กมธ. จี้ ไทยค้านลาวสร้างเขื่อนไซยะบุรี

โพสต์ทูเดย์ 8 พฤศจิกายน 2555 

“ส.ว.” จี้ ไทยค้านลาวสร้างเขื่อน‘ไซยะบุรี’ ชี้ ปชช.เสียเปรียบทั้งที่ต้องสำรวจผลกระทบ 10 ปีก่อนสร้าง เตือนระวังไทยจะเป็นจำเลยโลก

นายประสาร มฤคพิทักษ์ ส.ว.สรรหา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการทรัพยากรน้ำ ทะเล และชายฝั่ง  ในคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายสุรจิต ชิรเวทย์ ส.ว.สมุทรสงคราม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการเสริมสร้างธรรมาธิบาลด้านทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ในคณะกรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบเรื่องการทุจริต และเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ร่วมกันแถลงข่าวเรียกร้องให้รัฐบาลไทยแสดงจุดยืนหลังจากประเทศลาวมีมติเดิน หน้าก่อสร้างเขื่อนไซยะบุรี เมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา

โดยนายประสารกล่าวว่า การก่อสร้างเขื่อนดังกล่าวโดยมีบริษัท ช.การช่าง เป็นผู้รับเหมา และมีธนาคารไทย 4 แห่งสนับสนุนการเงินให้บริษัท ช.การช่าง โดยคณะอนุกรรมาธิการทั้งสองชุดได้ศึกษาการสร้างเขื่อนมาสองปียังยืนยันว่า การสร้างเขื่อนดังกล่าวจะส่งประทบต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำโขง โดยได้พยายามท้วงติงและมีข้อเสนอมาตลอด รวมถึงให้ชะลอและศึกษาผลกระทบข้ามพรมแดน เพื่อให้สอดคล้องกับการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์(SEA) ที่จัดทำภายใต้คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง(MRC) ที่เสนอให้มีการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมอย่างน้อย 10 ปี นอกจากนี้ในการประชุมคณะมนตรีแม่น้ำโขงของสี่ประเทศสมาชิก เมื่อเดือนธ.ค.54 ได้เสนอให้ทำการศึกษาเพิ่มเติม แม้กระบวการเปิดเผยข้อมูล(PNPCA) ตามระเบียบของ MRC จะครบวาระ 6 เดือน แต่หลายฝ่ายมองว่า ไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะในประเทศไทยซึ่งมีกฎหมายคุ้มครองสิทธิชุมชนในการมีส่วนร่วม

“ดังนั้นการสนับสนุนของรัฐบาลไทย ลาวและโครงการของเอกชนในครั้งนี้ ทำให้ประเทศไทยเสียประโยชน์มหาศาล เป็นการทอดทิ้งประชาชนให้เคว้งคว้างซึ่งข้อตกลงแม่น้ำโขง ปี 2538 ที่สี่ประเทศสมาชิกกลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่างได้แก่ ไทย ลาว เวียดนาม กัมพูชา ลงนาม บัดนี้เป็นที่ชัดเจนว่า ไม่สามารถปฏิบัติได้จริง รัฐบาลก็ไม่เคยตรวจสอบการละเมิดข้อตกลงที่เกิดขึ้น และยังสนับสนุนให้เกิดการละเมิดข้อตกลงเดินหน้าสร้างเขื่อนไซยะบุรี โดยไม่ได้รับฉันทามติจากประเทศสมาชิกทั้งสี่ประเทศ” นายประสาร กล่าว

นายสุรจิตกล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลปล่อยให้ประชาชนริมแม่น้ำโขงต่อสู้อย่างโดดเดี่ยวทั้งที่เป็น เรื่องผลประโยชน์ประเทศชาติ ขอเรียกร้องว่า รัฐบาลควรมีท่าทีผลประโยชน์ของประเทศและรักษาทรัยากรธรรมชาติให้อยู่อย่าง ยั่งยืน ควรระงับสัญญาซื้อขายไฟฟ้า ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)ลงนามไปเมื่อเดือน ต.ค.2554 เพื่อไม่ให้รัฐบาลไทยต้องตกเป็นจำเลยของสังคมโลก หากมีความเสียหายเกิดขึ้นจากการสร้างเขื่อนไซยะบุรี รัฐบาลควรเร่งหารือกับรัฐบาลกัมพูชา และเวียดนาม ซึ่งเป็นประเทศท้ายน้ำ เพื่อยุติปัญหาที่จะเกิดขึ้น

http://bit.ly/UaFpml