MRC ค้านเขื่อนไซยะบุรีกระทบประมงน้ำโขง

กรุงเทพธุรกิจ 17 กุมภาพันธ์ 2554

คกก.ลุ่มน้ำโขง-ภาคประชาชนไทย ค้านลาวสร้าง"เขื่อนไซยะบุรี" ชู 206 ประเด็นกระทบรุนแรง จ่อยื่นสถานทูตลาว จัดเวทีใหญ่ไม่เอาเขื่อน 19 มี.ค.ที่สกลนคร

นายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นประธานการประชุมสรุปข้อคิดเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อโครงการไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี  ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สสป.ลาว) ขึ้น โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ นักวิชาการ และคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (เอ็มอาร์ซี)  รวมทั้งภาคประชาชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมแสดงความเห็น

นายสุพจน์ กล่าวว่า จากกรณีที่ สปป.ลาว เตรียมสร้างเขื่อนไซยะบุรี กั้นแม่น้ำโขงสายหลัก ซึ่งเป็นเขื่อน แห่งแรกที่มีความคืบหน้าจาก 12 แห่งที่ประเทศสมาชิกเอ็มอาร์ซี เตรียมผลักดันในแม่น้ำโขงตอนล่าง แต่เนื่องจากตามระเบียบต้องมีการหารือล่วงหน้ากับประเทศสมาชิกเอ็มอาร์ซีทั้งหมดก่อน ที่ผ่านมาทั้ง ลาว เวียดนาม กัมพูชา ได้เสนอความเห็นกลับมาแล้ว ส่วนของไทยเพิ่งมีการรับฟังความเห็นจากชาวบ้านใน อ.เชียงของ จ.เชียงราย อ.เชียงคาน จ.เลย และ อ.เมือง จ.นครพนม แล้วเสร็จเมื่อ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยมีความเห็นและข้อกังวลเรื่องผลกระทบจากเขื่อนไซยะบุรี รวมทั้งสิ้น 206 ข้อ 

"กรมทรัพยากรน้ำ ในฐานะฝ่ายเลขานุการฯ ของเอ็มอาร์ซี ได้สรุปความเห็นเป็น 16 ประเด็น อาทิ ผลกระทบในเรื่องการประมง และเส้นทางอพยพของปลา ปัญหาตะกอน การหาพลังงานทางเลือก การเดินเรือ การไหลของน้ำ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผลกระทบข้ามพรมแดน การอพยพย้ายถิ่นของชาวลาว รวมทั้งปัญหาการไม่เปิดเผยข้อมูลของเจ้าของโครงการ"

นายสุพจน์ กล่าวอีกว่า ขั้นตอนนี้ประเทศสมาชิกเอ็มอาร์ซี ต้องส่งความคิดเห็นต่อโครงการภายใน 6 เดือน โดยไทยจะสิ้นสุดในช่วงเดือน เม.ย.นี้ แต่เนื่องจากไทยเห็นว่ายังมีอีกหลายประเด็นต้องรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงาน และนักวิชาการให้รอบด้าน จึงได้ขอให้ลาวขยายเวลาในสรุปความเห็นอีก 6 เดือนข้างหน้า  

แต่ปรากฎว่าเมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา ทางรัฐบาลลาวได้ออกแถลงการณ์และจุดยืนชัดเจนในการจะเดินหน้าโครงการต่อ และไม่ยอมขยายเวลาให้กับไทย โดยแถลงการณ์ระบุว่าโครงการนี้มีการจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีการศึกษาความเป็นไปได้ ทางด้านเทคนิค วิศวกรรมโดยยืนยันว่าไม่มีผลกระทบใดๆ ทั้งสิ้น อีกทั้งเป็นการสร้างเขื่อนในพื้นที่ของลาวด้วย  

"ขณะนี้คงต้องเร่งระดมความคิดเห็น เพื่อเตรียมกำหนดจุดยืน และท่าทีในนามของรัฐบาลไทยต่อกรณีการสร้างเขื่อนไซยะบุรี โดยเฉพาะเกี่ยวกับความเป็นห่วงผลกระทบข้ามพรมแดนที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย และผลกระทบทางด้านสังคม ระบบนิเวศน์ เนื่องจากมีการประเมินแล้วว่าถึงอย่างไรลาวก็ต้องสร้างเขื่อนนี้ขึ้นมาแน่ โดยชาติสมาชิกก็ไม่สามารถก้าวก่ายอะไรได้” นายสุพจน์ กล่าว

