เปิดรายงานน้ำโขงถูกคุกคามจากเขื่อน

กรุงเทพธุรกิจ 4 เมษายน 2553 

เอ็ม อาร์ซีประชุมวิชาการวันที่สองเปิดรายงานนิเวศน์น้ำโขงถูกคุกคามจากเขื่อน ด้านเครือข่ายลุ่มน้ำโขง ยื่นหนังสือสถานทูตจีน เรียกร้องหยุดสร้างเขื่อนบนแม่นํ้า ด้านกมธ.ปู 4 แนวทางร่วมปฏิญญาลุ่มน้ำโขง


“อภิสิทธิ์”ถกฝ่ายความมั่นคงดูแลความปลอดภัยผู้นำลุ่มน้ำโขงตอนล่างคุมเข้ม โรงแรมที่พักผู้นำ
การเตรียมความพร้อมในการประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขงตอน ล่าง ครั้งที่ 1 ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่ 4-5 เม.ย. 2553 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีของไทย ได้เดินทางไปถึงโรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 3 เม.ย. เพื่อประชุมร่วมกับฝ่ายความมั่นคง เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับผู้นำประเทศต่างๆ และผู้เข้าร่วมประชุม ซึ่งมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม เป็นผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัย พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นรองผู้อำนวยการศูนย์รวมทั้งพล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญผู้บัญชาการทหารเรือ ได้เข้าร่วมประชุมด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับแผนรักษา ความปลอดภัยในการประชุมสุดยอดลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ครั้งที่ 1 ได้มีการซักซ้อมการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ ทหาร และพลเรือน กว่า 8,000 นาย โดยเฉพาะช่วงเช้าวันที่ 4 เม.ย. เป็นวันที่ผู้นำของแต่ละประเทศเดินทางเข้ามาร่วมประชุม

ขณะที่มาตรการรักษาความปลอดภัยโรงแรมที่พักของผู้นำ ประเทศต่างๆ ประกอบด้วย โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ ซึ่งเป็นสถานที่จัดประชุม มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร จ.กาญจนบุรี 170 นาย ส่วนที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ซึ่งผู้นำประเทศจีนเข้าพักจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากจ.สุพรรณบุรี 100 นายอารักขาโรงแรมโซฟิเทล แซนทาราแกรนด์ ซึ่งมีผู้นำเวียดนามเข้าพัก มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก จ.ราชบุรี 100 นาย ไม่นับรวมการสนธิกำลังจากทหารอีกจำนวนหนึ่ง

ส่วนมาตรการบริหารจัดการผู้ชุมนุมขณะนี้ มีแผนรวบรวมใช้ชุดควบคุมกองร้อยควบคุมฝูงชน มากถึง 7 กองร้อยหรือ 1,085 นาย จากจังหวัดทหารบกในพื้นที่ใกล้เคียง

นอกจากนี้ ตลอดเส้นทางการที่ผู้นำต้องใช้เดินทางระหว่างที่พักกับสถานที่จัดประชุม ได้มีการตั้งจุดตรวจและอารักขา 7-8 จุดในพื้นที่ประมาณ 10 กม. อาทิเช่น บริเวณช่องเขาด่าง โรงแรมซิตี้บีซ หัวหิน บริเวณถนนหน้าค่ายศรียานนท์ รวมทั้งหน้า สภ.ปราณบุรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนมีการประชุมอย่างเป็นทางการ คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ได้เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับสภาพโดยรวมของลุ่มน้ำโขง โดยมีคำเตือนว่าลุ่มน้ำโขงและระบบนิเวศน์ของแม่น้ำอาจถูกคุกคามได้จาก โครงการสร้างเขื่อน ที่ถูกนำเสนอและการขยายตัวของประชากร

ในรายงานสภาวะของลุ่มน้ำโขง 2553 ซึ่งได้รับการเผยแพร่นี้ ได้เปิดเผยข้อมูลและให้ภาพรวมเกี่ยวกับสถานภาพด้านการอนุรักษ์ของลุ่มน้ำโขง ซึ่งคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง จะเผยแพร่ทุกๆ 5 ปี หรือ 7 ปี โดยได้ชี้ให้เห็นพร้อมทั้งเตือนว่า สภาวะที่ดีในปัจจุบันอาจจะลดลงในอนาคต โดยอ้างว่าการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น การเติบโตของประชากรและรูปแบบการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปของประชากรในลุ่มแม่ น้ำโขง ได้ทำให้ระบบนิเวศน์ของพื้นที่ชุ่มน้ำ และความสามารถของมันในการทำให้ประชาชนในลุ่มน้ำสามารถดำรงวิถีชีวิตได้อย่าง ยืนนั้นเผชิญกับความเสี่ยงได้


