แบงก์เบรกสินเชื่อเขื่อนไซยะบุรี

โพสต์ทูเดย์ 25 เมษายน 2554

ช.การช่างส่อวืดเซ็น8หมื่นล้านหวั่นอ่างยักษ์ในลาวถูกรุมต้าน

เงินกู้ 8 หมื่นล้าน โครงการสร้างเขื่อนไซยะบุรีส่อเค้าล่ม หลังหลายฝ่ายรุมคัดค้าน หวั่นเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม

นายอาทิตย์ นันทวิทยา รองผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ธนาคารยังไม่สามารถเซ็นสัญญาปล่อยสินเชื่อร่วมกับธนาคารพาณิชย์อีก 3 แห่ง ให้แก่ บริษัท ช.การช่าง เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าไซยะบุรี ในประเทศลาว วงเงิน 8 หมื่นล้านบาท ได้ภายในเดือนนี้ตามกำหนดเดิม

เนื่องจากมีการคัดค้านของเครือข่าย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขงและประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งโครงการจะต้องได้รับฉันทามติจาก 4 ชาติที่ได้รับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

“ขณะนี้มีหลายกลุ่มที่คัดค้านโครงการดังกล่าวทั้งในลาว กัมพูชา เวียดนาม รวมถึงไทยเองด้วย เนื่องจากกลัวผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ทำให้โครงการยังไม่คืบหน้า ดังนั้นการที่ธนาคารจะเข้าไปเซ็นสัญญาสนับสนุนเงินกู้ จะต้องพิจารณาตามกรอบของกฎหมายด้วย หากเงื่อนไขต่างๆ ยังไม่เป็นไปตามกฎหมายก็จะยังไม่เซ็นสัญญา”นายอาทิตย์ กล่าว

แหล่งข่าวจากธนาคารพาณิชย์ กล่าวว่า การปล่อยกู้ในโครงการไซยะบุรีมีแนวโน้มอาจต้องชะลอตัวออกไป หลังจากที่โครงการดังกล่าวมีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและมวลชน คงต้องรอดูผลการประชุมของคณะกรรมาธิการประเทศลุ่มน้ำโขง (MRC) 4 ชาติ และการประชุมของ บริษัท ช.การช่าง ซึ่งเป็นผู้รับสัมปทานก่อนว่าจะสามารถเดินหน้าโครงการต่อไปได้หรือไม่ ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ว่าโครงการดังกล่าวอาจจะไม่ผ่านมติของชาติที่ได้รับผลกระทบ

“ขณะนี้ในเบื้องต้นที่ประชุม4 ชาติ ลุ่มแม่น้ำโขง มีมติคร่าวๆ ว่าควรมีการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของพื้นที่ใต้เขื่อนเพิ่มเติม ซึ่งไทย ลาว กัมพูชา เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว ขณะที่เวียดนาม มีความเห็นที่รุนแรงกว่า เพราะต้องการให้ชะลอโครงการออกไปอีก 10 ปี” แหล่งข่าวเปิดเผย

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า การเซ็นสัญญายังอยู่ในขั้นการรอความพร้อมทางเอกสาร ซึ่งติดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตามธนาคารพร้อมจะเดินหน้าต่อไป แต่อาจมีการพิจารณารายละเอียดในการปล่อยกู้อย่างรอบคอบ

ทั้งนี้ หากโครงการยังไม่เริ่มก่อสร้างก็จะยังไม่มีการเบิกใช้วงเงิน ดังนั้นแม้ว่าโครงการจะต้องล้มเลิกไปก็จะไม่มีผลกระทบต่อธนาคารในส่วนของธนาคารไทยพาณิชย์จะปล่อยกู้จำนวน 2 หมื่นล้านบาท จะไม่ส่งผลกระทบต่อเป้าการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ในปีนี้ของธนาคาร เนื่องจากเขื่อนไซยะบุรีเป็นโครงการระยะยาวซึ่งใช้เวลาก่อสร้างหลายปี ดังนั้นความเสียหายที่เกิดขึ้นจะอยู่ในหลักพันล้านเท่านั้น

นอกจากนี้สินเชื่อของธนาคารในช่วงไตรมาสแรกยังมีการเติบโตได้เกินเป้าค่อนข้างมาก ขณะที่ไตรมาส 2 ก็มีแนวโน้มเติบโตได้ดีต่อเนื่อง จึงคาดว่า สินเชื่อโดยรวมทั้งปีจะสามารถเติบโตได้ทะลุเป้าที่วางเอาไว้อย่างแน่นอน