ด้านนายหาญณรงค์ เยาวเลิศ ประธานมูลนิธิเพื่อการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ กล่าวว่า การเปิดรับฟังความคิคเห็นของประเทศไทย 3 ครั้งที่ผ่านมา เป็นการให้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนกับประชาชน โดยเฉพาะในเรื่องอีไอเอทั้ง 8 เล่ม เจ้าของโคงการคือ บริษัท ช . การช่าง ไม่ได้แจกเอกสารล่วงหน้า และไม่ได้แปลเป็นภาษาไทย

ทั้งที่บริษัทที่ปรึกษาก็เป็นบริษัทของคนไทย แสดงให้เห็นถึงเจตนาที่จะไม่เปิดเผยข้อมูล และข้อเท็จจริงให้ชาวบ้านได้รับรู้ ซึ่งสอดคล้องกับการจัดเวทีที่ประเทศเวียดนามและกัมพูชา ซึ่งภาคประชาชนของทั้ง 2 ประเทศก็มีความเห็นสอดคล้องกับภาคประชาชนของไทย ว่าการสร้างเขื่อนไซยะบุรี จะกระทบกับระบบนิเวศและอาชีพประมงในลุ่มแม่น้ำโขงอย่างรุนแรง

"ดังนั้นจึงเสนอให้รัฐบาลไทย ต้องกำหนดจุดยืนให้ชัดเจนและเสนอออกไปในนามของรัฐบาล ไม่ใช่แค่ในนามของ ทส. เท่านั้น เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่ส่งผลกระทบมาก โดยเร็วๆ นี้ชาวบ้านทั้งภาคเหนือและอีสานที่ได้รับผลกระทบ เตรียมยื่นหนังสือต่อสถานทูตลาวประจำประเทศไทยด้วย นอกจากนั้นอาจจะมีการปิดสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งใดแห่งหนึ่งด้วย"

นายหาญณรงค์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่รัฐบาลไทยโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เตรียมลงนามในแผนซื้อไฟฟ้าจากเขื่อนไซยะบุรีกับ สปป.ลาวนั้น เป็นเรื่องที่ต้องผ่านความเห็นชอบจากครม.ก่อน   ที่ผ่านมานายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับปากว่าจะขอให้การรับฟังความคิดเห็นในส่วนของภาคประชาชนแล้วเสร็จเสียก่อน จึงจะนำเสนอเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ไปพร้อมกัน จึงอยากให้รัฐบาลทบทวนท่าทีเรื่องนี้  เพราะในอนาคตไทยอาจต้องมีส่วนร่วมต้องเข้าไปรับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง เหมือนที่เคยกล่าวหาจีนว่าทำให้แม่น้ำโขงแห้ง  เพราะเป็นการสร้างเขื่อนโดยบริษัทคนไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผลการจัดเวทีทั้ง 3 แห่งในไทยมีความเห็นเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยจุดยืนไม่เอาเขื่อนแม่น้ำโขง ทั้ง 12 แห่ง นอกจากนี้ให้เลื่อนการตัดสินใจเกี่ยวกับเขื่อนไซยะบุรีออกไปก่อน และให้จัดเวทีใหม่อีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้มีข้อมูลให้รอบด้านกว่านี้ ในเขตจังหวัดที่ติดน้ำโขงในภาคอีสาน

นอกจากนี้ต้องการให้เจ้าของโครงการชี้แจง และให้นำความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับผลกระทบไปให้บริษัทที่ปรึกษาปรับปรุงรายงานก่อนที่จะนำเสนอ ผลักดันให้อนุกรรมการศึกษาคุณค่าแม่น้ำโขงจะจัดทำรายงานความเห็นเสนอต่อเอ็มอาร์ซีไทยอีกครั้ง ทั้งนี้ภาคประชาชนอีสาน จะจัดเวทีเพื่อให้ข้อมูลและยืนยันเจตนารมย์ของคนอีสาน ไม่เอา เขื่อนแม่น้ำโขงและเขื่อนไซยะบุรี พร้อมให้ตัวแทนเอ็มอาร์ซี มารับข้อเสนอและรัฐบาลไทยด้วย ที่จ.สกลนครในวันที่ 19 มี.ค.นี้