นายฮานน์ บาร์ก หัวหน้าฝ่ายปรึกษาทางวิชาการสำหรับโครงการด้านการอนุรักษ์ของคณะกรรมาธิการ แม่น้ำโขง กล่าวว่า มีความเชื่อมโยงที่ชัดเจนระหว่างคุณภาพน้ำและผลกระทบจากกิจกรรมของมนุษย์ต่อ ระบบนิเวศน์ต่างๆ ตลอดห้าปีที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญต่อทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับน้ำ และมีแนวโน้มว่ามันจะยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้วิถีการดำรงชีพตกอยู่ภายใต้ภัยคุกคาม ข้อมูลเปิดเผยว่า ขณะนี้ เริ่มรู้สึกได้ถึงผลกระทบต่างๆ ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของทรัพยากรการระมัดระวัง เตรียมการเป็นเรื่องจำเป็น เนื่องจากการพัฒนาในอนาคตอาจจะส่งผลกระทบได้ต่อสภาพของน้ำ


คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงยังได้บริหารจัดการกระบวนการการ ให้คำปรึกษาอย่างเป็นทางการ ซึ่งนักพัฒนาต้องผ่านกระบวนการนี้เพื่อจะสร้างเขื่อนบนแม่น้ำ โครงการต่างๆ เพื่อการพัฒนาบนแม่น้ำโขงตอนล่าง จะต้องส่งมาถึงคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงเพื่อขอคำปรึกษา พร้อมด้วยความเห็นที่จะส่งไปถึงประเทศภาคีสมาชิก เพื่อลงมติอย่างเป็นเอกฉันท์


เครือข่ายลุ่มน้ำโขงยื่นหนังสือสถานทูตจีน


เมื่อเวลา 09.00 น.วานนี้ (3 เม.ย.) ที่หน้าสถานทูตจีนประจำประเทศไทย กลุ่มเครือข่ายทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขงล้านนา เครือข่ายสมัชชาคนจน โครงการแม่น้ำเพื่อชีวิต เครือข่ายประชาสังคมไทยเพื่อแม่น้ำโขง นำโดยนายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ จ.เชียงราย และนายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา ประธานเครือข่ายอนุรักษ์ธรรมชาติลุ่มน้ำโขงล้านนา และพันธมิตรเพื่อปกป้องแม่น้ำโขง พร้อมด้วยชาวบ้านกว่า 100 คน ได้เดินทางไปที่ยื่นหนังสือถึงรัฐบาลจีน ที่ด้านหน้าสถานทูตจีน เพื่อเรียกร้องให้ลงมาแก้ไขปัญหาแม่น้ำโขง โดยมีนายเหยว เหวิน ผู้อำนวยการฝ่ายการเมือง สถานทูตจีนประเทศไทย ลงมารับหนังสือร้องเรียน


นายนิวัฒน์ กล่าวว่า ขอให้รัฐบาลจีนดำเนินการใน 4 เรื่องดังนี้ 1. ขอให้รัฐบาลจีนหยุดสร้างเขื่อนเพิ่มเติมในแม่น้ำโขง 2. ให้หยุดระเบิดแก่งในแม่น้ำโขง 3. ให้มีการตั้งคณะกรรมการลุ่มน้ำโขงภาคประชาชน และ 4. ขอให้รัฐบาลจีนเป็นหัวขบวนในการแก้ไขปัญหาแม่น้ำโขง


“หลังการประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ที่หัวหินสิ้นสุดลง ในวันที่ 5 เม.ย.นี้ ทางเครือข่ายจะให้เวลากับจีนระยะหนึ่ง หากยังไม่มีการตอบสนองคำเรียกร้องจากภาคประชาชนทั้ง 4 ชาติ ก็จะดำเนินการทางกฎหมายเพื่อฟ้องศาลโลก”


กมธ.ปู 4 แนวทางร่วมปฏิญญาลุ่มน้ำโขง


นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แถลงสรุปผลการประชุมคณะกรรมการร่วม คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง สมัยวิสามัญ ว่า ที่ประชุมมีความเห็นให้ประเทศลุ่มแม่น้ำโขงได้ร่วมมือกันใน 4 แนวทาง ได้แก่ 1. ความร่วมมือเพื่อเพิ่มผลผลิตยั่งยืนและยาวนาน 2. การเปิดให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมกับการพัฒนาที่ท้าทาย 3. การปรับตัวกับสภาพภูมิอากาศ และ 4.บทบาทของประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ในการร่วมกันแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อขจัดปัญหาความยากจนและพัฒนา

คุณภาพชีวิตประชาชนในแถบลุ่มแม่น้ำโขง


นายสุวิทย์กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญจากการประชุมครั้งนี้ รัฐบาลของแต่ละชาติในลุ่มแม่น้ำจะต้องแสดงเจตนารมณ์ทางการเมืองร่วมกันต่อ ความร่วมมือ เพื่อจัดการแก้ไขปัญหาลุ่มแม่น้ำโขง โดยในช่วงเช้าวันนี้ (4 เม.ย.) คณะมนตรีลุ่มแม่น้ำโขง(เอ็มอาร์ซี) ประเทศคู่เจรจาและหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนา จะหารือเพื่อหาข้อสรุปถึงร่างปฏิญญาหัวหิน เอ็มอาร์ซี ที่นำเข้าสู่ที่ประชุมระดับสุดยอด เอ็มอาร์ซี ครั้งที่ 1 ได้ให้ความเห็นชอบต่อไป