WWF ชี้ผลการศึกษาเขื่อนไซยะบุรีไม่ครอบคลุมรอบด้าน

สำนักข่าวไทย 10 พฤษภาคม 2554

กรุงเทพฯ 10 พ.ค.-WWF เร่งบริษัทที่ปรึกษา ผู้ร่วมประมูลก่อสร้างเขื่อนไซยะบุรี ควรยึดมั่น “Best Practice” หรือหลักปฏิบัติที่เป็นเลิศในการก่อสร้าง

ดร.เจียน ฮัวเม็ง ผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อสร้างเขื่อนพลังน้ำอย่างยั่งยืน กล่าวว่า องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ World Wildlife Fund / World Wide Fund for Nature: (WWF) ที่เสนอเชิญชวนให้บริษัทที่ปรึกษาโครงการก่อสร้างเขื่อนไซยะบุรี สปป.ลาว ควรยึดมั่นในหลักปฏิบัติที่เป็นเลิศ เพราะจากการทบทวนเรื่องการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมสำหรับการก่อสร้าง เขื่อนไซยะบุรี ซึ่งประสานงานโดยบริษัท เวิลด์ฟิช เซ็นเตอร์ ร่วมกับทีมงานผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอาหารและยาแห่งสหประชาชาติ และ WWF พบช่องว่างและจุดบกพร่องของการประเมิน ซึ่งนำไปสู่บทสรุปว่า การศึกษาเพื่อประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในการก่อสร้างเขื่อนไซยะบุรียัง ไม่ได้มาตรฐานตามกฎเกณฑ์การประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมสากล

โดยทั่วไป การประเมินจะต้องครอบคลุมผลกระทบทั้งทางตอนบนและตอนล่างของเขื่อน แต่การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของเขื่อนไซยะบุรีไม่ครอบคลุมถึงพื้นที่เก็บ กักน้ำทางตอนบนและพื้นที่อีก 3 ส่วนของโครงการและไม่ได้ระบุถึงผลกระทบต่อพื้นที่ 2 กิโลเมตรทางตอนใต้เขื่อน ประเด็นสำคัญที่ WWF เป็นห่วง คือ การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมส่วนใหญ่อ้างอิงกับพื้นที่ตัวอย่างเพียงเล็กน้อย ไม่ถึง 1 ใน 3 ของความหลากหลายทางชีวภาพในบริเวณที่ได้รับผลกระทบ

การระบุว่าพบการอพยพของปลาในแม่น้ำโขงเพียง 5 สายพันธุ์ เมื่อปี 2537 เป็นการสรุปมาจากการศึกษาเพียง 3 ครั้ง ทั้งที่การศึกษาทั้งหมดมีมากกว่า 28 ครั้ง ในทางกลับกัน ผลการศึกษาในปัจจุบันแสดงให้เห็นว่า มีสายพันธุ์ปลา 229 ชนิด ถูกทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยและสถานที่วางไข่ในช่วงฤดูแล้งทางตอนเหนือของ เขื่อน และพบว่ามีปลาถึง 70 สายพันธุ์ที่ต้องอพยพ

จากการทบทวนพบว่า ข้อเสนอในการออกแบบไม่ได้ปฏิบัติตามคำแนะนำสำหรับการก่อสร้างช่องปลาผ่านและ บันไดปลาโจน ขาดข้อมูลรายละเอียดที่สำคัญ และรายละเอียดเฉพาะของปลาสายพันธุ์ต่าง ๆ รวมทั้งมีการสร้างเนินและบันไดปลาโจนที่ไม่ได้มาตรฐานตามแบบที่เหมาะสม แม้แต่ปลาที่ว่ายน้ำแข็งที่สุดชนิดหนึ่ง อย่างปลาแซลมอนขั้วโลกเหนือยังว่ายข้ามได้ลำบาก โดยพบว่าเอกสารสำคัญที่จัดทำโดยที่บริษัทที่ปรึกษาเพื่อสนับสนุนการก่อสร้าง เขื่อน ยังไม่ได้มาตรฐานสากล และสะท้อนให้เห็นว่าบริษัทที่ปรึกษาที่เกี่ยวข้องด้อยคุณภาพ

การเรียกร้องขององค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ World Wildlife Fund / World Wide Fund for Nature: (WWF) สอดคล้องกับมติของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ในการตัดสินใจเลื่อนการก่อสร้างเขื่อนไซยะบุรี ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากประเทศไทย เวียดนาม และกัมพูชา รวมทั้งคณะผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมและกลุ่มชุมชนต่าง ๆ ถึงการขาดข้อมูลสำคัญด้านผลกระทบจากการสร้างเขื่อน ซึ่งจะมีผลกระทบต่อแหล่งผลิตอาหารและความเป็นอยู่ของประชาชนหลายล้านคน

ทั้งนี้ โครงการเขื่อนไซยะบุรีมีเป้าหมายจะผลิตไฟฟ้าเพื่อขายให้ไทยเป็นหลัก โดยผู้ลงทุนของไทยประกอบ บมจ.ช.การช่าง บมจ.ปตท.และ บมจ.ผลิตไฟฟ้า ล่าสุด เมื่อวานนี้สำนักข่าววีเอ็นเอของเวียดนามรายงานว่า ทางการลาวได้แจ้งให้เวียดนามได้ทราบว่า ลาวจะระงับโครงการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงไซยะบุรีออกไปเป็นการชั่วคราว ขณะที่ทางการเวียดนามกำลังหาทางยืดเวลาโครงการดังกล่าวออกไปถึง 10 ปี โดยผู้นำสองประเทศได้แจ้งในเรื่องนี้ระหว่างการประชุมนอกรอบของการประชุมสุด ยอดผู้นำสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย