คนลุ่มน้ำโขงจัดเวทีคู่ขนานระดมปัญหาจากการพัฒนาของรัฐ

ประชาไท 30 มิถุนายน 2548

ประชาไท—30 มิ.ย. 48 องค์กรภาคประชาชนในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ระดมปัญหาผลกระทบจากการพัฒนาตามแนวทางความร่วมมือระหว่างรัฐและองค์กรการเงินระหว่างประเทศ

องค์กรภาคประชาชนจาก ไทย ลาว กัมพูชา จัดเวทีภาคประชาชนขึ้น ระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2548 ที่โรงแรมริมกกรีสอร์ท จังหวัดเชียงราย โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการประชุมคู่ขนานกับการประชุมสุดยอดโครงการความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำแม่โขง (Greater Mekong Sub-region: GMS) ของธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ที่เมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน ประเทศจีน ในระหว่างวันที่ 4-5 กรกฎาคม 2548

ที่ประชุมภาคประชาชนแม่น้ำโขงได้พูดถึงประเด็นการเจรจาซื้อขายไฟฟ้าในภูมิภาคแม่น้ำโขง ที่จะมีการลงนามในการประชุมสุดยอดที่นครคุนหมิง ภายใต้การสนับสนุนของธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือเอดีบี ว่า การตกลงซื้อขายไฟฟ้าในภูมิภาคเป็นเป็นกระบวนการทีไม่มีส่วนร่วมจากภาคประชาสังคมเลย

ในขณะที่การศึกษาของเอดีบีอ้างว่า โครงการนี้จะได้ผลตอบแทน 1-2 เปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อวิเคราะห์แผนแม่บทการเชื่อมโยงเครือข่ายพลังงานระหว่างประเทศในอนุภูมิภาคแม่น้ำโขง กลับพบว่า เอดีบีใช้ตัวเลขที่สูงเกินจริง เพราะโครงการที่ต้องลงทุนสูงถึง200,000 ล้านบาทนั้นมีความเสี่ยงสูง และยังมิได้รวมต้นทุนด้านสังคม สิ่งแวดล้อมที่จะต้องสูญเสียไป รวมถึงตลาดไฟฟ้าที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจะเปิดช่องทางให้มีการโก่งราคาไฟฟ้ามากกว่าจะทำให้ราคาถูกลง และในที่สุดจะเป็นภาระค่าไฟฟ้าของคนไทย

นอกจากนี้ที่ประชุมสภาประชาชนแม่น้ำโขงยังได้ถกปัญหาหนึ่งทศวรรษของการพัฒนาในภูมิภาคแม่น้ำโขงที่ถูกผลักดันโดยเอดีบี ท่ามกลางการร่วมมืออย่างดีจากรัฐบาลทั้งหกประเทศในภูมิภาค ได้สะท้อนภาพปัญหาที่เกิดขึ้นตามพื้นที่ต่างๆในลุ่มน้ำโขง ชาวบ้านจากอำเภอเวียงแก่นได้กล่าวถึงความเปลี่ยนแปลงของสายน้ำที่ไม่เป็นไปตามฤดูกาล ทำให้ปลาและพืชน้ำลดลง ตลิ่งพังทลายเสียหาย นับตั้งแต่เขื่อนม่านวานในประเทศจีนเริ่มดำเนินการเมื่อปี 2539 ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อวิถีชีวิตของประชาชนที่พึ่งพาอาศัยลุ่มน้ำโขง

ชาวบ้านจากกัมพูชาซึ่งได้รับผลกระทบจากโครงการปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 1 หนึ่งในโครงการจีเอ็มเอส ได้เสนอต่อที่ประชุมว่า พวกเขายินดีที่จะร่วมมือกับประเทศต่างๆในลุ่มน้ำโขงเพื่อแก้ปัญหาของคนยากคนจน

ด้านนางดาวัลย์ จันทรหัสดี ชาวบ้านจากคลองด่านที่ได้รับผลกระทบจากโครงการบำบัดน้ำเสียจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเอดีบีสนับสนุนเงินกู้ แต่พบปัญหาทุจริตในโครงการ กล่าวในที่ประชุมว่า ที่ผ่านมาเอดีบีไม่เคยแสดงความรับผิดชอบกับสิ่งที่ได้ก่อขึ้น เพราะฉะนั้นโครงการอีกมากมายที่เกิดขึ้นจะคาดหวังความรับผิดชอบจากเอดีบีไม่ได้แน่นอน แต่จะเป็นภาระของชาวบ้านที่จะต้องรับผลกระทบจากสิ่งที่เราไม่ได้มีส่วนร่วมรับรู้และไม่เห็นด้วยเลย