โยนรัฐมนตรีแม่โขงชี้ชะตาเขื่อน

ไทยโพสต์ 20 เมษายน 2554

เจ้าหน้าที่ของประเทศลุ่มน้ำโขงตอนล่าง 4 ชาติโยนที่ประชุมระดับรัฐมนตรีชี้ชะตาโครงการไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี เขื่อนแห่งแรกในจำนวน 11 เขื่อนที่มีแผนสร้างกั้นแม่น้ำสายหลัก จับตาลาวหักเพื่อนบ้านเดินหน้าสร้าง เมินเสียงค้านของกัมพูชากับเวียดนาม

เมื่อวันอังคาร เจ้าหน้าที่ด้านทรัพยากรน้ำจากชาติสมาชิกของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (เอ็มอาร์ซี) ประกอบด้วย ลาว ไทย กัมพูชา และเวียดนาม ได้เปิดประชุมที่กรุงเวียงจันทน์ เพื่อพิจารณาโครงการเขื่อนไซยะบุรี ซึ่งจะสร้างกั้นแม่น้ำโขงสายหลัก การประชุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตามระเบียบปฏิบัติภายใต้ข้อตกลง ปี 2538 ซึ่งกำหนดให้ลาวต้อง "ปรึกษาหารือ" กับประเทศสมาชิกของเอ็มอาร์ซี ก่อนเดินหน้าโครงการ

อย่างไรก็ดี ที่ประชุมระดับเจ้าหน้าที่ไม่สามารถหาข้อสรุปได้ จึงยกเรื่องนี้ขึ้นสู่การพิจารณาในที่ประชุมระดับรัฐมนตรีของชาติสมาชิก นักสังเกตการณ์บอกว่า ตามข้อตกลงแม่น้ำโขง ชาติสมาชิกไม่มีสิทธิ์ยับยั้ง ลาวมีสิทธิ์ตัดสินใจเดินหน้าโครงการได้

โครงการมูลค่า 3,500 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 105,000 ล้านบาทนี้มีกำลังผลิตไฟฟ้า 1,285 เมกะวัตต์ ก่อนหน้านี้ เอ็มอาร์ซีได้ออกรายงานเสนอให้ชะลอการก่อสร้างออกไป 10 ปี เพราะเขื่อนนี้จะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศวิทยาอย่างรุนแรง ขณะที่รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่จัดทำโดยรัฐบาลลาว ได้ถูกบรรดากลุ่มอนุรักษ์ระดับนานาชาติโจมตีว่าขาดความน่าเชื่อถือ

กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมบอกว่า เขื่อนแห่งนี้จะทำให้ปลาหลายชนิดสูญพันธุ์ เนื่องจากเขื่อนซึ่งตั้งอยู่ภายในเขตแดนของลาวแห่งนี้จะปิดกั้นเส้นทางอพยพ ของปลา และดินตะกอนที่อุดมสมบูรณ์จะถูกขัดขวางการไหลไปหล่อเลี้ยงพื้นที่ปลูกข้าว ของประเทศท้ายน้ำ หลายหมู่บ้านต้องถูกอพยพ

กระแสไฟฟ้า 95% ที่ผลิตได้จากโครงการนี้จะขายให้แก่ประเทศไทย โดยบริษัท ช.การช่าง ของไทยถือหุ้น 30% ในบริษัทลูกชื่อไซยะบุรีเพาเวอร์ ซึ่งจะขายไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยในราคาหน่วยละ 2.15 บาท ทั้งนี้ ลาวได้ทำบันทึกความเข้าใจกับรัฐบาลไทยว่าจะขายไฟฟ้าให้ไทยทั้งสิ้น 7,000 เมกะวัตต์

ที่ผ่านมาเวียดนามและกัมพูชาได้เรียกร้องให้เลื่อนการ พิจารณาโครงการนี้ออกไปก่อนเพื่อรอผลการศึกษาผลกระทบให้ชัดเจน อย่างไรก็ดี กำลังเป็นที่จับตากันว่าลาวจะเดินหน้าโครงการนี้โดยไม่สนใจเสียงคัดค้านจาก ประเทศเพื่อนบ้านและกระแสกดดันจากองค์การพัฒนาเอกชนหรือไม่ เมื่อเร็วๆ นี้ เอ็นจีโอ 263 องค์กรได้ยื่นหนังสือคัดค้านแก่นายกรัฐมนตรีของลาว นายทองสิง ทำมะวง และนายกรัฐมนตรีไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 

อย่างไรก็ดี เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ได้เผยแพร่ภาพบริเวณที่ตั้งโครงการซึ่งมีการตระเตรียมการลงมือก่อสร้างแล้ว โดยมีรถบรรทุกติดตราโลโก้ของบริษัทผู้รับเหมา ช.การช่าง จำนวน 20 คันจอดอยู่.