเร่งด่วน

ชี้ระดับน้ำขึ้นลงเร็วผิดปกติ

นายประสาร กล่าวว่า  เมื่อวันที่ 6-7 มีนาคมที่ผ่านมา ตนและผู้สื่อข่าวไทยและต่างประเทศ 17 สำนัก เดินทางไปพบปะแลกเปลี่ยนกับประชาชนในลุ่มแม่น้ำโขง พบว่าในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมาระดับน้ำลดลงผิดปกติ โดยในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ระดับน้ำอยู่ที่ 36 เซ็นติเมตร (ซม.) แต่ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ อยู่ที่ 56 ซม. สูงถึง 20 ซม. ภายในวันเดียวทั้งที่ฝนไม่ตกและไม่มีน้ำในแม่น้ำสาขาอื่นมาเติม เพราะล้วนแห้งขอดทั้งหมด และหากเกิดจากภาวะโลกร้อนจะต้องมีลักษณะค่อยเป็นค่อยไปอย่างช้าๆ นอกจากนี้นางเตา หลินอิว ผู้ว่าเขตปกครองตนเองสิบสองปันนา ได้แจ้งทางโทรศัพท์กับนายสุเมธ แสงนิ่มนวล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า มณฑลยูนนานแห้งแล้งมาก จึงต้องเก็บกักน้ำในเขื่อนไว้ ชะตากรรมของ 5 ประเทศท้ายน้ำจึงขึ้นอยู่กับเมตตาธรรมของจีนว่าจะเปิดหรือปิดเขื่อนอย่างไร เพราะขณะนี้เสมือนว่าจีนจะถือเอาแม่น้ำโขงเป็นสมบัติของตนเอง

แนะรัฐตั้งกก.เฉพาะกิจดูแล

นายไกรศักดิ์ กล่าวว่า  ขอเสนอให้รัฐบาลไทยเอาเวทีประชุมคณะกรรมการลุ่มแม่น้ำโขงในต้นเดือนเมษายน นี้ที่หัวหิน บรรจุเรื่องเขื่อนจีนสร้างผลกระทบต่อแม่น้ำโขงเป็นวาระสำคัญและเร่งด่วน เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างฉับพลัน  นอกจากนี้รัฐบาลไทยควรเร่งเจรจากับรัฐบาลจีนทันทีเพื่อเปิดทางให้อีก 5 ประเทศได้เข้าตรวจสอบการเก็บกักน้ำของเขื่อนจีนโดยเปิดเผย เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง นอกจากนี้รัฐบาลไทยควรมีหน่วยราชการหรือคณะกรรมการที่มีภารกิจเฉพาะแน่นอนใน การเป็นเจ้าภาพตรงเพื่อแก้ปัญหาแม่น้ำโขงอย่างจริงจัง แทนที่จะปล่อยให้ไร้ผู้รับผิดชอบอย่างที่เป็นอยู่ และรัฐบาลไทยควรหาทางร่วมกับอีก 5 ประเทศรวมทั้งจีน เพื่อปรึกษาหารืออย่างสร้างสรรค์ในการกำหนดกติการ่วมกันในการบริหารจัดการ น้ำโขงร่วมกันอยางยั่งยืนด้วยไมตรีจิตมิตรภาพแบบเดียวกับแม่น้ำดานูบในยุโรป

เอ็นจีโอหวั่นสร้าง11เขื่อนน้ำท่วมไทย

น.ส.เพียรพร ดีเทศน์  ผู้ประสานงานโครงการแม่น้ำเพื่อชีวิต กล่าวว่า จากการติดตามแผนก่อสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงตอนล่าง พบว่า มีทั้งสิ้น 11 แห่งที่เสนอโดยรัฐบาลลาว และกัมพูชา มีทั้งเพื่อผลิตไฟฟ้าและเก็บกักน้ำ ทั้งหมดมีการลงนามศึกษาความเป็นไปได้ ตั้งแต่ปี 2551 จึงค่อนข้างเป็นห่วงว่าจะยิ่งเพิ่มวิกฤติต่อแม่น้ำโขงมากขึ้น เพราะแค่จีนสร้างเขื่อนกั้นน้ำตอนบนเสร็จแล้ว 4 เขื่อน จากแผนทั้งหมด 8 เขื่อน ประเทศท้ายน้ำยังได้รับผลกระทบอย่างมากในระยะ 3-4 ปีที่ผ่านมา เพราะจีนไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลปริมาณการกักเก็บน้ำ หรือข้อมูลใดๆ ออกมาเพื่อให้ประเทศท้ายน้ำวางแผนบริหารจัดการน้ำเลย

“ประเด็นสำคัญคือ ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลไทยทราบถึงผลกระทบ หรือพยายามปกปิดข้อมูลว่าฝายเหล่านี้จะกระทบกับพื้นที่ของไทยและการบริหาร จัดการน้ำหรือไม่ เพราะจากการประเมิน พบว่าเฉพาะฝายปากแบง แขวงอุดมไซ ของลาว ที่ตามแผนจะมีสันเขื่อนสูงถึง 345 เมตรจากระดับน้ำทะเล พบว่า หากระดับน้ำโขงสูงเกิน 13.60 เมตรจากระดับปี 2551 ที่มีน้ำโขงท่วมสูงสุด จะมี 16 หมู่บ้านในอ.เชียงของ และเวียงแก่น และอีก 11 หมู่บ้านในเขตแม่น้ำอิง เขตอ.เชียงของ ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจากการสร้างฝายแห่งนี้ ส่วนฝายปากชม และฝายบ้านกุ่ม ในเขตพรมแดนไทย-ลาว ที่ลงทุนโดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทน ก็กระทบกับคนไทยเช่นกัน” น.ส.เพียรพร กล่าว