ลาวยืดเวลาสร้างเขื่อนกั้นโขง"ไซยะบุรี" รอผลสี่ชาติเอเชียอาคเนย์ตัดสินใจ

มติชน 19 เมษายน 2554

ทางการลาวเปิดเผยในวันนี้ (19 เม.ย.) ว่า เตรียมยืดระยะเวลาการตัดสินใจสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงตอนล่างแห่งแรกออกไป หลังจากเกิดความวิตกกังวลจากหลายฝ่ายว่าโครงการสร้าง เขื่อนไซยะบุรี ซึ่งมีมูลค่าโครงการกว่า 3.5 พันล้านดอลลาร์ จะเป็นการเปิดทางให้มีการสร้างเขื่อนในเขตลำน้ำโขงตอนล่างได้อย่างอิสระมาก ขึ้น และอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศวิทยา และต่อชีวิตประชาชนอีกนับล้านที่อาศัยแม่น้ำแห่งนี้เป็นสถานที่ดำรงชีวิตและ ทำมาหากิน

ขณะที่เวียดนาม ประกาศเรียกร้องให้มีการระงับโครงการสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขงสายหลักเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 10 ปี

คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงซึ่งประกอบด้วยกัมพูชา ลาว เวียดนาม และไทย กำลังประชุมที่กรุงเวียงจันทน์ในวันนี้ เพื่อตัดสินใจในขั้นสุดท้ายว่าจะเดินหน้าก่อสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีในลาวหรือไม่

ด้ายสำนักข่าวบีบีซี ระบุว่า การตัดสินใจของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงจะชี้ชะตาว่า แม่น้ำสายนี้จะยังเป็นแหล่งอาหารของคนหลายล้านคนต่อไป หรือจะกลายเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้า เขื่อนไซยะบุรีจะเป็นเขื่อนแรกที่สร้างกั้นเส้นทางน้ำสายหลักของแม่น้ำโขง ตอนล่าง ทางการลาวหวังว่าจะยกฐานะประเทศขึ้นเป็นแหล่งพลังงานของเอเชียตะวันออกเฉียง ใต้ด้วยการส่งออกไฟฟ้าพลังน้ำเพื่อนำรายได้ไปพัฒนาประเทศ เรื่องนี้คงไม่เป็นปัญหาหากเส้นทางน้ำที่จะสร้างเขื่อนอยู่ในประเทศลาวทั้ง หมด แต่มีหลายประเทศที่อยู่ปลายน้ำและวิตกว่าจะได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อน

อย่างไรก็ดี หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ ไทมส์ รายงานว่า ทางการได้ก่อสร้างถนนที่เชื่อมต่อไปยังพื้นที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขณะที่หนังสือพิมพ์บางกอก โพสต์ของไทยรายงานเช่นกันว่า ชาวบ้านบางรายที่อาศัยในเขตพื้นที่ก่อสร้าง ได้รับการยืนยันจากทางการว่าพวกเขาจะได้อยู่อาศัยในบ้านหลังใหม่ และค่าชดเชยเพียง 15 ดอลลาร์เท่านั้น

ชุมชนชาวประมงในกัมพูชาที่อยู่ปลายน้ำเกรงว่า เขื่อนจะกั้นเส้นทางน้ำทำให้ปลาไม่สามารถว่ายย้ายถิ่นลงไปถึงกัมพูชา ซึ่งจะทำให้พวกเขาจับปลาได้น้อยลงขณะที่ปลาเป็นแหล่งโปรตีนถึง 4 ใน 5 ของชาวกัมพูชาทั่วไป และประชาชนหลายล้านคนต้องอาศัยแม่น้ำโขงในการดำรงชีวิต

กองทุนสัตว์ป่าโลกชี้ว่า ยังไม่มีการศึกษาผลกระทบของการสร้างเขื่อนกั้นเส้นทางน้ำสายหลักอย่างเหมาะ สม แม้แต่รายงานของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงเองก็เสนอให้ชะลอการก่อสร้างออกไป 10 ปี ด้านองค์กรท้องถิ่นเสนอแนะทางออกด้วยการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งอื่น เช่น พลังแสงอาทิตย์ พลังชีวภาพ หรือสร้างเขื่อนขนาดเล็กกั้นเส้นทางน้ำสายรองเพื่อไม่ให้กระทบวิถีชีวิตของ คนส่วนใหญ่

จีนยืนยันโครงการเขื่อนของตนไม่กระทบเพื่อนบ้าน

ด้านทางการจีนแสดงการปกป้องโครงการสร้างเขื่อนจำนวน มากในอนาคตของตน โดยระบุว่าทุกโครงการถูกพัฒนาขึ้นโดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรับผิดชอบ และจะไม่ส่งผลกระทบที่เป็นอันตรายต่อผลประโยชน์ของ ประเทศเพื่อนบ้าน ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่รับน้ำนอกเขตที่ราบสูงทิเบต

โดยเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีรายงานข่าวว่า โครงการสร้างเขื่อนในลำน้ำที่มีต้นกำเนิดจากที่ราบสูงทิเบต อาจส่งผลกระทบต่อประเทศที่รับน้ำจากแม่น้ำที่ไหลเข้า สู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาทิ แม่น้ำโขง สาละวิน ซึ่งอาจก่อให้เกิดเหตุหายนะทางธรรมชาติ ทำลายสภาพแวดล้อม และอาจทำให้เส้นทางการไหลของลำน้ำเกิดการเบี่ยงเส้นทาง นอกจากนั้นยังทำให้ปริมาณสัตว์น้ำในภูมิภาคดังกล่าวลดลงอย่างน่าใจหาย อีกทั้งยังอาจเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลันที่สร้างความเสียหายในวงกว้างเมื่อปีที่ผ่านมา

นายหง เหว่ย โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน เปิดเผยว่า ทางการจีนพิจารณาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศวิทยาของการสร้างเขื่อนอย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยคำนึงถึงประเทศที่อยู่เบื้องล่างเป็นอันดับแรก และจะไม่มีวันสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประเทศเหล่านั้นเด็ดขาด

ที่ราบสูงทิเบตเป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำ 8 สาย และมีเขื่อนอยู่กว่า 20 แห่งที่สร้างเสร็จแล้ว และอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ขณะที่อีกกว่า 40 โครงการกำลังอยู่ในขั้นตอนการวางแผนและพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการสร้าง

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1303212523&grpid=&catid...